การแข่งขันฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง เราจะได้เห็นการออกแบบชุดแข่งที่ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ชุดของแคเมอรูนเมื่อปี 2002 ไปถึงชุดแข่งสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะใช้ในปี 2022 นี้

         จากชุดของแคเมอรูนในฟุตบอลโลก 2002  ไปจนถึงชุดแอพปฏิทินของสวิตเซอร์แลนด์ที่จะใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง การแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนท์ที่สำคัญที่สุดรายการนี้ทำให้เราได้เห็นเครื่องแต่งกายที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬา จาก 22 ครั้งของการแข่งขันระดับโลกรายการนี้ แบรนด์กีฬาดังๆ อย่าง Adidas, Nike และ Puma มักจะทุ่มเงินเต็มเหนี่ยวในแง่ของการออกแบบที่ปฏิวัติวงการ แต่บ่อยครั้งที่รูปแบบที่แปลกประหลาดที่สุดได้นำไปสู่เสียงวิจารณ์ในเชิงลบ และชุดแข่งล่าสุดก็ดูเหมือนจะได้รับเสียงด่ามากกว่าการยกย่อง ว่าแล้ว เราจะขอพาผู้อ่านย้อนไปดู 8 ชุดแข่งที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยสร้างสรรค์มาในฟุตบอลโลก

 

รัสเซีย - 1994

         ชุดเยือนของรัสเซียในฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกาอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นประเทศโครเอเชีย เนื่องจากมีแถบลายตาหมากรุกสีแดงสลับขาวที่แขนเสื้อ เสื้อ Reebok ถูกสวมใส่ระหว่างที่พวกเขาพ่ายแพ้ 2-0 ต่อรัสเซียในซานฟรานซิสโก ส่งผลให้พวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่มแม้จะเอาชนะแคเมอรูน 6-1 ก็ตาม แต่ชุดแข่งของรัสเซียล่าสุดมีการออกแบบสีแดงแบบเรียบง่ายสำหรับชุดเหย้าและสีขาวสำหรับทีมเยือน แต่น่าเสียดายที่เราจะไม่ได้ยลโฉมชุดแข่งเหล่านั้นที่กาตาร์

 

เม็กซิโก - 1994

         แม้ว่าชุดเหย้าและชุดเยือนของเม็กซิโกในฟุตบอลโลกปี 1994 จะแตกต่างไปจากดีไซน์ปกติของพวกเขาและมีรูปแบบพื้นฐาน แต่เสื้อของผู้รักษาประตูนี่แหละที่เป็นตัวขโมยซีน ฮอร์เก้ กัมโปส นายทวารของเม็กซิโกสวมใส่หนึ่งในเสื้อที่น่ารังเกียจที่สุดระหว่างการแข่งขันกับอิตาลี, นอร์เวย์, บัลแกเรีย และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ตัวเสื้อประกอบไปด้วยสามเหลี่ยมนีออนและดูหลวมมากๆ โดยที่ต่อมาเม็กซิโกก็พ่ายแพ้ต่อบัลแกเรียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนบัลแกเรียไปถึงรอบรองชนะเลิศ

 

เยอรมนี - 1994

         ชุดที่สามและชุดสุดท้ายจากฟุตบอลโลกปี 1994 เป็นของเยอรมนี ซึ่งถูกบัลแกเรียเขี่ยตกรอบในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยเยอรมนีที่เป็นแชมป์เก่าในตอนนั้นสวมชุดเหย้าที่แปลกประหลาดซึ่งมีลวดลายสีเขียว สีแดง และสีดำอยู่บริเวณหน้าอกและรอบคอ โดยที่ปกเสื้อนั้นยังดูแปลกๆ ดีไซน์ของเสื้อยังทำให้ตรา DFB และโลโก้ Adidas ต่ำกว่าปกติ

 

ญี่ปุ่น - 1998

         กลับมาที่ชุดผู้รักษาประตูอีกครั้ง คราวนี้เป็นของญี่ปุ่นเมื่อปี 1998 ที่ โยชิคัตสุ คาวางุชิ สวมใส่ในนัดเจออาร์เจนติน่า, โครเอเชีย และจาเมกา ทำให้นึกถึงเสื้อลายไฟที่อาจพบเห็นได้ในแฟชั่นดิสโก้ เสื้อสีดำของคาวางุชิที่ตัดด้วยสีส้มและสีเหลืองดูไม่น่ามองเลย ส่วนชุดสีเขียวที่คล้ายกันก็ถูกใส่ในรอบคัดเลือกที่ประสบความสำเร็จของญี่ปุ่นด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาโชคดีอีกต่อไปเมื่อทัพซามูไรบลูส์กระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่ม

 

แคเมอรูน - 2002

         แคเมอรูนดูเหมือนจะทำสงครามกับฟีฟ่าในปี 2002 หลังจากสวมชุดที่คล้ายเป็นการปฏิวัติอย่างแท้จริงในการคว้าแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ในปี 2002 น่าเสียดายที่ชุดที่ไม่มีแขนเสื้อไม่ได้รับอนุญาตให้สวมใส่ในฟุตบอลโลกครั้งต่อมาที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ดังนั้นพวกเขาจึงสวมเสื้อยืดสีดำอยู่ด้านใน แม้ว่าชุดดังกล่าวจะกลายเป็นประเด็นให้พูดคุย แต่การดีไซน์ในขั้นตอนสุดท้ายทำให้ดูเหมือนมีสองไอเดียที่แยกจากกันที่มาเย็บเข้าด้วยกัน และนั่นคือสิ่งที่มันเป็น


อิตาลี - 2006

         แม้ว่าชุดเหย้าสีน้ำเงินของอิตาลีตอนนี้จะกลายเป็นส่วนนึงของประวัติศาสตร์ฟุตบอลของพวกเขาหลังจากเอาชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษในรอบชิงชนะเลิศ แต่ชุดผู้รักษาประตูของพวกเขาดูค่อนข้างแปลก จานลุยจิ บุฟฟ่อน ได้มีโอกาสสวมเสื้อสีทองตัดขอบด้วยสีน้ำเงินบริเวณรักแร้ และคอที่เว้าลงไปคล้ายคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กสีขาวชุดแปลกๆ ชุดนี้ไม่ได้ส่งผลต่อโอกาสแห่งความรุ่งโรจน์ของพวกเขา เมื่อบุฟฟ่อนช่วยให้ทีมของเขาได้รับชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องเซฟลูกยิงเลยก็ตาม

 

แอฟริกาใต้ - 1998

         แอฟริกาใต้หวนคืนสู่ฟุตบอลโลกในปี 2010 แปดปีหลังจากการได้ลงเล่นสองสมัยติดต่อกันแต่ก็ไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ จากการลงสนาม 3 เกม ซึ่งรวมถึงความพ่ายแพ้ต่อฝรั่งเศส และเสมอกับเดนมาร์กและซาอุดีอาระเบีย ทัพบาฟาน่า บาฟาน่า สวมชุดทีมเหย้าที่ทำให้หลายคนงงๆ ดีไซน์รักบี้ของ Kappa มีทั้งแถบแนวนอนสีเหลืองและสีดำบนเสื้อสีขาวซึ่งมีปกเสื้อสีเขียว สวมใส่คูกับกางเกงขาสั้นสีเขียวและดำพร้อมถุงเท้าสีขาว

 

สวิตเซอร์แลนด์ - 2022

         ไปดูชุดแข่งที่สวิตเซอร์แลนด์จะสวมใส่ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์ซึ่งคล้ายกับแอพปฏิทินของ iPhone โดย Puma ได้ออกแบบเทมเพลตที่มีหมายเลขผู้เล่นในกล่องขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า งานนี้เลยได้รับเสียงวิจารณ์อย่างล้นหลามบนโซเชียล มีเดีย ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งถึงกับบอกว่านี่เป็นการออกเสื้อที่แย่ที่สุดที่ฟุตบอลโลกเคยเห็นมา