ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย หลังคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นสมัยที่ 7 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ เวียดนาม สกอร์รวม 3-2 รับแชมป์แบบสุดยิ่งใหญ่ และนี่คือสิ่งที่ผมเห็นในรายการนี้ และจะมาสรุปให้ทุกคนได้อ่านกัน

วันนี้ผม พี คนดูบอล ทีมงาน SMM SPORT จะมาพูดถึงประเด็นหลังทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 7 และเป็น 2 สมัยติดต่อกัน หลังเอาชนะ คู่ปรับตลอดกาลอย่างเวียดนามไปสกอร์รวม 3-2 ล้างแค้นนัดชิงเมื่อ 15 ปีก่อนได้สำเร็จ  ผม พี คนดูบอล จะมาสรุปว่าในเกมนี้มีอะไรที่ผมเห็น และมีประเด็นที่น่าสนใจอะไรบ้าง

1. ชื่นชม มาโน่ โพลกิ้ง กับการปรับเปลี่ยนระบบแต่ละนัด

ในการแข่งขันรายการนี้เรารู้อยู่แล้วว่าเราคือตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ของการแข่งขันครั้งนี้ และในรอบแรกเราต้องเจอที่ประสิทธิภาพด้อยกว่า ซึง มาโน่ ก็จัดแผนที่มีตัวรุกเยอะ เน้นจังหวะเข้าทำประตู เพื่อตุนสกรอ์ จนเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนรอบต่อไป การออกไปเยือน มาโน่ ก็มีการปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์ที่เราเจอแน่นอนแม้เราจะบอกว่าเราอันดับโลกสูงกว่า นักเตะรวมถึงองค์ประกอบเรายอดเยี่ยมกว่าเขา แต่อย่างที่เคยๆ บอกไว้ การเล่นย่านนี้ไม่มีคำว่าง่าย แม้อันดับโลกจะห่างกันสักเพียงใด แต่ศักดิ์ศรีมันกินกันไม่ลง เพราะฉนั้นไม่มีคำว่าง่ายการไปแบบเจียมเนื้อเจียมตัวถือเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งเล่นแบบเหย้าเยือน เน้นผลเกมแรกค่อยมาใส่เกมสองก็ไม่เสียหาย ซึ่งเกมเจอมาเลเซีย เราก็ทำเต็มที่แล้วแม้จะแพ้ แต่เราก็แก้ตัวได้

พอมาเจอเวียดนาม มาโน่ ตัดสินใจเปลี่ยนระบบการเล่นมาเล่นหลังสามทั้งสองเกมในรอบชิง ที่แหละครับ ที่ มาโน่ โชว์ให้ดูว่าเขาก็มีระบบ และก็แบบแผนที่หลากหลายยิ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ เหย้าเยือน และตัดสินแชมป์การเล่นเน้นผล และเอาตัวรอดไปแต่ละเกมนั้นคือเป้าหมายหลักที่ควรจะทำและแน่นอน รายการนี้ มาโน่ ทำสำเร็จ แล้วก็สอบผ่าน การเปลี่ยนระบบแต่ละนัดของเขาไม่ใช่สักจะเปลี่ยนไป มั่วๆ เกิดจากการคิดมาแล้วว่าคู่ต่อสู้ที่เจอประสิทธิภาพเป็นยังไง และแน่นอน ฟุตบอลตัดสินกันที่ผลลัพธ์ และผลสกอร์หลังจบเกม ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาสอบผ่านสำหรับตัวผม และควรได้ทำต่อลุยเอเชี่ยนคัพ เพราะนี่เขาใช่นักเตะชุดไม่เต็มมาคว้าแชมป์แล้วเพราะฉนั้น หมดข้อครหา เดินหน้าต่อ ฟีฟ่าเดย์ และก็เอเชียตะวันตก ลุย มาโน่ 

2. MVP ที่คู่ควร ธีราทร บุญมาทัน

อันนี้คงไม่มีใครเห็นต่าง และเห็นแย้ง ด้วยศักยภาพที่เราก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีดีมากแค่ไหน ผ่านเวทีระดับเจลีก แตะถึงแชมป์ก็ผ่านมาแล้ว แถมเป็นแกนหลักของ บุรีรัมย์ เป็นตัวขับเคลื่อนคนสำคัญของทีม “ปราสาทสายฟ้า” การมาเล่นให้ทีมชาติกับเวทีระดับอาเซียน สำหรับเจ้าตัว ผมพูดเลยว่า เชื่อขนมกินแบบสบายๆ ผลงานในสนาม วินัย ความเป็นผู้นำ และที่สำคัญแพชชั่นในสนาม ที่ทำให้คนที่เล่นด้วยเกิดความกระหาย ถ้าตัดเรื่องผลงานเรื่องทำประตู และแอสซิสต์ทิ้ง มองแค่การกระทำในสนามเขาก็คือหนึ่งคนที่หาที่ติไม่ได้ และถ้าจะมีคนเหมาะกับรางวัลอันนี้ เขานี่แหละก็คือคนคนนั้น กับผลงาน 8 นัด 1 ประตูชัยในรอบชิงชนะเลิศ กับอีก 6 แอสซิสต์ (มากที่สุดในรายการนี้) รวมถึง 4 รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ (มากที่สุดในรายการนี้) อีกเช่นกัน ผลงานตัดสินทุกอย่าง ด้วยคุณภาพระดับนี้ ถ้าไทยมีคนแบบเขาสัก 10 คนเราคงต่อกรกับเอเชียได้แบบสนุก

3.  แม้ไม่มีแกนหลักแต่มีกลุ่มใหม่พร้อมขึ้นมา 

อีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนก็คงกังวลก่อนเริ่มรายการนี้ กับการขาดนักเตะแกนหลักคนสำคัญไปหลายรายทั้งต่างชาติ และประเทศไทย ว่าการแข่งขันครั้งนี้ เราจะไปถึงฝั่งฝันไหม ความกดดันถูกโยนมาให้หัวหน้าโค้ช ว่าการไม่มีตัวหลัก มันคือการได้โชว์ความสามารถที่แท้จริงว่าคุณจะพาเด็กๆ ชุดใหม่ๆ ก้าวขึ้นมาแทนแกนหลักที่ไม่มีชื่อได้แค่ไหน และถ้าคว้าแชมป์ได้ คุณจะถูกเชิดชูเป็นอย่างมาก และเราก็ทำได้ด้วยการใช้นักเตะชุดที่ขาดตัวหลักคว้าแชมป์อาเซียน แบบสมบูรณ์แบบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างเวียดนาม ชนิดที่ว่า เวียดนาม สู้ไม่ได้เลยก็กล้าใช้คำนี้ แน่นอน การไม่มีแกนหลักในรายการนี้มันเปิดโอกาสให้หลายๆ คนได้โชว์ผลงานในสนาม และได้ลงเล่นในนามทีมชาติต่อเนื่อง 

แม้บางคนอาจจะไม่ได้แจ้งเกิดเต็มตัว แต่ก็ทำให้แฟนบอลชาวไทยได้เห็น ว่าเรามีตัวเลือกในทีมชาติที่เพิ่มมากขึ้น กับการคว้าแชมป์ด้วยขุนกำลังชุดนี้ ที่ไม่ได้เต็มทีม หรือ เพอร์เฟคร้อยเปอร์เซ็นต์ แบบที่ทุกคนรับรู้ ทำให้เราๆ ได้รู้ว่าใครที่เล่นได้ และสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้อีก กับรายการนี้ จะได้เป็นตัวเลือกในทีมชาติไทยครั้งต่อไป 

4. ตัวแบกเวียดนามที่ไม่เหมือนเดิม

ต้องยอมรับอย่างนึงว่าชุดนี้ของเวียดนาม ดาวเด่นจากยุโรป ที่เคยแบกทีมได้ หรือช่วยทีมได้ดีกว่าครั้งนี้ รายการนี้เล่นไม่ออก หรือว่าเล่นไม่ได้ ไม่สมกับดีกรีที่ไปค้าแข้งถึงลีกยุโรปเลย มันเลยทำให้ทีมเวียดนามชุดนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเดิม ที่น่ากลัวคือการเล่นบอลหนัก ที่เน้นคนมากว่าเน้นบอล ที่แหละคือสิ่งที่น่ากลัว และอีกอย่างที่ต้องพูดถึงพละกำลังของเขาที่เคยดี ในสมัยก่อน เดี้ยวนี้เราก็ดูเหมือนจะตามทัน และฟิต พอๆ กับเขาแล้ว และอีกอย่างในเมื่อตัวเกมรุกคนสำคัญเล่นไม่ได้ ก็ไม่มีคนมาคอยทดแทน จะหวังพึ่ง “เหงียน เทียน ลินห์” ก็คงลำบากเพราะโดนกองหลังไทยจับตาย ไม่มีคนคอยช่วย เพราะฉนั้นเวียดนามคงต้องคิดแล้วแหละ ว่ากลับมาคราวหน้าจะมีดาวเด่นคนไหนที่ขึ้นมาแจ้งเกิดกับทัพ “ดาวทอง” เหมือนดั่งที่ “เหงียน ควง ไฮ่” เคยทำได้ แบบที่แฟนบอลไทยติดตา


5. หาทายาท ธีรศิลป์ คนต่อไป

ต้องพูดกันตามตรงว่า “พี่มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ยังคือกองหน้าเบอร์ 1 ของไทยในเวลานี้ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่เจ็บบ่อยๆ และไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วด้วยอายุที่แตะหลัก 3 กลางๆ การหาตัวแทนที่จะขึ้นมาทดแทนการขาดหายไปของ “พี่มุ้ย” ในอนาคต ซึ่งมันเกิดขึ้นแน่ และแน่นอนการแข่งขันรายการต่อๆ ไป อาจจะไม่มี “พี่มุ้ย” ให้ลงเล่นแล้วก็ได้เพราะต้องยอมรับเรื่องสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม เพราะฉนั้นการหาทายาทมาสืบทอดตำแหน่ง ดาวยิง ทีมชาติไทย คงจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องทำ แม้รายการนี้ ดาวยิงที่คาดว่าจะทดแทนพี่มุ้ยอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด หรือแม้แต่ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา จะไม่ติดทีมมา แต่ผมว่ามันยังไม่พอ เราควรจะต้องมีคนที่คอยมากดดันทั้งสองคนนี้ เพื่อมีการแข่งขันภายใน และอีกอย่างเวลา เล่นทีมชาติ ก็ไม่มีใครยิงระเบิดหรือมีส่วนร่วมกับเกมเหมือน ธีรศิลป์ แดงดา เลยสักคน นี่คือปัญหาที่เราจะต้องแก้ต่อไปในอนาคต รายการนี้ ก็เห็นผมขัดเจนการขาดหายไปของ “พี่มุ้ย” แต่นี่คือระดับอาเซียน ซึ่งมันไม่ใช่งานยากเกินไปในการทำประตูของพวกเรา เอาใจช่วย

และทั้งหมดก็คือสิ่งที่ผมมองเห็นจากการแข่งขันในนัดล่าสุด รวมถึงตั้งแต่เกมแรกที่ผ่านมาในรายการนี้ที่ทีมชาติไทยลงแข่งขันตั้งแต่รอบแรก ยัน รอบชิง แน่นอนภารกิจกับฟุตบอลโลกอาเซียนจบลงแล้ว ก็ต้องเดินหน้าสร้างทีมกันต่อ มาโน่ คงมีเรื่องปวดหัวอีกเยอะ เพราะบรรดานักเตะแกนหลักจะกลับมาช่วยทีม ก็ไม่รู้จะแอบเสียดายกับนักเตะกลุ่มนี้ที่ช่วยกันคว้าแชมป์มาหรือเปล่า

แต่อย่างไรก็ตาม การมีตัวเลือกที่มากมายย่อมดีกว่า ไม่มีตัวเลือกอะไรเลย เดินหน้าต่อ รายการต่อไป ฟีฟ่าเดย์ ลุยๆ มาโน่ ควรได้อยู่ต่อ ผมให้ผ่าน ควรให้โอกาสยันลุยเอเชียนเกมส์