สวัสดีแฟนๆคอลัมน์รอบรั้วบอลไทยทุกท่านครับ หนึ่งทุ่มตรงวันนี้ "ศึก" ที่แฟนฟุตบอลชาวไทยหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย ก็จะได้ฤกษ์โม่แข้งแข่งขันกันแล้ว

การเผชิญหน้า อิรัก กระดูกชิ้นโตในการแย่งชิงตั๋วเข้ารอบ 12 ทีม ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นอกจากเป็นเกมสุดสำคัญที่จะชี้วัดการเดินทางในฟุตบอลโลกแล้ว ยังเป็นการบอกมาตรฐานบอลไทยว่ายืนอยู่ตรงไหนกันแน่ในเอเชีย

ไม่เพียงแค่ผม แต่เราทุกคนรู้ดีว่า ณ วันนี้ หลังจากที่ ทีมชาติไทย ชุด ยู-19 ประกาศศักดิ์ดา คว้าแชมป์อาเซียนมาครองได้ที่ประเทศ สปป.ลาว เราได้ประกาศกร้าวความเป็นจ้าวแห่งเกมลูกหนังย่านนี้อย่างเต็มภาคภูมิเพราะกวาดแชมป์มาครบทุกรุ่น

วันนี้เราต้องขยับมองต่อไปถึงการก้าวสู่ "เอเชีย" ซึ่งในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ที่ผ่านมา ไทย ลงสนามไปแล้ว 2 นัด กวาด 6 แต้มเต็ม ทั้งในบ้านกับ เวียดนาม 1-0 และ บุกไปเยือน ไต้หวัน ด้วยสกอร์ 2-0

ทั้งการเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมๆ 2 สัปดาห์ และแมตช์ทดลองทีมเอาชนะ อัฟกานิสถาน 2-0 ถึงวันนี้ (แข่งขันจริง) ผู้เล่นทั้ง 23 คน มีความพร้อมในทุกๆด้าน และยังมีความกระหายที่จะลงไปเก็บสามคะแนนสำคัญเหนือทีมผู้มาเยือนจากตะวันออกกลาง

รูปแบบวิธีการต่างๆ ผมเชื่อว่า "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และทีมงานมีการเตรียมตัวรับมือไว้เป็นอย่างดีแล้ว แม้เกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาอาจยังชี้วัดได้ไม่มาก เพราะปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะสภาพอากาศ หรือ การถูกสเกาท์จากคู่แข่ง

แล้วคีย์แมนพาไทยคว้าชัยอิรักล่ะ !!!

ในการแข่งขันกีฬาประเภททีมไม่ว่าจะชนิดใดก็แล้วตาม จะต้องมีตัวขับเคลื่อนเป็นกลไกสำคัญที่จะพาทีมเดินหน้าเพื่อให้ก้าวไปถึงเป้าหมาย ซึ่งแน่นอน "ฟุตบอลก็เช่นกัน" 

สำหรับเกมรับศึก อิรัก ผมมองว่ามี 3 ผู้เล่น ที่จะเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเกมของ ทีมชาติไทย เพื่อก้าวไปถึงเป้าหมายที่ตัวผมเอง และแฟนฟุตบอลชาวไทยทุกคนคาดหวังกันเอาไว้

คนแรก "ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ หลังจากลงเล่นครบ 90 นาทีในเกมอุ่นเครื่องกับ อัฟกานิสถาน ทำให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่ามือกาวรายนี้จะได้เฝ้าเสาป้องกันประตูในการเผชิญหน้า อิรัก

ทำไมผมถึงมองว่า กวินทร์ จะเป็นส่วนสำคัญในเกมนี้ ?  อย่าลืมนะครับการต้องเจอกับทีมที่มีรูปรางสูงใหญ่ การรับมือกับลูกกลางอากาศเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และอิรักทีมนี้ก็แทบจะถอดแบบสรีระพวกยุโรปมาเลยทีเดียว

นายทวารตัวสุดท้ายถือเป็นตัวผู้เล่นที่สำคัญมากๆ เพราะมองเห็นทุกอย่าง และเกมกับอัฟกานิสถานที่ผ่านมา "เจ้าตอง" แทบไม่ถูกกดดันเลย แต่กับ อิรัก จะต่างออกไป ซึ่งหาก ตอง มีวันที่ดีในเกมนี้ มันจะส่งผลให้คนไทยมีความสุขไปด้วย

คนที่สอง ผมยกให้เป็น "เจ้าปก" ปกเกล้า อนันต์ เพลย์เมกเกอร์จาก เพื่อนตำรวจ จ่าฝูงดิวิชั่น 1 แม้จะเล่นในลีกพระรอง แต่อย่าลืมว่า "ปก" พิสูจน์ตัวเองในเกมระดับชาติได้เป็นอย่างดี ประตูชัยเหนือ เวียดนาม ในเกมแรกก็มาจากดาวเตะรายนี้

"ปก" คือผู้เล่นที่โค้ชซิโก้เรียกใช้งานตั้งแต่ช่วงแรกๆที่เข้ามาคุมทีม ฉะนั้นเรื่องระบบ ความเข้าใจต่างๆ หายห่วง ยิ่งการไม่มี เมสซี่เจ กับ ชัปปุยส์ ทำให้พื้นที่แดนกลางตกเป็นกรรมสิทธิ์ของมิดฟิลด์แข้งทองรายนี้ไปในทันที

ผมเชื่อว่า ปกเกล้า จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในการเล่นกับ อิรัก ทั้งการขับเคลื่อนเกม การจ่ายบอลตัดช่อง รวมทั้งมีจังหวะสอดทะลุเข้าเขตโทษ นั่นคือจุดเด่นของกองกลางรายนี้ ซึ่งหากกองหลังอิรักไม่ระวังจะถูกลงโทษแน่นอน

คนสุดท้าย เป็นใครไปไม่ได้ "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงตัวความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ตอนนี้ "มุ้ย" กลับคืนฟอร์มเก่งได้แล้ว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่วยต่อยอดความหวังของคนในชาติในการล่าตาข่าย อิรัก ที่จะมีสูงมากยิ่งขึ้น

การเหมาทำ 2 ประตูในเกมบุกชนะไต้หวัน และล่าสุดประตูปิดกล่องกับอัฟกานิสถาน สร้างความเชื่อมั่นให้อดีตดาวยิง อัลเมเรีย ได้เป็นอย่างดี และผมก็มั่นใจว่า อิรัก คงทำการบ้านมาเพื่อรับมือกับหัวหอกเบอร์หนึ่งทีมชาติไทยเช่นกัน

เกมนี้ "มุ้ย" จะเจอกับการประกบที่อาจกระดิกไปไหนไม่ได้ แต่นั่นคือโจทย์ที่กองหน้า เมืองทอง ยูไนเต็ด เองก็รู้ ผมเชื่อว่าหากวันไหนที่ มุ้ย ระเบิดฟอร์มถล่มประตูได้ กองหลังหน้าไหนก็คงหยุดไม่อยู่ ซึ่งก็หวังว่ามันจะเกิดขึ้นในเกมนัดนี้

ฟุตบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่เล่น 11 คน ไม่ใช่แค่ผู้เล่น 3 คนจะพาทีมประสบความสำเร็จได้ ส่วนประกอบจากผู้เล่นคนอื่นก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉาะผู้เล่นคนที่ 12 อย่างแฟนบอล ผมอยากได้ยินเสียงเชียร์บอลไทยดังกระหึ่มที่ ราชมังฯ อีกครั้ง

Mr.SAMBUK