แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเปลี่ยนแปลงทีมตั้งแต่เปลี่ยน กุนซือใหม่รวมทั้งนักเตะใหม่เข้ามาเพื่อหวังกู้ผลงานให้กลับมายอดเยี่ยมสมกับทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนไม่ราบรื่น ส่อแววว่า ฤดูกาลนี้ยังเป็นฤดูกาลที่ยากลำบากเหมือนเดิม

แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำการคว้านักเตะมาเสริมทีมได้แล้วถึง 3 คนในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ของทีมก็จะยังไม่พอใจกับความล่าช้าในการปิดดีลสักเท่าไหร่นัก ยิ่งปิดดีลช้าก็จะยิ่งมีปัญหาในการทำทีมของผู้จัดการทีมมาดเฮียบคนใหม่ของทีมอย่าง เอริค เทน ฮาก

วันนี้ทีมงานทันเกมได้นำการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องการจัดการตัวนักเตะของแมนยูมาวิเคราะห์กันว่า ตอนนี้สถานการณ์ภายในทีมเป็นอย่างไร และใครกำลังจะเป็นรายต่อไปที่จะเข้าและออกจากโรงละครแห่งความฝันกันบ้าง ใครจะอยู่ ใครจะไป มาดูกัน

มุมฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เสริมเพื่ออนาคต

เดินมาถึงครึ่งทางของตลาดซื้อขายนกเตะในช่วงหน้าร้อนนี้แล้ว หลายๆต่อหลายทีมได้ทำการเสริมทัพนักเตะที่ตัวเองต้องการจากการวางแผนในช่วงก่อนเปิดตลาด ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จัดการคว้าตัวดาวยิงอนาคตไกลอย่างเออร์ลิ่ง ฮาร์แลนด์มาร่วมทีมได้ อีกทั้งยังคว้าเอา คัลวิน ฟิลลิปส์มาจาก ลีดส์ ยูไนเต็ดได้อีกด้วย นี่ยังไม่นับรวม ฮูเลียน อัลวาเรซ ดาวรุ่งอนาคตไกลอีกคน

ปรับทีมเพื่อความสดใหม่

การเสริมทัพของเรือใบสีฟ้านั้นถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก เพราะตัวเองเสียนักเตะจากทีมชุดใหญ่ไป 3 คนนั้นคือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, กาเบรียล เชซุส ให้กับ 2 ทีมแห่งกรุงลอนดอนอย่างเชลซีและอาร์เซน่อล และปล่อยตัวแฟร์นานดินโญ่ออกไปเป็นนักเตะไร้สังกัด ทั้งหมดนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้เม็ดเงินเข้ามาที่ประมาณ 108 ล้านยูโรจากการขายผู้เล่นเกมรุก 2 คน เสียกองกลาง 1 คน

ใช้งบประมาณอย่างชาญฉลาด

การเสริมทัพในช่วงเปิดตลาดนักเตะนี้นั้น เขาก็ได้ยอดดาวรุ่งทีมชาตินอร์เวย์และกองกลางทีมชาติอังกฤษมาด้วยราคา 108 ล้านยูโรเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่ามาสวมรอยกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว ส่วนในรายของดาวรุ่งอาร์เจนไตน์นั้นก็ซื้อมาตั้งแต่ในช่วงตลาดฤดูหนาวที่ราคา 17 ล้านยูโร ซึ่งนั้นทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้นั้นมีขุมกำลังที่แทบจะไม่ต่างจากปีก่อนเลยในแง่ของจำนวนนักเตะในแต่ละตำแหน่งโดยใช้งบประมาณเพียง 17 ล้านยูโรเท่านั้นเอง

หันมามองที่มุมแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทำแบบเดียวกันไม่ได้

ถึงแม้ว่าจะมีการปล่อยนักเตะออกไปมากมายหลายคนในหลายตำแหน่ง แต่การเดินหน้าเสริมทัพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นค่อนข้างจะแตกต่างจากทีมของเป็ป เพราะแน่นอนว่าแมนยูนั้นไม่ใช่ทีมที่มีขุมกำลังลงตัวอยู่ก่อนหน้า เหมือนกับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก หากแต่ยังเป็นทีมที่ขาดๆเกินๆ ผสมไปด้วยคนแก่ และนักเตะอสรพิษ พร้อมจะพ่นขาวแย่ๆในห้องแต่งตัวให้กับนักข่าวเสมอ

โละของเก่า

จนถึงตอนนี้ เทน ฮาก ตัดสินใจปล่อยนักเตะออกจากทีมไปแล้วถึง 8 คนด้วยกัน แบ่งเป็นขายได้ 1 คนคือ อันเดรส เปเรย์ร่า ( 9.5 ล้านยูโรให้ฟูแล่ม) แขวนสตั๊ด 1 คน (ลี แกรนท์) ยืมตัว 1 คน (ดีน เฮนเดอร์สันให้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์) และหมดสัญญา 5 คนด้วยกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่มีอายุ 29 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น มีเพียงเปเรย์ร่าที่ขายได้ และเฮนเดอร์สัน ที่ปล่อยยืมตัวเท่านั้นที่อายุ 26 และ 25 ปีตามลำดับ

เอาของใหม่

จากนักเตะที่ปล่อยออกไปนั้นแบ่งเป็น กองกลาง 5 คน กองหน้า 1 คน และผู้รักษาประตู 2 คน หากแมนยูจะเสริมทัพแบบซิตี้ ก็ควรจะเอานักเตะจำนวนเท่าๆกันเข้ามาในตำแหน่งเดียวกัน แต่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุผลและทำตามไม่ได้ จนถึงตอนนี้ เอริก เทน ฮาก ได้นักเตะมาเสริมทัพจริงๆเพียง 3 รายเท่านั้น คือ ไทเรลล์ มาลาเซีย, คริสเตียน เอริคเซ่น และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ใช้งบประมาณไปทั้งหมด 72 ล้านยูโรด้วยกัน หากจะว่ากันตามตรง แมนยูยังขาดผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางอีกมาก ถ้ามองว่าเสียกองกลางไปถึง 5 คนในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้

หาสมดุล

หากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะไปท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษในฤดูกาลนี้ให้ได้ คงจะต้องมองถึงขุมกำลังของทีมแชมป์อย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้บ้างว่าดีพอเข้าไปแย่งแชมป์ได้หรือยัง และมีจุดไหนที่ขาดตำแหน่งไหนที่มีจำนวนมากไปบ้าง โดยเราจะเริ่มจากผู้รักษาประตูก่อน

ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นคือ ดาบิด เด เกอา อย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว หลังปล่อยยืม เฮนเดอร์สันไป นั้นทำให้แมนยูมีผู้รักษาประตูสำรองเพียงคนเดียว คือ ทอม ฮีตัน อย่างไรก็ตาม หลวงพี่เด ไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่มีประวัติการบาดเจ็บมากเท่าไหร่นัก ทำให้ผู้เขียนมองว่ามีโกลเพียง 2 คนก็พอหากสุดวิสัยก็ดันดาวรุ่งได้ ไม่จำเป็นต้องมีถึง 5 คน อย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็ได้

หลังล้นทีม

แต่ในรายของกองหลังตัวกลางของเซนเตอร์แบ็คนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีผู้เล่นที่สามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้ถึง 7 คนโดยที่ไม่นับนักเตะดาวรุ่ง ส่วนแมนซิตี้มีเพียง 4 คนเท่านั้น เรียกว่าผีแดงดูมาแต่จำนวนแต่คุณภาพอาจจะไม่ได้ โดยในฤดูกาลที่ผ่านมาเอริค ไบญี่, ฟิล โจนส์, และตวนเซเบ้ คือนักเตะที่ไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากเท่าไหร่นัก และผู้เขียนคิดว่าจะเป็นการดีกับทั้งสโมสรและนักเตะมากกว่า ถ้าทั้ง 3 คนนี้ย้ายออกจากสโมสรไปไม่ว่าจะด้วยการยืมตัวหรือขายขาด

ในส่วนของแบ็คซ้ายก็เช่นกันเพราะ ณ ปัจจุบันการได้ไทเรลล์ มาลาเซีย และแบรนด่อน วิลเลี่ยมกลับมา ทำให้แมนยูมีผู้เล่นในตำแหน่งนี้มากถึง 4 คน ซึ่งคนที่น่าจะโดนขายออกไปน่าจะเป็น อเล็กซ์ เตลเลซที่เมื่อฤดูกาลก่อนโชว์ฟอร์มไม่ออกนักเมื่อมีโอกาสลงสนาม และ แบรนด่อน วิลเลี่ยม ที่พิสูจน์แล้วว่ากระดูกของน้องยังไม่แกร่งพอเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงแม้จะเพิ่งอายุ 21 ปีเท่านั้น แต่การขายเขาออกไปเพื่อโอกาสในการลงเล่นนั้นจะเป็นผลดีต่อนักเตะและสโมสรที่จะได้เม็ดเงินมากกว่าในขณะนี้

แบ็คขวาถึงแม้ว่าจะมีจำนวนพอดีอยู่ที่ 2 รายเท่านั้น แต่เรายังมองไม่เห็นถึงคนที่จะสามารถมายึดตำแหน่งนี้ได้ถาวรเลย เพราะวาน บิสซาก้าก็เด่นรับ แต่รุกไม่เอาอ่าว เหมือนเล่นเกมติดบั๊คตลอด ส่วนดาโลต์ก็บุกเหมือนปีก แต่คู่แข่งเลี้ยงผ่านสบายเหมือนวิ่งผ่านกรวย อย่างไรก็ตาม เทน ฮาก น่าจะเลือกพัฒนานักเตะในปัจจุบันก่อน หรืออาจจะดัน ดาวรุ่งของอีธาน ลาร์ดขึ้นมา มากกว่าที่จะซื้อนักเตะใหม่เข้าสู่ทีมในตำแหน่งนี้

กลางยวบ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสียผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางไปถึง 5 คนด้วยกันตั้งแต่เปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้มา 2 จาก 5 รายนั้นคือ ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช ซึ่งเป็นกองกลางตัวคุมเกมทั้งคู่ และแมนยูก็ยังไม่เสริมผู้เล่นในตำแหน่งนี้เข้ามาเลย หากแต่งได้ เจมส์ การ์เนอร์ และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กลับมาจากการยืมด้วย

รายนึงก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีก ส่วนอีกรายก็ยังไม่เคยได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องในตำแหน่งนี้ ทำให้เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ดจำเป็นจำต้องเสริมทัพในตำแหน่งนี้เพื่อโอกาสในการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้า และแน่นอนว่ากระแสการย้ายตัวของเดอยองก็มีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของตัวผู้เขียนเองคิดว่า เราไม่จำเป็นต้องเอาเดอ ยองก็ได้ ขอเพียงแค่เป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งนี้จริงๆสักคนก็พอ อย่างเช่น รูเบ็น เนเวส เป็นต้น

กองกลางตัวรุกนั้นแมนยูแทบจะไม่ต้องเสริมใครเข้ามาอีกแล้ว หลังจากได้ตัว คริสเตียน อิริกเซ่นมาร่วมทีม ทำให้ตอนนี้มีผู้เล่นที่สามารถเล่นในตำแหน่งมากถึง 3 คนด้วยกันคือ เอริคเซ่น, บรูโน่ แฟร์นันดส์ และดอนนี่ 

หน้ายัง งงๆ

ในกรณีของผู้เล่นในแดนหน้านั้น จริงๆแล้วจะนับรวมเอา บรูโน่ เข้าไปด้วยก็ได้ แต่ผู้เขียนขอละเอาไว้และนับนักเตะที่เล่นในตำแหน่งเหล่านี้จริงๆเท่านั้น เอริก เทนฮาคนั้นมักจะเล่นในระบบ 4 – 3 – 3 ที่จะเน้นปีก 2 ข้าง และกองหน้าตัวเป้า 1 ราย ซึ่งหากแมนยูไม่เสีย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ไปในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้แล้วหละก็ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะมีตัวเลือกทั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และโรนัลโด้เป็นตัวเลือกในตำแหน่งหน้าเป้า และคงยังไม่จำเป็นที่จำต้องเสริมนักเตะในตำแหน่งนี้เข้ามาอีก

ส่วนในรายของปีกนั้น ถึงแม้ว่าจะเสียลินการ์ดไป แต่เจสซี่เองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงสนามอยู่แล้วในช่วงท้ายของการค้าแข้งของเขากับทีม เพราะนักเตะที่มักจะได้ลงสนามในตำแหน่งปีกมักจะเป็น แรชฟอร์ด กับซานโช่ซะมากกว่า นอกจากสองคนนี้ยังมี อีลังก้า, อาหมัด ดิอัลโล่, ฟาคุนโด่ เพลิสตรี้, อเลฮานโดร กรานาโช่ และดาวรุ่งอีกหลายรายที่พร้อมจะลงสนามเพื่อพิสูจน์ฝีเท้ากับสโมสร

อาจไม่ต้องเสริมเพิ่ม แต่ต้องโละออก

ถึงแม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะไม่สามารถ คว้าตัวเฟร็งกี้ เดอ ยอง มาได้ในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้ แมนยูก็ยังมีเหล่าผู้เล่นดาวรุ่งที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาฉายแววอยู่ อย่างที่เราเห็นได้กับปรีซีซั่นของสโมสรที่มีทั้ง ชาร์ลี ซาเวจ และ ซีดาน อิกบาล โดยเฉพาะกับรายหลังที่ได้รับการชื่นชมจากเทน ฮากมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดควรเร่งดำเนินการคือการหาที่ลงให้กับนักเตะส่วนเกินในแดนหลังอย่าง เอริก ไบญี่, ฟิล โจนส์, ตวนเซเบ้ หรือ แบรนด่อน วิลเลี่ยม เพื่อลดภาระค่าเหนื่อยของสโมสรและไม่เสียมูลค่านักเตะจนเกินไป


 

Hashtag: #ทันเกม #แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด #เทนฮาก #แมนเชสเตอร์ซิตี้ #เป๊ป