เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (21 มิ.ย.) ผมได้มีโอกาสไปทำข่าวรับทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลกที่ แคนาดากลับบ้าน ได้เห็นรอยยิ้มของของทีมงานและนักเตะรวมไปถึงแฟนบอลที่แห่ไปต้อนรับกันแน่นสนามบิน แต่ในขณะเดียวกันผมก็กลับมาฉุกคิดถึงอนาคตหลังจากนี้วงการฟุตบอลหญิงจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

สามสี่ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองจริงๆ สำหรับกระแสฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งชุดใหญ่ ชุดเล็ก ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง โดยเฉพาะสองปีหลังถือเป็นจุดพีคสุดๆ สำหรับทีมแม่เนื้ออ่อนที่สามมรถคว้าตั๋วไปลุยบอลโลก และพวกเธอก็ไปสร้างชื่อด้วยการเก็บสามแต้มประวัติศาสตร์ด้วยการชนะไอวอรี่โคสต์ 3-2 แม้จะไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้พวกเธอได้เข้าไปโชว์เพลงแข้งต่อในรอบต่อไป แต่ก็ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมและประทับใจจอร์จเป็นอย่างมาก

เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา พวกเธอได้เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยท่ามกลางการต้อนรับสุดอบอุ่นจากบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ของสนามบิน ของสมาคมฟุตบอลฯ สื่อมวลชนอีกนับไม่ถ้วน และแฟนบอลแฟนคลับครอบครัวที่น่ารักของพวกเธอก็แห่แหนมาต้อนรับสาวไทยกลับบ้านกันอย่างคึกคักแม้จะเป็นในช่วงเช้าตรู่ก็ตาม

สิ่งที่ทำให้เห็นวันนี้คือการก้าวไปอีกขั้นของวงการฟุตบอลหญิงของเราที่ตอนนี้มีแฟนคลับ มีสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ความสนใจดังกล่าวมันมาจากความสำเร็จที่เหมือนกับว่าเป็นภาพลวงตา เป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นแบบเฉพาะหน้า ยังไม่ใช่ความสำเร็จที่ยั่งยืนหรือมองเห็นถึงอนาคตในวันข้างหน้าเท่าไหร่

แน่นอนแฟนบอลไทย คนไทยทั้งประเทศชื่นชมกับการที่ทีมสาวไทยได้ไปลุยฟุตบอลโลก คว้าแชมป์นู้นแชมป์นี่มาเยอะแยะ แต่หากมองลึกลงไปถึงรากฐานที่แท้จริงของฟุตบอลหญิงในบ้านเรายังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่าง ทีมชุดนี้เกิดขึ้นจากการรวมตัวและเล่นร่วมกันมาเป็นระยะเวลานาน เมื่อหมดนักเตะชุดนี้ไปแล้วถามว่าเราจะมีนักเตะหน้าใหม่ขึ้นมาทดแทนแข้งสาวเหล่านี้ได้ไหม ยังเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบจากใครทั้งสิ้น

วันนี้ผมได้ฟังบทสัมภาษณ์ของสองหัวเรือใหญ่ที่พาทีมสาวไทยไปบอลโลกอย่าง คุณนวลพรรณ ล่ำซำ หรือมาดามแป้งที่เรารู้จักกัน และอีกคนคือ โค้ชหนึ่งฤทัย สระทองเวียน ทั้งสองคนพูดเหมือนกันหลังจากไปเห็นวางการฟุตบอลหญิงระดับโลกมากก็คือเราต้องเร่งจัดตั้งลีกฟุตบอลหญิงให้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเสียที เพื่อที่จะทำให้วันข้างหน้าเราได้มีตัวเลือก มีช้างเผือก มีดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนนักเตะที่กำลังจะโรยราไปนี้

ทั้งสองคนเชื่อว่าตอนนี้ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยของเราไม่ได้เป็นรองชาติใดในโลกเลย หากแต่มีการเตรียมทีมที่ดี มีระบบการจัดการ มีลีกการแข่งขันที่แข็งแกร่ง หากเราเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ การที่แข้งสาวไทยจะเป็นขาประจำของฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็นั่นแหละพูดไปก็ไม่รู้จะไปเข้าโสตประสาทใครบ้างหรือเปล่า เพราะเรื่องนี้ก็พูดกันมานานแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้

ตอนนี้บ้านเรากำลังไปได้สวยกับฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในระดับเอเชีย รวมถึงฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกที่ก็ดีวันดีคืนขึ้นทุกวัน นอกจากนี้กีฬาอื่นๆ อย่างวอลเลย์บอล บาสเก็ตบอล ก็มีลีกการแข่งขันที่เป็นรูปเป็นร่างและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่กับฟุตบอลหญิงทำไมมันถึงเกิดขึ้นไม่ได้

จริงๆ แล้วหากผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันจริงๆ ผมเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้แน่นอน ผมเองเห็นแววตาแห่งความสุขของนักฟุตบอลหญิงในวันนี้ที่มีแฟนบอลมาต้อนรับกันคึกคัก สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ความสุขนั้นมันจะเป็นอย่างนี้ไปถึงวันไหน จากนี้อนาคตของแต่ละคนจะอย่างไร ยังดีที่หลังจากนี้ยังมีทัวร์นาเม้นท์ปรีโอลิมปิก ที่จะทำให้ทุกคนได้มารวมตัวฝึกซ้อมและลงแข่งขันอีกครั้ง

แต่ลองคิดดูว่าถ้าจบแมตช์ฟุตบอลโลกแล้วไม่มีทัวร์นาเม้นท์ต่อไป พวกเธอจะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้ บอลลีกก็ไม่มีให้เล่น ทีมชาติก็ไม่มีรายการแข่งขัน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วนะครับที่เราจะต้องหันมาสนับสนุนและทำให้ฟุตบอลลีกหญิงเกิดขึ้นมาให้ได้ อย่ารอแต่จะประโคมข่าวตอนที่พวกเธอประสบความสำเร็จ หรือให้เงินสนับสนุนอัดฉีดตอนที่พวกเธอได้แชมป์รายการต่างๆ เท่านั้น 

ในเมื่อเรายกย่องพวกเธอเป็นฮีโร่ พวกเรามีความสุขที่เห็นพวกเธอไปสร้างชื่อในเวทีระดับโลกแล้ว ก็ควรจะทำให้พวกเธอได้มีความสุขต่อไปแบบระยะยาวและยั่งยืน ผมหวังว่าเร็วๆ นี้จะมีคนพูดถึงฟุตบอลลีกหญิงกันมากขึ้น และมันจะเกิดขึ้นจริงในเร็ววันนี้ครับ 

มูซาชิ