ใครจะไปก่อนเพื่อน! ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021-2022 ที่ผ่านมานั้น กุนซือรายแรกที่ตกงานก่อนใครเป็น “โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ ของ เชียงใหม่ยูไนเต็ด 1 ใน 3 ทีมที่ตกชั้น

มาในฤดูกาลนี้ โค้ชคนไหนจะสละเก้าอี้ตัวเองก่อนเพื่อนมารอลุ้นกัน เต็งจ๋ามี 3-4 คน หลังทำผลงาน “ออกสตาร์ท” ไม่ค่อยแจ่ม

หลังจากศึกไทยลีกกำลังดำเนินไปถึงสัปดาห์ที่ 6 ก่อนจะพักเบรคให้ทีมชาติกุนซือคนไหนที่สุ่มเสี่ยงจะโดนปลดก่อนเพื่อน “ตัวเต็ง” ที่น่ากลัวกับฟอร์มทีมในปัจจุบันที่ไม่ดีเลย มีเต็งจ๋า 3 รายที่อาการหนัก อีก 1 รายสุ่มเสี่ยงเล็กน้อย โดยฤดูกาลก่อน 2021-22 กุนซือคนแรกที่โดนปลด ต้องผ่านไปถึง 7 เกม มาปีนี้กำลังเข้านัดที่ 6 ต้องรอลุ้นหลังจบถ้าฟอร์มไม่ดีขึ้นจะหลุดจากตำแหน่งหรือเปล่า

สำหรับ “โค้ช” คนแรกที่โดนปลดเมื่อปีก่อนคือ "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ ที่คุมเชียงใหม่ เอฟซี ได้แค่ 7 เกม ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 4 ก่อนจะแยกทางกัน ในวันที่ 10 ตุลาคม 2564 

วันนี้ทีมงาน SMMSPORT จะหยิบยก “กุนซือมาทั้งหมด 4 คน” เริ่มที่คนแรกที่ฟอร์มน่าเป็นห่วงมากที่สุด ไปหาน้อยที่สุด มี 4 คนที่เรายกมาให้ดูว่าฟอร์มหลังผ่านไปจะเข้าสัปดาห์ที่ 6 สุ่มเสี่ยงจะถูกปลด ทุกคนคิดเห็นเหมือนเรากันไหม

เริ่มที่คนแรก “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล กุนซือทัพ “พญาไก่ชน” หนองบัว พิชญ เอฟซี กุนซือผู้นี้เมื่อฤดูกาลก่อนพาทีม “พญาไก่ชน” บินสูงจบถึงครึ่งบนของตาราง แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงนักเตะทั้งตัวไทย และต่างประเทศทำให้หลังผ่านไป 5 นัดแรก ทีมของ “โค้ชวัง” จมบ๊วยของตาราง โดยลงสนามไปทั้งหมด 5 นัด ยังไม่ชนะใคร แพ้ 5 เกมรวด ยิงได้เพียง 1 ประตูเท่านั้นในเกมล่าสุด และเสียไปถึง 8 ประตู

ทำให้ “โค้ชวัง” อาจจะเป็นกุนซือ ที่มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะกระเด็นหลุดจากเก้าอี้เป็นรายแรกๆ ของปีนี้ แต่อย่างว่าเราต้องมองความเป็นจริง ด้วยตัวผู้เล่นที่ไม่ดีเท่าเดิม ศักยภาพสู้ทีมใหญ่ๆ หรือระดับเดียวกันยังลำบาก ทำให้ “โค้ชวัง” อาจจะยังเป็นที่วางใจของ “บอร์ดบริหาร” ให้ทำหน้าที่ต่อ แต่ถ้ายังแพ้ติดกันไปเรื่อยๆ ก็มีโอกาสจะกระเด็นสูงเช่นกัน

คนที่สอง “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือ “ราชันโคขาว” ลำพูน วอริเออร์ ที่เข้ามารับตำแหน่งก่อนเปิดฤดูกาล 2022-23 และได้ทำการเสริมทัพนักเตะเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับไทยลีกครั้งแรกของสโมสรมาได้ดีพอสมควร แต่ด้วยบรรดานักเตะต่างชาติที่ยังไม่ฟิต รวมถึงยังมีอาการบาดเจ็บติดตัว ทำให้ “โค้ชโอ่ง” อาจจะใช้ประสิทธิภาพของนักเตะเหล่านั้นได้ไม่มากพอ ทำให้ผลงานที่ผ่านมา 5 นัดต้องจมรองบ๊วยของตาราง

โดยแข่งไป 5 นัด เสมอ 1 แพ้ไป 4 ถือว่าผลงานไม่ดีเลยแม้แต่น้อย ต่างจากสิ่งที่แฟนบอลคาดหวังไปมาก แต่เราต้องให้ความเป็นธรรมในตัว “โค้ชโอ่ง” ด้วยการที่เจอทีมใหญ่ไปแล้ว 4 จาก 5 นัดแรกบวกกับรังเหย้าก็ยังไม่สามารถแข่งขันได้ ต้องไปเตะที่ เชียงใหม่ แต่สิ่งสำคัญเลยคือยังไม่ได้แม้แต่ทะลวงประตูคู่แข่งแม้แต่ลูกเดียว

เลยทำให้ผลงานไม่เป็นไปตามเป้า แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ 2 เกมหลังจากนี้ถ้าผลงาน ไม่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ “โค้ชโอ่ง” จะกระเด็นออกจากเก้าอี้กุนซือก่อนใครเพื่อนก็เป็นได้ ซึ่งถ้าให้เทียบกับทุกๆ คน ผมมองว่า “โค้ชโอ่ง” น่าเป็นห่วงที่สุด และหวังว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยเหมือนปีที่แล้ว หลังโดนปลดออกจากตำแหน่งตอนคุมท่าเรือ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว

คนที่สาม “เดนนิส อมาโต้” กุนซือ สุโขทัย เอฟซี ที่สานต่อผลงานหลังจากพาทีมคว้าตั๋วกลับมาโลดแล่นบนลีกสูงสุดอีกครั้ง ถ้าเอาตามตรงผลงานก็ถือว่ายังน่าเป็นห่วงหลังผ่านไป 5 เกม เสมอ 2 แพ้ 3 ยังไม่ชนะใคร ยิงได้ 1 ลูกเสียไป 11 ประตู ก็ถือว่าฟอร์มโดยรวมดีขึ้นจากช่วง 3 นัดแรก แต่ก็ยังน่าห่วงเรื่องจังหวะเข้าทำที่มันส่งผลถึงการจะมีแต้มกลับออกมาจากทั้งการเล่นในบ้าน และออกไปเยือนคู่แข่ง ก็ต้องมารอดูว่าถ้าผลงานของ “อมาโต้” หลังจากนี้ยังไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้ เจ้าตัวจะได้มีโอกาสคุมทีมต่อไปอีกกี่นัด และจะเป็นคนแรกที่สังเวยเก้าอี้กุนซือในปีนี้หรือเปล่า 

มาถึงคนสุดท้าย ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ “โค้ชอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ต้องยอมรับกันก่อน โปลิศ เทโร เพิ่งได้เล่นไป 3 นัดแถมมีอีก 1 เกมตกค้างกับ ท่าเรือ และฟอร์มในสนามถือว่าดูดีมีทรง แต่ด้วยตารางคะแนนมันหลอกกันไม่ได้ เพราะ เทโร เพิ่งมีแค่ 1 แต้มจาก 3 นัดซึ่งถือว่าสุ่มเสี่ยง แต่ผมเชื่อว่า เทโร โดยเฉพาะ “โค้ชอ้น” เอาตัวรอดได้สบายแน่นอน แต่ขอหยิบยกมาหน่อย เพราะ อยู่ในโซนแดง เดี้ยวจะน้อยใจกันซะก่อน 

แต่ที่แน่ๆ ไม่น่าใช่ “โค้ชอ้น” ที่จะหลุดจากตำแหน่งคนแรกแน่ๆ แต่ที่เราหยิบยกมา เพราะทีมอยู่ในโซนอันตราย และมีแต้มเท่ารองบ๊วย ก็ต้องมาวัดผลงานกับเกมตกค้างที่เหลือ บวกกับอีก 1 เกมเต็มว่าจะมีแต้มติดมือมากน้อยเพียงใด และค่อยมาวัดกันอีกที 

เช็กชื่อกุนซือแล้ว ทั้ง เดนนิส อมาโต้ (สุโขทัยฯ), ดุสิต เฉลิมแสน (ลำพูนฯ) และเป็นเพียงทีมเดียวที่ยิงคู่แข่งไม่ได้ รวมถึง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล (หนองบัวฯ) น่าเป็นห่วงที่สุด ส่วน รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค (เทโรฯ) ไม่น่าห่วงเท่าไหร่เสี่ยงน้อยที่สุดแต่ต้องมาดูผลงานหลังเตะครบว่าจะอยู่ที่เดิมหรือก้าวกระโดดไปไกล 

สำหรับซีซั่นนี้ ก็ต้องมารอดูว่า บอร์ดบริหารทีม สุโขทัยฯ, ลำพูน, หนองบัวฯ จะเอาอย่างไรกับผลงานของกุนซือตัวเอง หรือจะเป็นตัวกุนซือที่ตัดสินใจรับผิดชอบผลงานลาออกไป เชื่อว่าอีกไม่นานเราอาจได้เห็นว่าคนแรกที่จะไป จะใช่ 3 หรือ 4 คนที่เราได้ยกมาให้ทุกคนได้อ่านหรือป่าว แต่มั่นใจมีให้เห็นแน่นอน ไม่นานเกินรอ

แต่ถ้าไม่ใช้กุนซือเก้าอี้ร้อนเหล่านี้ ทุกคนคิดว่าจะเป็นใครกันละ!!