ในความเสียใจและเสียหน้า สำหรับทีมแห่งอนาคต "ช้างศึกจูเนียร์" ที่พ่ายทีมชาติลาวอย่างหมดข้อแก้ตัว 0-2 ตกรอบตัดเชือกในศึกฟุตบอลชายรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์อาเซียน ณ ประเทศอินโดนีเซีย

 เป็นความพ่ายแพ้ที่ต้องยอมรับว่า แม้ไทยจะครองบอลได้มากกว่า แต่สองประตูที่เสีย และไม่สามารถเจาะแนวรับพังประตูคู่แข่งได้ เป็นเกมที่ไม่มีข้อแก้ตัวใดที่จะฟังขึ้น

 ทีมชาติลาว สร้างผลงานอย่างสุดยอดในการปราบทีมเต็งอย่างทีมชาติไทยไปได้ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ โดยได้ประตูจาก "ปีเตอร์ พันทะวง" ในต้นครึ่งแรก และ "ดาหมด ทองคำสะหวัด" ในปลายครึ่งหลัง 

 จากความพ่ายแพ้นัดเดียวของ "ช้างศึก" ในรายการนี้ กลับสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญให้ ฟุตบอลลาว หรือ "บานเตะลาว" ที่สามารถเข้าชิงชนะเลิศในรายการนี้กับมาเลเซีย ที่แพทริอ็อต คันดราบาก้า สเตเดี้ยม เมืองเบกาซี่ ประเทศอินโดนีเซีย

 เครติดทั้งหมดต้องยกให้นักเตะลาวที่ทำหน้าที่กันอย่างยอดเยี่ยม และผู้ปิดทองหลังพระ "มิชาเอล ไวส์" กุนซือชาวเยอรมัน ฮีโร่ผู้มาปลุกวงการฟุตบอลลาวให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

 แทบไม่น่าเชื่อว่า "มิชาเอล ไวส์" กุนซือชาวเยอรมัน เข้ามารับหน้าที่คุมทีมฟุตบอลของลาวในทุกชุด เพียงแค่ 6 เดือน จากเกม 15 นัด จะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้

 จาก 15 นัดในการคุมทีมชาติลาวทุกชุดชนะถึง 10 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้เพียงแค่ 4 นัด 

 4 นัดเป็นความพ่ายแพ้ในช่วงแรกที่มารับงานร้อนให้ทีมชาติลาว ชุดซีเกมส์ 2021 ประเทศเวียดนาม ตกรอบแรกจากการพ่ายแพ้ 3 นัดให้กับทีมชาติไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์  

 และแพ้อีกนัดในการคุมชุดอายุต่ำกว่า 23 ปี ที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ในศึกฟุตบอลชายรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศกัมพูชา ก่อนพ่ายให้กับทีมชาติไทย 0-2

 เป็นความพ่ายแพ้ 4 นัดในการคุมทีมช่ดอายุต่ำ 23 ปี ทั้งหมด

 ก่อนมาปั้นทีมชุดอายุต่ำกว่า 19 ปี ลงสนามมาแล้ว 5 นัด ชนะรวด รวมถึงนัดล่าสุดในการชนะทีมชาติไทย 2-0

 สำหรับผลงานในการคุมทีมชาติลาว ชุดใหญ่ ชนะ 2 นัดรวดในฟุตบอลอุ่นเครื่อง "ฟีฟ่า เดย์" ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยชนะ มองโกเลีย 1-0 และชนะ บรูไน ดารุสซาลาม 3-2 พาทีมชาติลาวจากอันดับ 187 ของโลก ในตอนเข้ารับตำแหน่ง ขึ้นมาสู่อันดับ 183 ของโลก ณ ปัจจุบัน

 นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ "มิชาเอล ไวส์" กุนซือเยอรมันผู้มาปลุกชีวิตฟุตบอลลาวจากทีมไม้ประดับนอกสายตา กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่ง

 สำหรับ "มิชาเอล ไวส์" กุนซือลาวในวัย 57 เป็นชาวเยอรมัน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการจัดการที่มหาวิทยาลัยไมนซ์ เล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตู 

 แต่เส้นทางค้าแข้งไม่รุ่งจึงผันตัวไปเป็นโค้ช โดยเข้าไปศึกษาในสโมสรก้องโลกอย่าง รีล มาดริด ในสเปน ไกเซอร์ สลาเทิร์น ที่เยอรมัน อาร์เซน่อล ของอังกฤษ และ ริเวอร์ เพลท ที่อาร์เจนติน่า

 กระทั่งพบรักสาวชาวญี่ปุ่นจึงสร้างครอบครัวอยู่ที่นั้น โดยมีบุตรสาว 2 คน และไปทำงานให้สโมสรเกียวโต กระทั่งรับงานไปคุมให้กับทีมชาติจีน ชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีม

 ต่อมาข้ามทวีปไปแอฟริกา ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิค และคุมทีมชาติชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี ของ ราวันดา นาน 4 ปี ก่อนกลับมาคุมทีมชาติฟิลิปปินส์ ในชุดอายุต่ำกว่า 23 ปี

 ล่าสุดคือการคุมทีมชาติ มองโกเลีย ชุดอายุต่ำกว่า 23 ปี อยู่นานถึง 4 ปี กระทั่งหมดสัญญาจึงมารับงานในการคุมทีมชาติลาวในทุกชุด

 กระทั่งมาสร้างผลงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลาว เมื่อพาทีมชุดอายุต่ำกว่า 19 ปี ชิงแชมป์อาเซียน เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ

 จากนี้ไปคงไม่มีใครลืม "มิชาเอล ไวส์" และมองข้ามทีมชาติลาวได้อีกต่อไป !!