จากทีมน้องใหม่ไทยลีก 3 ใช้เวลาเพียงแค่ฤดูกาลเดียว ลบทุกคำครหาคว้าตั๋วขึ้นสู่ไทยลีก 2 อย่างเหนือความคาดหมาย

นั่นคือ "เจ้าแห่งนักษัตร" เอ็มเอช นครศรี ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของเจ้าของทีม ประธานสโมสร โค้ชและคนขับรถ "บอสฑล" มลฑล ณ นคร

ย้อนหลังไป 1 ฤดูกาล ในซีซั่น 2021-22 เอ็มเอช นครศรี เอฟซี ก่อตั้งขึ้นโดย มลฑล ณ นคร นักธุรกิจดังเจ้าของ "มายโฮม ดีเวลอปเม้นท์" บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจังหวัดและภาคใต้ โดยมีการเตรียมทีมอย่างหนักในการสู้ในศึกอเมเจอร์ลีก สุดท้ายซ้อมฟรีเมื่อสมาคมฟุตบอลฯ ยกเลิก อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด

เมื่อขึ้นสู่หลังเสือ "บอสฑล" มลฑล ณ นคร ที่สร้างทีมขึ้นมาไม่อาจทิ้งนักเตะและสต๊าฟที่ร่วมกันสร้างฝัน จึงพยายามหาทีมร่วมเป็นพันธมิตรในการส่งเข้าทำศึกไทยลีก 3 โซนภาคใต้

ในที่สุดข้อตกลงจบลงกับทีม "ตะพัดพิฆาต" สุราษฏร์ธานี ซิตี้ เพื่อนบ้านเรือนเคียง โดยมี "โกบ่าว" ศุภชัย ฤทธิสมาน เป็นประธานสโมสร พร้อมใช้ชื่อใหม่ เอ็มเอช ปักษ์ใต้ ยูไนเต็ด ฉายา "ด้ามขวานพิฆาต" ใช้สนามเทศบาลตำบลบ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฏร์ธานี เป็นสังเวียนเหย้า

ความสำเร็จในการดิวในการสร้างสโมสรใหม่ครั้งนั้น "บอสฑล" มลฑล ณ นคร ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ

ต่อมาเพื่อความลงตัวและให้เห็นเด่นชัดของทีม ป้องกันความสับสนของแฟนบอลจึงมาใช้ชื่อ "เอ็มเอชคอน สุราษฎร์ฯ ซิตี้" ต่อสู้ในไทยลีก 3 โซนใต้ และจบลงด้วยอันดับ 5 โดยมี กระบี่ เอฟซี และ นครศรี ยูไนเต็ด เป็นแชมป์และรองแชมป์ ก่อนทั้งสองทีมจะขึ้นสู่ไทยลีก 2 ในปีนั้น

ในฤดูกาล 2022-23 "เอ็มเอช นครศรี ซิตี้" วางเป้าหมายเดิมคือการมีทีมอยู่ในจังหวัด จึงสมัครเข้าสังเวียนไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก โซนภาคใต้ อีกครั้ง โดยแข่งขันในกลุ่มภาคใต้ตอนล่าง

คราวนี้สถานการณ์โควิดเบาบางลง จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน แต่ผลงานกลับไม่เป็นใจ หลังชนะ "เคพี บันนังตา" ทีมจากยะลาในนัดแรก ต้องมาชี้ชะตากับ "สงขลา ซิตี้" ในการแย่งแชมป์กลุ่ม และโอกาสเข้าใกล้เมื่อได้ประตูนำ ก่อนมาโดนตีเสมอ 2-2 และโดนจุดโทษช่วงท้ายสกอร์จบลงที่ 2-3

โชคไม่ดี วาสนาไม่ได้ สุดท้าย เอ็มเอช นครศรี ซิตี้ มีแต้มเท่ากับ สงขลา ซิตี้ แต่ต้องปรับตกรอบเนื่องจาก สงขลา มีคะแนนจากใบเหลือง-ใบแดงที่ดีกว่า

อกหักอีกครั้ง แต่ฟ้ายังเป็นใจ เมื่อทีมสาขาอย่าง "เวียงสระ ซิตี้" ทีมในกลุ่มภาคใต้ตอนบนทะลุเข้าชิงและคว้าแชมป์ด้วยการดวลโทษชนะ เมืองคนดี ยูไนเต็ด ก้าวสู่ไทยลีก 3 ได้สำเร็จ พร้อมกลับมาใช้ชื่อ "เอ็มเอช นครศรี ซิตี้"

ส่วน "เวียงสระ ซิตี้" กลับคืนสู่ทีมเดิมที่เคยใช้ชื่อ "เอ็มเอชคอน สุราษฎร์ฯ ซิตี้" กลายเป็น "เวียงสระ สุราษฏร์ ซิตี้" จนถึงปัจจุบัน

"เอ็มเอช นครศรี ซิตี้" ได้กลับบ้านสมใจ พร้อมฉายา "เจ้าแห่งนักษัตร" สืบสานความยิ่งใหญ่ในแดนด้ามขวาน ใช้สังเวียน "ตุมปัง สเตเดี้ยม" สนาม ม.วลัยลักษ์ เป็นรังเหย้า เลกแรกได้ "ใหญ่ นิลวงศ์" เป็นกุนซือ

ผลงานช่วงแรกยังไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่คิด อันดับเริ่มห่างไกลในแชมเปี้ยนส์ลีก "โค้ชใหญ่" ใหญ่ นิลวงศ์ รับผิดชอบผลงานด้วยการลาออก หลังจากแข่งขันไปได้เพียง 4 นัด

ช่วงวิกฤตสำคัญของทีม "บอสฑล" มลฑล ณ นคร ประกาศชัดไม่รับกุนซือใหม่ เพราะมั่นใจในสต๊าฟโค้ช อีกทั้งไม่มั่นใจว่า จะมีโค้ชคนใดจะมาเข้าใจในระบบของทีมและความคุ้นเคยในนักเตะ จึงยืนกรานใช้สต๊าฟชุดเดิม

และช่วงพักเลก ทีมอุดรอยรั่วด้วยการเสริมนักเตะเข้ามาตรงจุด 3-4 ราย พร้อมทั้งดึง "โค้ชเต้" อลงกรณ์ ทองอ่ำ มาเป็นประธานเทคนิคและมาช่วยนำซ้อมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ทีมไร้กุนซือ "บอสฑล" รับอาสาออกหน้าเป็นโค้ช พร้อมไปซุ่มเรียนและอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนฟุตบอลต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุดเป็นประธานสโมสรที่จบ "ซี ไลเซ่น" ในขณะที่ผลงานของทีมดีขึ้นตามลำดับ 11 นัด นับจากนั้นแพ้เพียง 2 โดยเฉพาะ 5 เกมสุดท้ายชนะรวดเข้าป้ายเป็นอันดับ 2 ตามหลัง "สงขลา เอฟซี" เข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ

ความสำเร็จนี้ "บอสฑล" มลฑล ณ นคร ออกมายืนยันว่า ทีมประสบความสำเร็จได้เพราะ "หัวใจ" เป็นหลัก นักเตะเกินครึ่งในทีมเป็นลูกหลานชาวเมืองคอน ทำให้นักเตะเต็มเปี่ยมด้วยสปิริต มีความตั้งใจและสู้ในทุกนาที

ขณะเดียวกันตัวต่างชาติถือว่ามาเติมเต็ม ไม่ว่าจะเป็น "เรียว โทมิกาฮารา" นักเตะญี่ปุ่นที่ทุ่มเททุกนัด "โคเน่ อาบูบาการ์" นักเตะจากไอเวอรี่โคสต์ หัวใจในแดนกลาง และยอดดาวยังจากบราซิล "อังเดร หลุยส์ ลาเต้"

มาถึงรอบแชมเปี้ยนส์ลีก เอ็มเอช นครศรี ซิตี้ อยู่ในกลุ่มล่าง ร่วมกับเต็งจ๋า สงขลา เอฟซี, ดราก้อน ปทุมวัน กาญจนบุรี เอฟซี, บางกอก เอฟซี, นอร์ทกรุงเทพ และ สมุทรสงคราม เอฟซี

จากทีมที่ไม่มีใครมอง เก็บแต้มแรกจากการไปเยือน นอร์ทกรุงเทพ จากนั้นมา เอ็มเอช นครศรี ซิตี้ ชนะรวดทุกนัด โกยไปถึง 13 จาก 15 คะแนน โดยเกมสำคัญคือบุกไปคว้า 3 แต้มจาก "สงขลา เอฟซี" และเปิดบ้านอัด "ดราก้อน ปทุมวัน กาญจนบุรี เอฟซี" เบิกทางสดใสขึ้นสู่ไทยลีก 2 ในที่สุด

หากนับวันเวลาและเส้นทางอย่างเป็นทางการ ถือว่า เอ็มเอช นครศรี ซิตี้ ในเวลาเพียงฤดูกาลเดียวจากอเมเจอร์ลีก สู้ศึกไทยลีก 3 จนก้าวขึ้นสู่ไทยลีก 2 ได้สำเร็จ

เนื่องเพราะความชัดเจนในการทำทีม "ดีเอ็นเอ" นักเตะสายเลือดท้องถิ่น การเติมเต็มของนักเตะต่างชาติ ความสามัคคีในทีม รวมถึงพลังเชียร์จากแฟนฟุตบอล นำสู่เป้าหมายที่ไม่มีใครคาดถึง

และคนสำคัญผู้คุมหางเสือแห่งความสำเร็จ "บอสฑล" มลฑล ณ นคร ประธานสโมสร นั่นเอง !!