แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กองหลังตัวใหม่ฉายาน่าครั่นคร้าม 'จอมโหดจากอัมสเตอร์ดัม' แต่แน่นอนว่าในแวดวงลูกหนังเคยมี 'สุดยอดสมญานาม' ที่หลายคนยอมรับและยังจดจำได้จนถึงทุกวันนี้

         แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการในการเซ็นสัญญา ลิซานโดร มาร์ติเนซ จากอาแจ็กซ์ โดยเจ้าตัวจะอยู่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถึงเดือนมิถุนายน 2027 กองหลังชาวอาร์เจนติน่ารายนี้มาพร้อมกับชื่อเสียงในฐานะตัวจ่ายบอลที่ดีและเป็นคำตอบของเอริค เทน ฮาก ในการขึ้นเกมบุกจากตำแหน่งที่ลึกกว่าเดิม นอกจากนี้เจ้าตัวยังมาพร้อมฉายา 'The Butcher' (จอมโหด) หรือ 'the Butcher of Amsterdam (จอมโหดแห่งอัมสเตอร์ดัม)'

         ทำไมมาร์ติเนซถึงถูกเรียกว่า 'The Butcher'? แม้ว่าแฟนๆ คู่แข่งจะแอบหัวเราะเยาะนักเตะใหม่คนล่าสุดของแมนฯ ยูไนเต็ด อันเนื่องมาจากความสูง 5 ฟุต 9 นิ้วของเขา ซึ่งถือว่าค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับตำแหน่งกองหลัง มาร์ติเนซได้ฉายาเช่นนี้ก็เนื่องมาจากคุณลักษณะของเขา ในขณะที่เจ้าตัวมีวิสัยทัศน์และความนิ่งในการครองบอลที่ยอดเยี่ยม แต่เขาก็ไม่กลัวที่จะจัดการกับคู่ต่อสู้ของเขา ความเหนียวแน่นในการครองบอลและรูปแบบการเล่นที่ดุดันทำให้เขาได้รับสมญานามว่า 'จอมโหด' หรือบางครั้งก็เป็น 'จอมโหดแห่งอัมสเตอร์ดัม' แน่นอนว่าตอนนี้มาร์ติเนซต้องทำให้แฟนๆ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่ใจว่าเขาจะทำผลงานในพรีเมียร์ ลีกได้สมกับฉายาของเขา

         และเนื่องในวาระที่ 'The Butcher' มุ่งหน้าสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เราจึงขอรวบรวมฉายาหรือสมญานามที่ดีที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมามาไว้ ณ ที่นี้ โดยฉายาบางคนได้มาเพราะพวกเขาเก่งมากๆ ในบางสิ่งหรือแย่มากๆ ในบางเรื่อง มีเพียงไม่กี่คนที่ได้ฉายามาด้วยสถานการณ์พิเศษที่แปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นลักษณะบุคลิกภาพหรือความโชคร้ายแปลกๆของพวกเขา และนี่คือ 12 สมญานามที่ดีที่สุดในแวดวงลูกหนัง


12. โรแบร์โต้ บาจโจ้ – เทพบุตรเปียหางม้า (The Divine Ponytail)

         เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของนักฟุตบอลรูปหล่อคนนี้ ทรงผมของ โรแบร์โต้ บาจโจ้ นั้นมีความแปลกกว่าใครๆ เพราะทรงผมเปียนั้นมักจะเป็นทรงที่นิยมของเด็กสาวเพียงแต่ว่าตัวของบาจโจ้ดัดแปลงเล็กน้อยเพราะเขาไม่ได้ไว้ผมยาวทั้งหัวแต่อย่างใด เขาตัดสั้นทั้ง 4 ด้านเหลือเพียงเปียที่ไว้เป็นหางม้าเล็กๆ อย่างเดียวเท่านั้น แต่นั่นก็กลายเป็นทรงผมระดับตำนาน มีคนเพียงไม่กี่คนที่สามารถตัดผมทรงของเขาได้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉายา 'เทพบุตรเปียหางม้า' ของเขาเป็นเอกลักษณ์ และพิเศษไม่เหมือนใคร

 

11. เฟร์นานโด ตอร์เรส – เอล นินโญ่

         'เอล นินโญ่' ที่แปลว่า 'เจ้าหนู​' หรือ 'เด็กผู้ชาย' ตามภาษาสเปน เป็นฉายาที่เน้นให้เห็นว่าเฟร์นานโด ตอร์เรสทำได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อขนาดไหน เขาก้าวมาเล่นให้ชุดใหญ่ของ แอตเลติโก้ มาดริด ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น จนถูกเรียกว่า 'เอล นินโญ่' หรือ 'The Kid' ซึ่งมีความหมายว่า "เจ้าหนู" หรือ "เด็กน้อย" เนื่องจากตอนนั้นไม่มีใครจำชื่อของเขาได้ แต่เจ้าตัวยอมรับในภายหลังว่าไม่ชอบมันเท่าไหร่นัก "นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกตอนอายุ 16 ปี และได้ไปอยู่ในห้องแต่งตัวของ แอตเลติโก้ มาดริด ตอนนั้นไม่มีใครอยากพูดกับผม เพราะพวกเขารู้สึกว่ากำลังถูกรบกวน พวกเขาเรียกผมว่า 'เอล นินโญ่' เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อผม แต่ผมไม่ชอบมันเท่าไหร่นัก และมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้นเลย" ตอร์เรสเป็นกัปตันทีมเมื่ออายุ 19 ปีเท่านั้นและมาสร้างชื่อในพรีเมียร์ ลีก ตอนอายุ 20 ต้นๆ 

 

10. เปาโล ดีบาล่า – ลา โฮยา

         เปาโล ดีบาล่า มีฉายาว่า ลา โฮยา (La Joya) หรือ 'อัญมณี' ในภาษาไทย เขาได้รับการพิจารณาว่าเป็นเพชรในบรรดาผู้เล่นมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการขัดเงาอย่างสมบูรณ์แบบ แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขายอดเยี่ยม เขาคือผู้สร้างช่วงเวลาแห่งเวทย์มนตร์และการจบสกอร์ที่เยือกเย็นเวลาอยู่ในสนาม การย้ายไปยังทีมโรม่าของโชเซ่ มูรินโญ่ในปี 2022/23 อาจทำให้เขาเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง

 

9. อันโดนี กอยโกเชีย –– จอมโหดแห่งบิลเบา

         ก่อนที่มาร์ติเนซจะมีฉายา จอมโหดแห่งอัมสเตอร์ดัม (The Butcher of Amsterdam) คนที่ได้ฉายานี้มาก่อนก็คือ อันโดนี กอยโกเชีย เขาได้รับสมญานามว่า 'จอมโหด' ในช่วงทศวรรษ 1980 สำหรับแนวทางการเล่นที่แน่วแน่และดุดันของเขา อันที่จริง หนึ่งในช่วงเวลาที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาคือการที่เขาเข้าเสียบสกัดที่โหดที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปนใส่ดิเอโก้ มาราโดน่า ในปี1983 ซึ่งทำให้ข้อเท้าของตำนานนักเตะฟ้าขาวหัก

 

8. เอดินสัน คาวานี่ – เอล มาทาดอร์

         นักเตะหลายคนอยู่ค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มานานหลายปี แต่อาจจะยังไม่ได้ใจแฟนบอลเท่าที่ เอดินสัน คาวานี่ ทำได้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เขามีเพลงเชียร์ประจำตัว และแฟนๆ ตะโกนชื่อเขาทุกครั้งที่ได้โอกาสลงสนาม สาวกปีศาจแดงชอบที่จะร้องเพลงและเต้นเกี่ยวกับ 'El Matador' (เอล มาทาดอร์) ซึ่งเป็นฉายาที่สามารถ
เข้าใจได้เหมือนกันเพราะเขารักการทำประตู คาวานี่ยังได้ฉายาเดียวกันนี้ในขณะที่ค้าแข้งกับนาโปลี และสร้างชื่อเสียงในฐานะกองหน้าที่จบสกอร์ได้อย่างเยือกเย็น 

 

7. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – CR7

         ในบรรดาฉายาสุดเท่ที่ทำให้นักฟุตบอลฟังดูลึกลับและดุร้าย 'CR7' ไม่ได้เป็นไปในสไตล์แบบนั้นเท่าไหร่ ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าวัฒนธรรมป๊อปมีอิทธิพลเพียงใด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้สร้างแบรนด์ระดับโลกสำหรับตัวเองโดยใช้ชื่อเล่นหรือฉายาดังกล่าว และได้สร้างแรงบันดาลใจให้นักฟุตบอลในยุคนี้สร้างแบรนด์ตัวเองในลักษณะเดียวกัน

 

6.  แกร์ด มุลเลอร์  – 'Der Bomber' (แดร์ บอมเบอร์)

         'แดร์ บอมเบอร์’ (Der Bomber) หรือไอ้ลูกระเบิด สมญานามของ แกร์ด มุลเลอร์ สุดยอดศูนย์หน้าของทีมชาติเยอรมนีและทีมบาเยิร์น มิวนิก ที่ทำ 40 ประตูในศึกบุนเดสลีก้าฤดูกาลเดียว เขาทำ 68 ประตูจากการลงเล่น 62 นัดให้เยอรมนีตะวันตก มุลเลอร์ เป็นนักล่าตาขายตัวจริงและยังคงรักษาสถิติการทำประตูมากที่สุดในบุนเดสลีก้า
อัตราการยิงของเขาทำให้เขาได้รับฉายา 'Der Bomber' 

 

5. เลฟ ยาชิน – แมงมุมดำ 

         หลายๆ คนยกให้เขาเป็นผู้รักษาประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ น่าเสียดายจริงๆ ที่ วันเวลาของเลฟ ยาชิน ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพมาก่อนที่เราจะได้เห็นความสามารถของเขาอย่างเหมาะสมอยู่หลายปี มือกาวชาวโซเวียตใช้เวลาทั้งอาชีพค้าแข้งในการเล่นให้กับดีนาโม มอสโก และได้รับฉายาดังกล่าวจากการที่เขาสวมชุดดำล้วนเวลาลงเฝ้าเสารวมไปถึงปฏิกริยาตอบสนองในการเซฟของเขา ไม่มีผู้รักษาประตูรายใดได้ฉายาที่เจ๋งขนาดนี้ตั้งแต่นั้นมา


4. เอริค คันโตน่า – คิง (ราชา)

         'เอริค เดอะ คิง' คือสมญานามที่เอริค คันโตน่า ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด หลังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการนำปีศาจแดงกลับสู่ความยิ่งใหญ่ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 4 สมัย และถ้วยเอฟเอ คัพ อีก 2 ครั้ง ตลอดเวลา 5 ปีที่เขาเป็นลูกทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 'ราชา' เป็นฉายาสั้นๆ เรียบง่าย
แต่ทรงพลัง และเหมาะสำหรับคันโตน่าอย่างสมบูรณ์แบบ 

 

3. ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ – แดร์ ไกเซอร์

         ฟรานซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ ยังคงถือว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา แมนฯ ยูไนเต็ด อาจแฮปปี้สุดๆ หากเซ็นเตอร์แบ็คตัวใหม่ของพวกเขาสามารถทำได้ใกล้เคียงกับผู้ชายคนนี้ อดีตดาวเตะชาวเยอรมันคือโรลส์รอยซ์ที่สมบูรณ์แบบ หรือเราควรจะเรียกว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ เมื่อพูดถึงการกวาดบอลและการเล่น
บอลด้วยเท้าของเขา ชื่อของเขา 'ฟรานซ์' มาจากชื่อจักรพรรดิรัสเซีย บวกกับความโดดเด่นในการเล่นฟุตบอลของเขาทำให้เขาได้รับฉายาว่า Der Kaiser (แดร์ ไกเซอร์) ซึ่งหมายถึง 'จักรพรรดิ' นั่นเอง

 

2. อาเดรียโน่ – L’Imperatore (จักรพรรดิ) 

         ศักยภาพในตัวอาเดรียโน่ที่ไม่เคยได้รับการปลดล็อกคือความน่าเสียดายอย่างแท้จริง อดีตกองหน้าบราซิล, อินเตอร์ มิลาน และปาร์ม่า คือหนึ่งในกองหน้าที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่สุดในวงการฟุตบอลของศตวรรษที่ 21 ทั้งลูกยิงที่ทรงพลัง, พรสวรรค์ที่ล้นเหลือ และความเฉียบคมในแดนหน้า เขาคือคนที่ถูกคาดหวังว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งยอดดาวยิงต่อจากโรนัลโด้ในสมัยนั้น และมีแนวโน้มที่จะทำได้ถึงระดับนั้นอย่างแท้จริง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นที่รู้จักในนาม L’Imperatore (จักรพรรดิ) มาเนิ่นนาน น่าเสียดายที่การบาดเจ็บ, ความไม่สม่ำเสมอ และปีศาจในตัวของเขาเองเป็นตัวหยุดไม่ให้เราได้เห็น 'จักรพรรดิ' ที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดอย่างที่ควรจะเป็น


1. โรนัลโด้ –  'อิล เฟโนมีโน' (Il Fenomeno)

         ลองนึกภาพการหายไปเกือบสามปีในอาชีพค้าแข้งของคุณเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เข่าอันน่ากลัวและไม่มีที่สิ้นสุด แต่เจ้าตัวยังทิ้งผลงานในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเกม? ใช่แล้ว นั่นคือ R9 หรือ Fenomeno หรือ The Phenomenon (ปรากฏการณ์) โรนัลโด้เป็นอย่างนั้น นักเตะที่คลั่งไคล้ฟุตบอลที่ทำได้ทุกอย่าง ยิงประตูได้จากทุกที่ สไตล์การเล่นที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งพลังการพุ่งตัวด้วยความเร็วราวกับจรวด การสับขาหลอกที่ทำให้คู่ต่อสู้หลงทิศ และการจบสกอร์ที่เฉียบขาดราวกับติดเรดาร์ไว้ที่ปลายเท้าย ผู้เล่นที่พิเศษอย่างเขาสมควรได้รับสมญานามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล