ดาร์วิน นูนเญซ ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลแล้ว หลังจากที่พวกเขาเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการแข่งขันล่าลายเซ็นแข้งรายนี้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งเดียวที่หงส์แดงเบียดปีศาจแดงคว้านักเตะที่หมายตาไปร่วมทีมได้สำเร็จ

          ลิเวอร์พูล ทิ้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ห่างแบบไม่เห็นฝุ่นด้วยการประกาศเซ็นสัญญาดาร์วิน นูนเญซ โดยกองหน้ารายนี้ย้ายมาที่แอนฟิลด์เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่หงส์แดงเอาชนะคู่แข่งรายสำคัญของพวกเขาด้วยการทุ่มเงิน 85 ล้านปอนด์คว้าตัวกองหน้าทีมชาติอุรุกวัยมาร่วมทีม นูนเญซ ตกเป็นเป้าหมายของทัพปีศาจแดง ด้วยเช่นกันแต่พวกเขาพ่ายแพ้ในการเจรจาต่อรองเพื่อเซ็นสัญญาแข้งรายนี้ ถือเป็นความผิดหวังอย่างร้ายแรงสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ของ เอริค เทน ฮาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาพ่ายแพ้ในการเซ็นสัญญาต่อคู่ปรับในพรีเมียร์ ลีก และนี่คืออีกแปดครั้งที่ลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จเหนือแมนฯ ยูไนเต็ดในตลาดซื้อขายนักเตะ

 

ซาดิโอ มาเน่

          หลังจากปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติที่เซาธ์แฮมป์ตัน ซาดิโอ มาเน่ ก็กลายเป็นนักเตะที่เป็นที่ต้องการในปี 2016 และเขาก็เตรียมที่จะย้ายไปแมนฯ ยูไนเต็ดก่อนที่โทรศัพท์จากเจอร์เก้น คล็อปป์ จะทำให้เขาเปลี่ยนใจ “ผมต้องบอกว่าผมใกล้จะย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากๆ แล้ว ผมมีสัญญาอยู่ที่นั่น ตกลงกันได้ทุกอย่างแล้ว” เขากล่าวกับ The Telegraph ในการให้สัมภาษณ์กับเจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานนักเตะของลิเวอร์พูล “ทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่แล้วผมก็คิดว่า ไม่นะ ผมต้องการไปลิเวอร์พูล ผมเชื่อมั่นว่าจะไปเดินไปกับโครงการของคล็อปป์”


แฮร์รี่ คีเวลล์

         แม้จะก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของทีมคู่ปรับสำคัญของพวกเขาอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด แต่ทัพปีศาจแดงก็ต้องการตำนานนักเตะของออสเตรเลียไปร่วมทีมเมื่อปี 2003 นั่นคือจนกระทั่งลิเวอร์พูลได้มีการเคลื่อนไหว โดยพอล สโคลส์ เปิดเผยว่า “ผมจำได้เสมอว่าสองคนหรือสามคนที่อาจเข้ามา ผมจำได้ว่าแฮร์รี่ คีเวลล์ เป็นหนึ่งในนั้น และคุณก็รู้ว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีมากขนาดไหน” สโคลส์กล่าวกับ Savage Social เมื่อปี 2020 “เขายอดเยี่ยมมาก ผมคิดว่าการที่เขาลงเอยด้วยการปฏิเสธเราและไปลิเวอร์พูลก็ไม่ได้ทำให้เราโกรธมากขนาดนั้น”

 

ฟาบินโญ่

          ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 ฟาบินโญ่ ซึ่งตอนนั้นเป็นดาวเตะของโมนาโกได้รับความสนใจจากแมนฯ ยูไนเต็ด การมาของเขาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด จะช่วยแก้ปัญหากองกลางที่พวกเขายังคงเจออยู่ แต่ที่สุดแล้วก็กลายเป็นทีมลิเวอร์พูลที่เขาย้ายไปร่วมทีม หลังจากย้ายทีมสำเร็จ ดาวเตะชาวบราซิลเลี่ยนก็กล่าวกับ FourFourTwo ว่า "ผมจะไม่ปฏิเสธว่ามีการพูดคุยกันกัน 3 ครั้งเกี่ยวกับสถานการณ์ของผมกับโมนาโก แต่ไม่เคยมีข้อเสนออย่างเป็นทางการจากแมนฯ ยูไนเต็ด"


เอล ฮัดจิ-ดิยุฟ

          เอล ฮัดจิ-ดิยุฟ เข้าร่วมทีมหงส์แดงของเชราร์ อุลลิเย่ร์ ในปี 2002 ด้วยราคา 10 ล้านปอนด์ แต่อดีตกองหน้ารายนี้ซัดไปเพียง 6 ประตูจากการลงสนาม 80 นัด และภายหลังเขายอมรับในปี 2018 ว่าเขาเสียใจกับการย้ายทีมครั้งนี้ โดยที่แมนฯ ยูไนเต็ด เองก็สนใจเขาในตอนนั้นด้วย “ถ้าผมมีโอกาสอีกครั้ง ผมจะไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือบาร์เซโลน่า ในเวลานั้นพวกเขาต้องการผมด้วยเช่นกัน” เขากล่าวกับสื่อฝรั่งเศสอย่าง RMC


ติอาโก้ อัลกันตาร่า

          เช่นเดียวกับฟาบินโญ่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมของลิเวอร์พูลก็หลุดมือแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกันในปี 2020 นั่นคือคำกล่าวของริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังของพวกเขา เฟอร์ดินานด์เผยผ่านทางรายการ Vibe with Five ในเดือนเมษายนว่า: “ผมพูดกับเขาในเวลานั้น เขาพูดภาษาอังกฤษได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่อยากมาแมนฯ ยูไนเต็ด แต่คุณดูเขาตอนนี้สิ เขามีความสุดๆ เลย”

 

เจอร์เก้น คล็อปป์

          แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเตะ แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจเป็นการเซ็นสัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลิเวอร์พูลเอาชนะคู่แข่งของพวกเขาได้เช่นกัน การจะกล่าวว่าทั้งสองสโมสรมีชะตากรรมที่สวนทางกันนับตั้งแต่เขามาถึงในปี 2015 ยังถือว่าน้อยกว่าความเป็นจริง เขาเปิดเผยกับ Sky Sports ว่า “ใช่ มีความสนใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช่ พวกเขาเคยสนใจเมื่อหนึ่งปีหรือปีครึ่งก่อน แต่ผมไม่รู้สึกว่ามันใช่ ผมไม่สามารถพูดได้ว่าแมนฯ ยูไนเต็ดเป็นสโมสรของผม ผมไม่รู้สึกว่ามันใช่" “ตอนที่ลิเวอร์พูลโทรมา ผมไม่มีโอกาสอื่นอีกแล้ว แม้มันอาจเร็วเกินไปสำหรับแผนของผม ผมคิดในใจว่า  "ว้าว มาเลย!" แต่พอผมมาที่นี่จริงๆ ก็รู้สึกถึงสปิริตได้เลยทันที สำหรับผมมันเป็นการที่สองฝ่ายเข้ากันได้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ"


โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

         แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความล้มเหลวในการต่อสู้เพื่อแย่งตัวโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ในฤดูร้อนเดียวกันนั้น พวกเขาตัดสินใจที่จะรอเวลาจนกว่าเขาจะเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติในศึก โกปา อเมริกา ในระหว่างนี้ ลิเวอร์พูลได้ส่งทีมเจรจาของพวกเขาบินไปที่ชิลีและบรรลุข้อตกลงในราคา 29 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเงินอย่างที่ปรากฏ

 

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

         ในปี 2018 การเซ็นสัญญากับเวอร์จิล ฟาน ไดค์ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ หงส์แดง ทะยานไปคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ รวมถึงแชมป์พรีเมียร์ ลีก แต่มันอาจจะเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่าที่เขาจะช่วยให้พวกเขาคว้าแชมป์ต่างๆ แทน พวกเขาสนใจเซ็นเตอร์แบ็คของเซาธ์แฮมป์ตันในขณะนั้น แต่เป็นอีกครั้งที่ลิเวอร์พูลเร็วเกินไปสำหรับพวกเขากับการเดินเกมอย่างรวดเร็วและไปคว้าเขามาร่วมก๊วนได้สำเร็จ และที่เหลือก็อย่างที่รู้นั่นล่ะ