หลังหวดรอบแบ่งกลุ่มมานานสองสัปดาห์ ในที่สุดศึกฟุตบอลโลก "กาตาร์ 2022" ก็ได้ 16 ทีมสุดท้าย มาหวดน็อกเอาท์เพื่อหาแชมป์ !!

กลุ่ม เอ : ผิดคาด เมื่อ "กาตาร์" เจ้าภาพไม่ได้สร้างความฮือฮาอย่างที่คิด กลายเป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์ที่ไม่ผ่านรอบแรกต่อจาก "แอฟริกาใต้" ทั้งที่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น หลายคนคิดว่า "เงิน" จะนำพาทีมเศรษฐีไปสู่ความสำเร็จ หลังบิดคว้าสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพแบบคาดไม่ถึงมาแล้ว สุดท้ายตกรอบไปพร้อมกับ "เอกวาดอร์"

สำหรับสองทีมที่เข้ารอบ คือ "อัศวินสีส้ม" เนเธอร์แลนด์ เตะสามนัดไม่แพ้ใครเข้าเป็นอันดับ 1 แม้ฟอร์มไม่หวือหวา แต่เชื่อเถอะว่าประมาทไม่ได้ "หลุยส์ ฟาน กัล" กุนซือขรัวเฒ่ามากประสบการณ์อาจสร้างตำนานทิ้งทวนก่อนการอำลาอาชีพโค้ช ส่วนอันดับสองที่ตามมาคือ "เซเนกัล" ทีมแกร่งจากแฟริกา

กลุ่ม บี : "สิงโตคำราม" อังกฤษ ทีมขวัญใจมหาชน ถือเป็นอีกทีมเต็งแชมป์ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยม โดยเฉพาะนัดแรก การสอดประสานในเกมรุกถล่ม "อิหร่าน" 6-2 เรียกได้ว่าเข้าตา ก่อนเข้ารอบเป็นที่ 1 โดยมี สหรัฐอเมริกา เข้ามาเป็นอันดับ 2 หลังเฉือน "อิหร่าน" ในนัดสุดท้าย 1-0

ปล่อยให้ "อิหร่าน" สุดช้ำ อดสร้างประวัติศาสตร์ กอดคอ "มังกรแดง" เวลส์ ตกรอบไป

กลุ่ม ซี : แม้ถูก "เศรษฐีน้ำมัน" ซาอุดีอาระเบีย ทำช็อกโลกประเดิมพ่ายนัดแรก 1-2 แต่ในที่สุด "เมสซี่และเพื่อน" ของทีม"ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ก็ผ่านเข้ารอบไปในที่สุดด้วยตำแหน่งจ่าฝูง หลังชนะรวดในสองนัดที่เหลือและไม่เสียประตูอีกเลย

ส่วนอันดับสองที่ตามเข้ารอบถือว่า พลิกล็อก เมื่อ "โปแลนด์" ต้นทีมดาวยิง "โรเบิร์ต เลวาน ดอฟสกี้" ที่โดน "อาร์เจน" บดแพ้ไป 0-2 แต่เข้ารอบ ปล่อยให้ทีมเต็งกลุ่ม "จังโก้" เม็กซิโก ที่ผ่านรอบแรกมาแทบทุกสมัยตกรอบไปด้วยผลประตูได้เสียดีกว่า 1 ลูก หลังจาก "จังโก้" โดนฤทธิ์ "สิงห์ทะเลทราย" ซาอุฯ ยิงประตูใส่ในช่วงทดเวลาก่อนจบเกม

ทำให้ "จังโก้" เม็กซิโก พลาดการเข้ารอบน็อกเอ้าท์ 8 สมัยติดต่อกันโดยทันที ถือเป็น 1 ประตูที่เสียท่ามีมูลค่ามหาศาลจริงๆ

กลุ่ม ดี : แชมป์เก่า"ตราไก่" ฝรั่งเศส เป็นทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลกหนนี้หลังคว้าชัย 2 นัดแรก พร้อมฟอร์มอันสุดปังของ "เอ็มปับเป้" แต่สุดท้ายก็ทำเสียตำหนิเมื่อส่งสำรองลงสนามจนพ่ายพลิก "ตูนิเซีย" 0-1 ในนัดสุดท้าย

ส่วนทีมอันดับสองที่ตามเข้ารอบถือว่า พลิกเมื่อทีมเต็งกลุ่มอย่าง "เดนมาร์ก" พ่าย "จิงโจ้" ออสเตรเลีย ในนัดสุดท้าย 0-1 ร่วงตกรอบแรกไปพร้อมกับ "ตูนิเซีย"

กลุ่ม อี : กว่าจะมีสองทีมเข้ารอบกลายเป็นดราม่าซ้อนดราม่า ในเกมนัดสุดท้ายช่วงเรียลไทม์ เพราะใน 4 ทีมของกลุ่ม มีเพียง สเปน เท่านั้นที่สถานการณ์สดใส โดยมี 4 แต้ม ในขณะที่ทีมร่วมสายทั้ง ญี่ปุ่น และ คอสตาริกา ซึ่งมี 3 แต้ม รวมถึง เยอรมนี ที่มีแต้มเดียวก็สามารถสอดแทรกเข้ารอบด้วยกันทั้งนั้น

สุดท้ายเป็น "ทัพซามูไร" ญี่ปุ่น ช็อกโลกอีกหนเมื่อบดเอาชนะ โปรตุเกส 2-1 ทั้งที่เสียประตูไปก่อน ทำให้ เยอรมนี ที่ตามหลัง คอสตาริกา 1-2 มารัวท้ายเกมชนะ 4-2 มีแต้มเท่า สเปน แต่ประตูได้เสียเป็นรอง ทำให้อดีตแชมป์โลก ตกรอบแรกไปอีกสมัย

ส่วน ญี่ปุ่น เข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม โดย "กระทิงดุ" สเปน มาเป็นอันดับสองแบบหวุดหวิด

กลุ่ม เอฟ : ก่อนศึกฟุตบอลจะเริ่มขึ้น ทุกสำนักฟันธงว่า โครเอเชีย ทีมรองแชมป์เก่า และ "เบลเยียม" ทีมอันดับสามจะผ่านเข้ารอบแบบสบาย แต่กลายเป็นว่าต้องมาตัดกันเองจนถึงนัดสุดท้าย

สถานการณ์ "ตาหมารุก" ได้เปรียบเมื่อมี 4 แต้ม ส่วน เบลเยียม มี 3 ส่วน โมร็อกโก ที่มี 3 แต้มไปเจอ แคนาดา ที่แพ้มาสองนัด

แต่แล้ว โมร็อกโก ชนะ แคนาดา เข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม เพราะ โครเอเชีย กับ เบลเยียม จบลงที่ผลเสมอ ทำให้ทีมอันดับสองของโลก "เบลเยียม" มือเปล่าไปอีกรายการ

ส่วน โมร็อกโก และ โครเอเชีย ได้ไปสู้ต่อในรอบน็อกเอ้าท์

กลุ่ม จี "แซมบ้า" บราซิล ทีมเต็งจ๋าไม่มีปัญหาถึงนัดสุดท้าย เพราะชนะมาสองนัดรวด ปล่อยให้ สวิตเซอร์แลนด์, แคเมอรูน และ เซอร์เบีย แย่ง 3 แต้มในนัดสุดท้ายเพื่อเข้ารอบ

สุดท้ายพลิกล็อกจนได้ "แซมบ้า" บราซิล ส่งชุดสำรองพ่ายให้กับ "หมอผี" แคเมอรูน โดย แวงซองต์ อบูบาการ์ ฮีโร่หมอผีโขกช่วงทดเจ็บ แม้มีเพิ่มเป็น 4 แต้ม แต่สถานการณ์ไม่เป็นใจ เมื่อ สวิตเซอร์แลนด์ พลิกชนะ เซอร์เบีย 3-2 ทำให้ "หมอผี" ชนะ "บราซิล" ได้แต่ชื่อ แต่ไม่ได้เข้ารอบ

กลุ่ม เฮช ไฮไลต์อยู่ที่ "พลังโสม" เกาหลีใต้ ที่เล่นมา 2 นัดมีแต้มเดียว ต้องมาลุ้นนัดสุดท้ายกับ โปรตุเกส ที่ชนะรวดมา 2 นัดเข้ารอบแน่นอน อีกสองทีมที่ต้องลุ้นและมาตัดกันเองคือ อุรุกวัย กับ กานา โดย อุรุกวัย มีแต้มเดียวเท่า เกาหลี ส่วน กานา จาก 3 แต้มได้เปรียบอยู่มาก

จบลงที่ดราม่าเมื่อ พลังโสม ทำเซอร์ไพรส์ ซัดประตูชัยช่วงทดเจ็บชนะ โปรตุเกส 2-1 ถีบอดีตแชมป์โลก อุรุกวัย ร่วงทันที แม้มี 4 แต้มเท่ากัน แต่ประตูได้เสีย เกาหลีใต้ ดีกว่า

"หลุยส์ ซัวเรส" ดาวยิงกัปตันทีจอมโหดถึงกับหลั่งน้ำตา ปิดเส้นทางบอลโลกของตัวเองและอุรุกวัย เพียงแค่รอบแรก

สรุปการประกบคู่รอบน็อกเอ้าท์ 16 ทีมสุดท้าย เนเธอร์แลนด์ พบ สหรัฐอเมริกา, อาร์เจนตินา พบ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น พบ โครเอเชีย, บราซิล พบ เกาหลีใต้, อังกฤษ พบ เซเนกัล, ฝรั่งเศส พบ โปแลนด์, โมร็อกโก พบ สเปน และ โปรตุเกส พบ สวิตเซอร์แลนด์

ถึงรอบนี้จนถึงนัดชิงชนะเลิศ แข่งขันแบบแพ้คัดออก ทีมที่จะไปถึงแชมป์จะแพ้ไม่ได้ จากผลงานของทีมเต็งไม่ว่าจะเป็น สเปน, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส หรือแม้แต่ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา และล่าสุดคือเต็งหนึ่ง "แซมบ้า" บราซิล ต่างเข้ารอบมาแบบมีมลทินพ่ายพลิกให้กับคู่แข่ง

ดังนั้นในรอบน็อกเอ้าท์ จากสภาพอากาศและความฟิตของนักเตะ รวมถึงรูปแบบการเล่นของแต่ละทีมถือว่าไม่ห่าง ปรากฏการร์ล้มยักษ์หากจะเกิดขึ้นอีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ !!

ที่มาของภาพ : Twitter @FIFAWorldCup, Twitter Football Australia @FootballAUS