"สุดคลาสสิค" ต้องขอเปิดประโยคแรกด้วยคำพูดที่เหมาะสมที่สุดกับแมตซ์การแข่งขันรอบเพลย์ออฟ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คู่ระหว่าง ปัตตานี เอฟซี และ อุดรธานี เอฟซี ศึกที่เดิมพันด้วยตั๋วใบสุดท้ายสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก และเดิมพันด้วยความหวังและความฝันของทั้งแฟนบอลและนักเตะทุกๆคน

หลายๆท่านคงจะได้ติดตามผ่านทั้งทางเว็บไซต์ ทางทีวีช่อง SMM ที่เราถ่ายสดกันไปแล้ว แน่นอนครับ เป็นอีกหนึ่งแมตซ์ที่ยอดเยี่ยมมากๆ ถ้าคุณได้ชมครบ 90 นาทีเต็ม หลายคนคงคิดเหมือนผมว่าฟุตบอลนัดนี้ "ใสสะอาด" มากที่สุดแมตซ์หนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้ครับ นักเตะทั้งสองทีมสู้กันด้วยฝีเท้าและสปิริตที่พ่วงด้วยความหวังของทีมกันทุกคนจริงๆ ณ จุดนี้ผมขอนับถือหัวจิตหัวใจของพวกคุณทุกคนจริงๆครับ พวกคุณทำให้ลีกภูมิภาคของเรานั้นงดงามและทรงคุณค่ามากเลยทีเดียว 

Detail ต่างๆในแมตซ์นี้ถือว่ามีเยอะมากครับ ซึ่งตัวผมเองได้มีโอกาสได้ไปนั่งชมถึงที่สนาม ผมมองว่าปีนี้ทางฝ่ายจัดเลือกสังเวียนฟาดแข้งได้สุดยอดมากๆนะครับ "อยุธยา...เมืองเก่าของเราแต่ก่อน" สนามที่นี่มีความขลังมากๆเริ่มตั้งแต่การมาเตะในแผ่นดินเมืองหลวงเก่าแก่ของเราคนไทย เมืองที่มีอดีตและอารยธรรมมากมายที่บรรพชนของเราเคยจารึกเอาไว้ ที่สนามฝั่งสกอร์บอร์ดด้านหลังจะเห็นเป็นซากวัดและเจดีย์สมัยเก่าตั้งอยู่ ผมมองไปที่ไรนั้นรู้สึกขลังและขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เปรียบเสมือนว่าสมรภูมิแห่งนี้มีสักขีพยานที่ศักดิ์สิทธิ์และเหมาะอย่างยิ่งแก่การสร้างประวัติศาสตร์ให้เป็นที่จดจำแก่เด็กๆรุ่นหลัง นอกจากนี้ รังเหย้าของ "นักรบกรุงศรี" อยุธยา เอฟซี  ยังถือว่าเป็นสนามที่ได้มาตรฐานจาก TPL ที่ถูกใช้แข่งขันในเกมลีกยามาฮ่า ลีกวัน สามารถจุจำนวนผู้ชมได้ถึง 7,000 คน และยังมีความพร้อมทั้งในส่วนของอัฒจันทร์ พื้นสนามและไฟสนามที่ได้มาตรฐาน สามารถใช้แข่งขันในช่วงเวลากลางคืนได้ ทั้งยังมีห้องถ่ายทอดสดที่อยู่เหนือหลังคาสนาม ไว้สำหรับอำนวยความสะดวกแก่ทีมงานที่เดินทางมาถ่ายทอดสดอีกด้วย จึงไม่แปลกที่ปีนี้ เมืองเก่าของเราแห่งนี้จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในการใช้เป็นสนามกลางชี้ชะตาแชมเปี้ยนส์ลีก

ภาพแรกที่ผมทอดสายตาเห็นเมื่อก้าวเข้าสู่สนามคือบรรดาสาวกสีส้ม ที่ยึดพื้นที่สี่เหลี่ยมพื้นผ้าฝั่งตรงข้ามแบบ "ทั้งแถบ" จนตัวผมเองนึกว่าเป็นเจ้าบ้านด้วยซ้ำ มากันอย่างล้นหลามและเชียร์กันอย่างมีพลังสุดๆ อย่างกับผมเห็นแฟนบอล "Dutchman" หรือทีมชาติฮอลแลนด์ในฟุตบอลโลกยังไงอย่างงั้น ด้านแฟนบอลชาวใต้อย่าง "ปืนใหญ่ลังกาสุกะ" ก็ไม่น้อยหน้า ซึ่งถึงแม้จะมีจำนวนพลน้อยกว่า แต่พวกเขายังพร้อมเพียงกันสะบัดธงตราสัญลักษณ์ของทีมและเปร่งเสียงร้องเพลงกันอย่างเต็มที่

และเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มต้นในการเริ่มสมรภูมิแห่งความฝันหนนี้ ทุกคนก็เหมือนดั่งโดนต้องมนต์สะกดของฟุตบอลเข้าแล้ว ทัพปัตตานี เอฟซี ผู้ท้าชิงจากดินแดนอันดามัน รองแชมป์จากโซนใต้ มาด้วยเหตุผลเดียวคือพวกเขาแบกรับเอาความฝันและความหวังของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยากเห็นตัวแทนของพวกเขาไปโลดแล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกมาด้วย ส่วนพี่เบิ้มจากแดนอีสานอย่าง อุดรธานี เอฟซี มาเพื่อยกระดับทีมและพิสูจน์ตัวเองในการก้าวไปสู่ฟุตบอลที่เต็มไปด้วยมาตรฐานว่าพวกเขาดีพอหรือไม่ อุดรธานีเองในสายตาของผม พวกเขามีทุกอย่าง พวกเขามีในสิ่งที่ ขอนแก่น ยูไนเต็ดมี หรืออุบล ยูเอ็มทีมี และสิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการต่อกรกับยักษ์ใหญ่ในโซนอื่นๆ 



เริ่มเกมทั้งสองทีมต่างผลัดกันครองบอลและเล่นกันอย่างรัดกุมแบบมืออาชีพ เพราะรู้ดีว่าหากใครเป็นฝ่ายที่เพลี้ยงพล้ำก่อน วันนี้คงเป็นวันที่เสียใจที่สุดของฝ่ายนั้น และเป็นปัตตานีได้โอกาสทักทายก่อนจากจังหวะพลิกตัวตวัดด้วยขวาของ มาลิค เอ็นดาเป้ บอลโค้งเข้าหาประตู แต่สุชิน เย็นอารมณ์ นายทวารอุดรยังล้มตัวเซฟไว้ได้ติดมือ เข้าสู่ช่วงครึ่งทางของครึ่งแรก ถึงตรงนี้ผมเห็นถึงสีหน้าความมุ่งมั่นของนักเตะทั้งสองทีมจริงๆครับ เวลาที่อุดรบุก บรรดากองหลังปัตตานีไม่เคยพลาดให้ได้เข้ามาแหยมในกรอบเขตโทษเลย ช่วยกันดักตัดบอลกันอย่างมีวินัยมากๆ



เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกราวนาทีที่ 40 พลพรรคยักษ์แสดมาได้มีโอกาสลุ้นจะๆบ้างจาก อาเดรียโน่ ปาเลกริโน่ ที่บรรจงแปบอลหน้ากรอบเขตโทษไปแฉลบกองหลังปัตตานี บอลย้อยลงตกหลังประตูไปอย่างน่าเสียดาย เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งสองทีมยังคงเล่นกันอย่างระมัดระวังตัว และยังไม่มีทีมใดบุกมาเบิกสกอร์แรกของเกมได้จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 0-0  

เกมเริ่มมาในครึ่งเวลาหลังทั้งสองทีมยังคงประคับประคองเกมกันเป็นอย่างดี ณ จุดนี้ไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะเป็นใครที่คว้าตั๋ว ไม่มีแม้แต่สัญญาณว่าใครโดดเด่นที่สุดในเกมนี้เพราะทุกคนต่างรีดฟอร์มเก่งออกมาได้ทุกตำแหน่งจริงๆ เกมดำเนินมาเรื่อยๆและเป็นฝั่งอุดรธานีที่เดินหน้ารุกเข้าใส่ก่อน นาทีที่ 65 เจ้า "โตโร่" ณัฐภัทร สมศรี เริ่มแผลงฤทธิ์ จัดการปาดบอลเข้าไปหน้าเขตโทษอย่างได้ลุ้น แต่สุดท้ายก็ยังโดนสกัดออกมาได้โดยกองหลังสุดแกร่งของปัตตานี ถือเป็นการกลับมาเยือนถิ่นเก่า อยุธยา เอฟซี ของเจ้าตัวอีกด้วย



ตัดกลับมาเพียง 6 นาที ปัตตานีได้ลุ้นเหน่งๆจากมาลิค เอ็นดาเป้ คนเดิมที่ได้บอลจากทางกราบขวาก่อนเลี้ยงตัดเข้ากลางและซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้าหาประตูแต่นายทวารของอุดรธานียังกระโดดปัดทิ้งออกไปได้ ถ้าใครได้ชมเกมนี้ไม่ว่าจะทางไหนก็แล้วแต่จะเห็นครับว่าเราไม่สามารถละสายตาได้เลย ช่วงกลางครึ่งหลังนี่รับ-รุก กันอย่างตาต่อตา ฟันต่อฟัน ใครล้มโดนรุกทันที



เข้าสู่ช่วงท้ายเกมเป็นทางปัตตานีที่ใช้บอลโยนโจมตีเข้าใส่อุดรบ้าง แต่กระนั้นก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของทัพยักษ์แสดได้เช่นกัน ผู้ตัดสินเป่าจบเกม 90 นาที ยังไม่มีใครทำประตูกันได้ เสมอกัน 0-0 ถึงฎีกาที่จะต้องยิงจุดโทษตัดสินกันในที่สุด 

ถึงจุดนี้ผมไม่คิดเลยว่าจะได้ ชมเกมครบทุกรสชาดขนาดนี้ กฏกติกาในรอบเพลย์ออฟนี้คือถ้าเสมอกันในเวลาจะต้องยิงจุดโทษตัดสินทันที ผมไม่เคยที่จะต้องบรรยายความรู้สึกในวินาทีนั้นผ่านตัวอักษรเลยจริงๆ และแล้ววินาทีบีบหัวใจแฟนบอลอย่างพวกเราก็มาถึง ปัตตานีจะได้ยิงก่อน และเป็น สมนึก แก้วอาภรณ์ ที่รับหน้าที่สังหารคนแรก และเขาก็ไม่พลาด ซัดบอลเบิกสกอร์แรกผ่านสุชินไปอย่างเต็มข้อ ปัตตานีนำ 1-0 ด้านอุดรส่ง พร้อมพงษ์ กรานสำโรง ศูนย์หน้าตัวเป้ามาดวลบ้าง ซึ่งเขาก็ไว้ลายสัญชาติญาณตำแหน่งหัวหอก ซัดบอลเข้าไปอย่างเฉียบขาด อุดรตามมา 1-1 ต่อมา ธีรวัฒน์ ดุนี ของปัตตานี ยิงไม่เข้า แต่คนที่สองของอุดรอย่าง เบซาร์ด ยาวาซาเดห์ท ไม่พลาดตาม ซัดให้อุดรนำอยู่ 2-1



ณัทธร เพ็ชรมณี ของปัตตานีมาซัดกู้หน้าได้ ตามมาเสมอ 2-2 และกองเชียร์ปืนใหญ่ลังกาสุกะก็เฮลั่นเมื่อ สัจจา แสงสุวรรณของอุดร ยิงไปติดเซฟ !!!! สกอร์ยังอยู่ที่ 2-2 แต่แล้วพวกเขาก็ช่วงชิงความได้เปรียบไม่ได้เมื่อ ศรัญญู ถนอมภูมิ ของปัตตานี ยิงลูกนี้ไม่เข้า และทาง พัฒนพงษ์ ชุมจันทร์ ของปัตตานี กลับยิงเข้าไป อุดรนำอีกครั้ง 3-2 คนที่ 5 ของปัตตานี มาลิค เอ็นดาเป้ ซัดเข้าไปเต็มข้อ ต่อลมหายใจของปัตตานีขึ้นมาได้อีกครั้งด้วยสกอร์ 3-3 





และแล้ววินาทีที่บีบคั้นที่สุดในเกมก็บังเกิดขึ้น ให้คุณนึกถึงเสียงหัวใจเต้นช้าๆ เหมือนในหนังสยองขวัญ ความหวังของแฟนบอลชาวอุดรที่ตามมาเชียร์นับพันชีวิตและยังไม่รวมผู้ที่ติดตามอยู่หน้าจอทีวีทั้งในจังหวัดและทั่วประเทศ รวมไปถึงทั่วโลก!!! ฝากไว้ที่เด็กหนุ่มนามว่า "โตโร่" ณัฐภัทร สมศรี ที่รับหน้าที่เพชรฆาตคนสุดท้าย ซึ่งหากเขายิงเข้าสำเร็จก็จะส่งทีมตีตั๋วเข้าสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีกทันที ผมขออธิบายเหตุการณ์ต่อจากนี้ผ่านคลิปวินาทีนั้นแบบสดๆให้คุณผู้ชมได้เห็นกับตาแล้วกันครับ 

นั่นแหล่ะครับท่านผู้ชม!!! และแล้ววันนี้ก็กลายเป็นวันสีแสด เป็นวันของพลพรรคชาวอุดรธานี ที่ได้เฮอย่างพร้อมเพรียง เสียงโฆษกในสนามที่ว่า "และแล้ววันนี้ชัยชนะก็ตกเป็นของทัพยักษ์แสด อุดรธานี" คงจะเป็นบทสรุปที่สวยงามที่สุดในนัดนี้ แมตซ์แห่งความทรงจำได้จบลงแล้วครับ ต้องขอชื่นชมทางทีมจากแดนใต้อย่างปัตตานีด้วยนะครับ วันนี้พวกคุณไม่มีข้อผิดพลาดใดๆเลย และ...ไม่มีเหตุผลใดๆในโลกใบนี้ที่พวกคุณจะได้โทษตัวเองที่ไม่ได้ไปต่อ ฟุตบอลก็เป็นอย่างนี้ครับ วิธีการตัดสินหาผู้ชนะมันอาจไม่ยุติธรรมกับผู้แพ้ แต่ในระหว่างทางที่ต่อสู้กันมา ขอให้คุณกลับไปมอง ว่ามันมีคุณค่าแค่ไหนที่ได้ร่วมต่อสู้กันมาจนวันนี้ สุดท้ายผมขออวยพรให้ทัพอุดรธานี เอฟซี โชคดีในการสู้ต่อยกสองในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก อีกหนึ่งคำพูดในสนามของโฆษกที่ผมประทับใจที่สุด ผมขอนำมาปิดท้ายบทความนี้เลยแล้วกัน "ขอให้ทีมที่เป็นผู้ชนะในวันนี้ ที่สนามอยุธยาแห่งนี้ ได้กลับมาเยือนที่สนามแห่งนี้อีก ในฐานะ...ทีมในศึกยามาฮ่า ลีกวัน" สวัสดีครับ :)