ตอนที่ อเล็กซานเดร ปาโต้ ย้ายจาก เอซี มิลาน กลับไปค้าแข้งที่บราซิล เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ไม่มีใครคิดว่า เราจะได้เห็นเขากลับมาอีกครั้งที่ ยุโรป

ครั้งหนึ่งดาวเตะเจ้าของฉายา "เดอะ ดั๊ก" หรือ "เจ้าเป็ด" คือสุดยอดวอนเดอร์คิด ของโลกลูกหนัง เขาย้ายจาก อินเตอร์นาซิอองนาล ในบราซิล มาเล่นให้กับ เอซี มิลาน ที่ตอนนั้นเป็นยักษ์ใหญ่ผู้เกรียงไกรของ ยุโรป เมื่อปี 2007 โดยตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุ 17 ปี เท่านั้น 

ปาโต้ คือตัวความหวังของ มิลาน โดยในช่วง 4 ซีซั่นแรก เขากลายเป็นนักเตะตัวสำคัญของทีมไปโดยปริยาย รวมทั้งช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ที่รอคอยมานานแสนนาน เมื่อปี 2011 สถานะของเขาถูกมองว่า เลิกเล่นเมื่อไหร่ จะกลายเป็นตำนานของสโมสรอย่างแน่นอน

ปาโต้ แห่งยุค 3 ทหารเสือบราซิล

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ดาวเตะจอมถล่มประตู ดูจากสถิติ 4 ปีแรก ยิง 57 ประตู แต่โดยรวมก็ถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับเด็กอายุราว 20 ต้น ๆ แล้วยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป มันก็น่าคิดว่าเขาจะเขย่าวงการฟุตบอลขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ขัดขวางอนาคตของนักฟุตบอลมาแล้วนักต่อนัก นั่นคืออาการบาดเจ็บ ต่อให้คุณเก่งขนาดไหน คุณก็ไม่มีทางเอาชนะร่างกายตัวเองได้ มันคือสิ่งที่นักกีฬาทุกคนต้องเจอ เพียงแต่ว่า สำหรับ ปาโต้ นั้นมันเร็วไปหน่อย

2 ปีสุดท้ายของ ปาโต้ กับ มิลาน เขาต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลซะเป็นส่วนใหญ่ จากดาวรุ่งที่ถูกคาดหวังว่าจะเป็นยอดนักเตะ ก็ถูกลืมไป 

โดนการเข้าสกัดของ คริสเตียน ซาปาต้า  เมื่อปี 2010 หลังจากนั้น ปาโต้ ก็ไม่เหมือนเดิม

ช่วงเวลาดังกล่าว เขาได้เล่นให้กับ มิลาน เพียงแค่ 15 นัดในลีก ยิงได้แค่ประตูเดียว ซึ่งแตกต่างกับ 4 ปีแรกโดยสิ้นเชิง นั่นทำให้เขาต้องกลับไปเล่นที่บราซิล กับโครินเธียนส์ โดยตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 23 ปี เท่านั้น ซึ่งการยอมอำลาจากลีกยุโรปกลับไปบ้านเกิด ก็เป็นเหมือนการยอมแพ้ และคงไม่ได้เห็น ปาโต้ กลับมาที่นี่อีกแล้ว

นอกจากเรื่องบาดเจ็บ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ ปาโต้ พังก็คือเรื่องนอกสนาม โดยเฉพาะเรื่องสาว ๆ เขาแต่งงานตั้งแต่อายุ 18 ปี กับ สเตฟานี่ บริโต้ ดาราสาวเพื่อนร่วมชาติ แต่ชีวิตคู่ก็จบลงด้วยการหย่าร้าง ด้วยนิสัยส่วนตัวของ "เจ้าเป็ด" ที่เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ทำให้ฝ่ายหญิงทนไม่ไหว

เรื่องสาวๆ ปาโต้ นั้นเรียกได้ว่าแทบของไม่เคยคาด สาวแต่ละคนที่เขาควงล้วนแล้วแต่มีดีกรีไม่ธรรมดา ไม่เว้นแม้แต่ ลูกเจ้าของมิลานอย่าง บาร์บาร่า แบร์ลุสโคนี่ ก็เคยเป็นหนึ่งในสาวในสต็อคของ ปาโต้

ปาโต้ เล่นปูไต่กับลูกสาวของ แบร์ลุสโคนี่ ประธานสโมสรเอซี มิลาน

ยิ่งเมื่อตอนกลับไปบราซิล เขาถูกสื่อบ้านเกิดเรียกว่าเป็น "ปาโต้จอมปาร์ตี้" รายล้อมไปด้วยสาวๆ ดีกรีระดับเวทีประกวดนางงามของ บราซิล หลายคนจึงแทบหมดหวังกับ ปาโต้ ว่าจะกลับมาได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สภาพร่างกายของ ปาโต้ ดีขึ้น เมื่อกลับไปที่ บราซิล เขาไม่ค่อยโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอีกแล้ว แต่แน่นอน คนที่เจ็บหนักมาขนาดนั้น คงไม่มีทางที่จะกลับมามีสภาพร่างกายเหมือนเดิม

เริ่มคัมแบ็กยิงประตูได้ต่อเนื่อง เจ้าตัวจึงกลับมาเนื้อหอมอีกครั้งบนแผ่นดินยุโรป

3 ปีในบราซิล เขาได้ลงสนามถึง 157 นัด กับทั้ง โครินเธียนส์ และ เซา เปาโล โดยปีล่าสุดยิงไป 26 ประตู จากการลงสนาม 56 นัด ซึ่งถือเป็นสถิติที่ไม่เลว จนทำให้มีข่าวกับทีมจาก ยุโรป หลายทีมโดยเฉพาะใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ลิเวอร์พูล และล่าสุดก็เป็น เชลซี ที่ได้ตัวเขาไปร่วมทีม

จากสถิติดังกล่าวก็น่าจะทำให้แฟนๆ เบาใจไปได้เปราะหนึ่งว่า เขาได้สลัดความเป็นจอมเจ็บไปได้แล้วตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ปาโต้ จะกลับมาเป็นเจ้าเป็ดน้อยมหาประลัยแบบเมื่อก่อน แม้ว่าอายุของเขาตอนนี้จะเพิ่ง 26 ปีก็ตาม

เชลซี กลายเป็นทีมจากยุโรปทีมแรกที่ยื่นโอกาสให้ "เจ้าเป็ด" กลับมายุโรปอีครั้ง

เขาไม่ค่อยโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานก็จริง แต่ก็ต้องยอมรับว่า การเจ็บหนักตั้งแต่สมัยเล่นในยุโรป มันทำให้สภาพร่างกายเขาไม่เหมือนเดิม ความปราดเปรียวที่เคยมีมันหายไป อย่างตอนแรกที่อยู่กับ โครินเธียนส์ เขาเคยโดนแฟนบอลตัวเองโห่ใส่ในช่วงแรกด้วยซ้ำ หลังจากที่พลาดโอกาสงามๆ นับครั้งไม่ถ้วน หรือที่เรียกกันภาษาบ้านๆ ว่า หมูหก นั่นล่ะ

แต่บางทีการโดนโห่ การโดนปรามาส แม้ว่าร่างกายจะไม่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่ปาโต้ ได้กลับมาก็คือความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจ แม้ว่าร่างกายจะไม่เหมือนเดิม แต่ใจมันได้ บวกกับเซนส์บอลที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ ปาโต้ เริ่มทำได้ดีขึ้นและเอาตัวรอดกับการเล่นในลีกบราซิลได้ 

ทีนี้ มาดูกันว่า เชลซี จะได้อะไรจาก ปาโต้ อย่างแรกเลย แรงกดดันในคราวนี้ของ ปาโต้ คงไม่ได้มากมายมหาศาล เพราะว่า กองหน้าตัวจริงของ เชลซี คือ ดีเอโก้ คอสต้า นั่นหมายความว่าไม่ได้มีใครคาดหวังว่าเขาจะต้องยิงประตูถล่มทลาย แต่สิ่งที่เขาถูกหวังคือการช่วยเพิ่มมิติแนวรุกให้กับทีมภายใต้การคุมทัพของ กุส ฮิดดิ้งค์ 

ลงฝึกซ้อมกลับ "สิงห์บลูส์" อย่างเป็นทางการ

ปาโต้ สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าตัวเป้า หรือ ตัวรุกด้านข้าง การได้เข้ามา ก็น่าจะเป็นเหมือนยากระตุ้นชั้นดีให้กับนักเตะในทีม ไม่ว่าจะเป็น เอแด็น อาซาร์ หรือจะเป็นนักเตะที่ถูกมองว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่เฟลที่สุดของฤดูกาลอย่าง เปโดร โรดริเกซ ที่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขาช่วย เชลซี ได้

สัญญาของ ปาโต้ กับ เชลซี มีเพียงแค่ 6 เดือน นั่นก็คือจนถึงช่วงสิ้นฤดูกาลนี้เท่านั้น ซึ่งถ้าหากว่าเขาทำได้ดีก็มีโอกาสที่เขาจะได้สัญญาระยะยาว และกลับมาแจ้งเกิดได้อีกครั้ง 

6 เดือนแม้ว่าจะเป็นเวลาแสนสั้น แต่มันก็เป็น 6 เดือนที่จะตัดสินชีวิตของ ปาโต้ ว่าจะกลับมาโลดแล่นในสมรภูมิลูกหนังสุดโหดอย่างที่ ยุโรป หรือจะต้องระเห็จกลับไปที่บราซิล แล้วทิ้งตำนาน "เป็ดน้อยวอนเดอร์คิด" ให้เป็นเป็นเหมือนพลุ ที่ดังเปรี้ยงขึ้นมา แล้วก็หายไปจนถูกลืมไปในที่สุด

The Nut