หายไป 7 จาก 6 สโมสร หลังจบศึกไทนยลีกเลกแรกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา สโมสรในศึกไทยลีกได้สังเวยเก้าอี้กุนซือไปแล้ว 7 ราย ขอนแก่น ยูไนเต็ด เหมา 2 คนรวดในเลกเดียว

 สวัสดีครับ วันนี้มาพบกับผม พี คนดูบอล ทีมงาน SMM SPORT วันนี้จะมาพูดถึง ควันหลงหลังจบศึกไทยลีก เลกแรก ฤดูกาล 2022-23 เราจะมาตามส่องกันว่ามีกุนซือที่ต้องตกเก้าอี้ไปแล้ว 7 รายเป็นใครกันบ้าง แยกเป็นต่างชาติ 3 ราย และ โค้ชไทยอีก 4 ราย โดยมี ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่สังเวยเก้าอี้ 2 หนใน 1 เลก และ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน รายเดียว ที่ตกงานแค่สัปดาห์เดียวได้งานใหม่ กับ พีที ประจวบ เอฟซี ทันที

นี่คือโฉมหน้า 7 กุนซือที่ตกงานไทยลีก ฤดูกาล 2022-2023 

1. มาโกโตะ เทรุงาโมริ / บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

สำหรับคนแรก มาโกโตะ เทรุงาโมริ ไม่มีใครขาดคิดว่าเจ้าตัวจะเป็นกุนซือที่จะโดนปลดคนแรกในฤดูกาลนี้ หลังเมื่อปีก่อนพาทีมทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2021-22 จนถึงขั่นจบรองแชมป์ แถมยังพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ ทะลุเข้ารอบ 16 ทีม ACL อีกด้วย แต่ผลงานในลีกสวนทางกับเม็ดเงินที่ลงทุนเสริมทีมไป ทำให้ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยคุมทีมไป 10 นัด และไม่ชนะเกมในบ้านเลยแม้แต่เกมเดียว และนัดส่งท้ายบุกไปแพ้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-0 

แยกทางกัน 24ต.ค.65  

2. คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ ปาร์เรร่า / ขอนแก่น ยูไนเต็ด

สำหรับคนที่สอง คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ ปาร์เรร่า อันนี้ตามคาดเพราะผลงานทีมปีก่อนที่เจ้าตัวคุมพา ขอนแก่น ยูไนเต็ด รอดตกชั้ยแบบหายห่วงและมีผลงานที่ดีเกินความคาดหมาย แต่มาในปีนี้ผลงานช่วงแรกก็เหมือนจะมาดี แต่พอช่วงหลังพาทีมไม่ชนะใครหลายเกมติดต่อกัน เกมที่เหลือผู็เล่นเยอะกว่าควรจะคว้าชัย หรือมีแต้มก็ไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะเกมสุดท้ายที่พบ พีที ประจวบ เอฟซี ที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่าแต่ทำได้แค่ เสมอ 1-1 ทำให้เป็นเหตุผลที่โดนปลดสังเวยผลงาน โดยคุมทีมไป 11 นัด ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 6 นัด

แยกทางกัน 29 ต.ค. 65

3. ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล / หนองบัว พิชญ เอฟซี

สำหรับคนที่สาม ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ก็เป็นไปตามที่คาดเพราะผลงานฤดูกาลนี้ไม่ดีเอาสะเลย เลยยอมลงจากเก้าอี้เพื่อให้ทีมหาจุดเปลี่ยนต่อไป ทั้งๆที่ฤดูกาลก่อนเป็นคนพาทัพ “พญาไก่ชน”​บินสูงจบถึงครึ่งบนของตาราง แต่ด้วยทรัพยากรภายในทีมตัวหลักๆ หายไปทีละคนสองคน และได้วัตถุดิบเข้ามาไม่ได้ตอบโจทย์กับสิ่งที่ขาดหายไป ก็ไม่น่าแปลกใจที่ผลงานฤดูกาลนี้จะไม่ดีเหมือนปีก่อน แม้เจ้าตัวจะได้รับความไว้วางใจจากบอร์ดให้ทำต่อก็ตาม โดยคุมทีมไปทั้งหมด 11 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 9 

แยกทางกัน 2 พ.ย. 65

4. ดุสิต เฉลิมแสน / ลำพูน วอริเออร์

มาถึงคนที่สี่ ดุสิต เฉลิมแสน อันนี้ก็สุ่มเสี่ยงจะไปตั้งแต่หลายเกมก่อนเพราะเข้ามาคุมทีมโดนได้รับความคาดหวังจากแฟนบอลเป็นอย่างมากแม้จะเป็นทีมน้องใหม่ แต่การเสริมตัวผู้เล่นกับเม็ดเงินที่ลงไปมันไม่ได้ตามที่ต้องการ ที่หนักคือไม่ใช่ผลงานไม่ดีแล้วเกาะอยู่กลางตารางอันนี้ไม่ชนะใครได้เลยโดยเฉพาะการเล่นในบ้าน โดยสามารถพาทีมชนะได้แค่เกมเดียวตลอดการคุมทีม “ราชันโคขาว” พาทีมไปจมบ๊วยของตารางทั้งๆที่ลงทุนไปเยอะซึ่งก่อนเริ่มลีกไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นทีมลุ้นตกชั้นแน่นอน โดยผลงานคุมทีมทั้งหมด 12 นัด ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 8

แยกทางกัน 7 พ.ย. 65

5. ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น  / พีที ประจวบ เอฟซี

สำหรับคนที่ห้า ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น คนนี้เข้ามาหวังปลุกปั้นทีมด้วยการเลือกตัวผู้เล่นเองตั้งแต่ก่อนเปิดลีกผลงานช่วงต้นฤดูกาลถือว่ายอดเยี่ยมแต่พอผ่านไปสักพักผลงานเริ่มดิ่งลงเรื่อยๆ ไม่ได้ทำทีมอยู่ในโซนอันตรายเท่าไหร่ในเวลานั้นแต่ผลงานไม่ชนะใครติดต่อกันหลายเกม โดยเฉพาะเปิดบ้านโดนทีมอื่นมายำเนี้ยเป็นเหตุผลหลักๆ ทำให้เจ้าตัวขอยุติบทบาทลาออกจากตำแหน่ง เสียดายเหมือนกันที่ผลงานไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ โดยผลงานคุมทีมทั้งหมด 13 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 8 นัด 

แยกทางกัน 11 พ.ย. 65  

6. สก็อตต์ คูเปอร์ / การท่าเรือ เอฟซี

คนรองสุดท้ายในเลกแรก สก็อตต์ คูเปอร์ กุนซือต่างชาติของการท่าเรือ เอฟซี ถ้านับผลงานโดยรวมจริงๆ ถือว่าไม่แย่ทำทีมแพ้ค่อนข้างยาก และรูปเกมอาจจะดูน่าเบื่อไปนิดสำหรับแฟนบอล “สิงห์เจ้าท่า” ที่ชอบบอลเอ็นเตอร์เทน แต่ก็สงสัยชั้ยมั้ยแล้วทำไมโดนปลด น่าจะเป็นเพราะเรื่องผลงานที่ไม่ได้ตอบโจทย์ที่ทีมต้องการมากขนานนั้นโดยหนักไปที่เสมอถึง 7 เกมซึ่งมันเยอะเกินไปสำหรับทีมที่จะอยู่ในกลุ่มบนลุ้นแชมป์แม้จะแพ้เพียงแค่นัดเดียวก็ตาม โดยโดนปลดหลังคุมทีมชนะ สวาทแคท ในบ้านแต่ก็ไม่รอดเพราะเขาจ้องจะเล่นคุณมาสักพักใหญ่แล้ว แฟนทีมอื่นๆ คงจะ งงๆ ว่าปลดทำไมผลงานก็ดี พอปลดปุ้ป แพ้ยาวๆเลยจ้า โดยผลงานคุมทีมทั้มหมด 13 นัด ชนะ 5 เสมอ 7 แพ้ 1 นัด

แยกทางกัน 14 พ.ย. 65 

7. ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก / ขอนแก่น ยูไนเต็ด

คนสุดท้ายและท้ายสุด มาช้าสุดและไปไวสุดเช่นกัน “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เข้ามาคุมทีมหลังจากทีมปลด คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ ปาร์เรร่า ออกจากตำแหน่งหวังใช้กุนซือที่เก่งเรื่องหนีตกชั้นเข้ามาทำให้ทีมอยู่รอดให้ได้ในปีนี้ แต่ท้ายที่สุดอยู่ได้เพียงเดือนเดียวเจ้าตัวก็ไป แต่เป็นการแยกทางกันด้วยดีด้วยการตกลงของทั้งสองฝ่าย คงจะมีเหตุผลส่วนตัว โดยฝากผลงานไว้ 4 นัด เสมอทั้ง 4 เกม สม่ำเสมอสุดๆ 

แยกทางกัน 28 พ.ย. 65 

ทั้งหมดนี้ก็คือ 7 กุนซือที่ตกงานในเลกแรกของศึกไทยลีก ฤดูกาล 2022-23 ก็ต้องมารอดูว่า กุนซือใหม่ที่เข้ามาจะช่วยยกระดับทีมให้ดีขึ้นกว่าตอนพวกเขาคุมหรือป่าว และในเลกที่ 2 หรือก่อนจะเปิดเลก 2 จะมีกุนซือคนไหนโดนเด้งกลางอากาศไหม มารอติดตามได้ที่ SMM SPORT กันเลยครับ 

- พี คนดูบอล -