ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ถือว่าทัพนักชกเสื้อกล้ามไทย ทำผลงานได้ล้มเหลว เพราะสามารถคว้ามาได้เพียง 2 เหรียญทอง, 3 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง เท่านั้น

ความล้มเหลวครั้งนี้ถือว่าเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในซีเกมส์ของไทย เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนที่จะได้เหรียญทองน้อยไปกว่านี้อีกแล้ว

ทำให้บรรดาแฟนกีฬามวย ต่างตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับวงการมวยสากลสมัครของไทย? และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับความล้มเหลวครั้งนี้?

จากผลงานอันตกต่ำของทัพนักชกไทย ส่งผลให้ "เสธ.น้อย" พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับ น.อ.สมยศ จุลเสน หัวฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย ที่ก็ขอแสดงสปิริตยื่นซองขาวลาออกไปอีกคน 

จากการลาออกไปของ 2 แม่ทัพใหญ่แห่งสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย ทำให้ "บิ๊กบางจาก" พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย จำเป็นต้องหาคนดีมีฝีมือเข้ามาทดแทน 

                  "บิ๊กชาย" สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคคนใหม่

จนในที่สุดก็ได้ "บิ๊กชาย" สมชาย พูลสวัสดิ์ อุปนายกสมาคมฯ ที่อาสามารับตำแหน่งประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค โดยมี สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม เป็นรองประธานฯ ทำหน้าที่ดูแลทีมมวยเสื้อกล้ามไทยต่อไป

ส่วนในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน ก็ได้เปลี่ยนจาก โอมาร์ พารากอน โค้ชชาวคิวบา มาเป็น "ตลาดแขก" น.ท.ทวีวัฒน์ อิสลาม ให้ทำหน้าที่ดูแลและคุมซ้อมนักชกไทยแทน

หลังเข้ามารับตำแหน่งประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมชาย พูลสวัสดิ์ ได้เผยว่า จะเข้ามาปฏิวัติวงการมวยสากลสมัครเล่นของไทย ให้กลับมาสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง

"จากที่ผมได้รับมอบหมายให้เข้ามาทำงานในหน้าที่ดังกล่าว ผมจะขอเรียกศรัทธาและความสำเร็จของมวยสากลสมัครเล่นของไทยให้กลับคืนมา โดยตอนนี้ผมได้ตั้งทีมงานชุดใหม่เข้ามาดูแลเรื่องฝ่ายเทคนิคแล้ว ประกอบด้วย ชุ้น เกียรติเพชร คุณพีระพงศ์ ธีระเดชพงศ์ เจ้าของศึกเกียรติเพชร, คุณขาวผ่อง ทวี อัมพรมหา อดีตเหรียญเงินโอลิมปิกปี 1984, คุณผจญ มูลสัน เหรียญทองแดงโอลิมปิกปี 1988 และ คุณฐากูร ผ่องสุภา ให้เข้ามาช่วยดูแลนักชกไทย"

"อย่างไรก็ตามทีมงานชุดนี้ จะไม่เข้ามาล้วงลูกหรือวุ่นวายกับการทำงานของเฮดโค้ชอย่าง น.ท.ทวีวัฒน์ อิสลาม แต่พวกเขาทั้งหมดจะคอยเสนอแนวคิดและแลกเปลี่ยนความเห็นในด้านต่าง รวมถึงรูปแบบการฝึกซ้อมให้มีความเข้มข้นมากขึ้น"

สำหรับในเรื่องการทำงานนั้น สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคคนใหม่ เตรียมที่จะปฏิวัติวงการเสียใหม่ ด้วยการเปลี่ยนโปรแกรมการฝึกซ้อมของนักชกไทย ให้หนักยิ่งขึ้น และจะเปลี่ยนสไตล์การชกให้ทันสมัยและเป็นสากลมากกว่าเดิม 

"จากที่ได้ประชุมกับทีมงานมา เราจะเปลี่ยนรูปแบบการฝึกซ้อมใหม่ทั้งหมด โดยจะเพิ่มความเข้มข้นให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้นักชกไทยมีพละกำลังและแรงฮึดมากกว่าเดิม ซึ่งนกมวยในยุคผม ในยกที่ 3 จะต้องมีแรงเหลือและเดินหน้าต่อยคู่ต่อสู้ได้"

"นอกจากนั้นผมจะเพิ่มให้เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาให้มากกว่าเดิม โดยเราจะนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลโดยเฉพาะ อีกทั้งจะนำนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยด้วย เพื่อทำให้นักชกไทยมีความสมบูรณ์แบบที่สุด"

"ขณะที่สไตล์การชกของนักมวยไทย เราก็จะปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ โดยจะเน้นการออกมาหมัดชุดเพื่อทำคะแนนมากขึ้น และจะเน้นให้ชกโดยมีความชัดเจนมากกว่าเก่า เพราะเราจะชกแค่หมัดหนึ่้งสองและเข้ากอดแบบแต่ก่อนไม่ได้แล้ว เนื่องจากเวลานี้กฏกติกาการให้คะแนนมันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ดังนั้นตัวนักกีฬาและสตาฟฟ์โค้ชจะต้องศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ให้ดีเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ"

สำหรับเป้าหมายแรกของทีมงานชุดใหม่นี้ นั่นคือในศึกมวยสากลหญิงชิงชนะเลิศแห่งทวีปเอเชีย ในช่วงวันที่ 6-14 ส.ค.ที่ประเทศจีน และศึกมวยสากลชายชิงชนะเลิศแห่งทวีปเอเชีย ในวันที่ 26 ส.ค. ถึงวันที่ 5 ก.ย.นี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

โดยใน 2 รายการนี้ สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคคนใหม่ ตั้งเป้าจะต้องพานักชกไทยผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นก็จะถึงคิวของ ศึกมวยสากลชิงแชมป์โลก ในวันที่ 5-18 ต.ค. 58 ที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งรายการนี้เป็นรายการเก็บคะแนนสะสมสนามแรกเพื่อคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ด้วย"

"ในรายการชิงแชมป์โลก ผมหวังให้นักชกของเราทำผลงานติด 1 ใน 3 หรือคว้าเหรียญใดเหรียญมาครองให้ได้ เพราะเราจะได้สิทธิ์ไปแข่งโอลิมปิก รอบสุดท้ายที่บราซิล ในปีหน้าทันที"

"แต่อย่างไรก็ตาม หากเราพลาดไม่ติด 1 ใน 3 ก็ยังมีโอกาสแก้ตัวในสนาม 2 โซนเอเชีย ที่ประเทศจีน ในปลายเดือนมี.ค. ปี 2559 และสนามที่ 3 ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย ในเดือนมิ.ย. ปีหน้า ที่เมืองบากู ประเทศอาร์เซอร์ไบจาน ทั้งนี้ทางสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะต้องพานักชกไทยไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย ให้ได้อย่างน้อย 2 คน"

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การปฏิวัติวงการมวยสากลสมัครเล่นของไทยในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่ก็เชื่อว่าหากทุกคนในวงการมวยของไทยรวมพลังและตั้งใจทำเพื่อชาติ ความหวังที่ประชาชนชาวไทยจะได้ชื่นชมเหรียญทองจากขุนพลเสื้อกล้ามไทยในโอลิมปิก ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกครั้ง


"นัทนัลโด้"