เหตุและผล ! หลังทัพ “ช้างศึกหนุ่ม” ไปไม่ถึงฝัน จากซีเกมส์ ที่เวียดนาม สู่ ชิงแชมป์เอเชีย ที่อุซเบฯ หลังพ่ายเกาหลีใต้ตกรอบ ในนัดฟ้าไม่ลิขิต และพลาดท่าอกหัก 2 รายการใกล้ๆ กันเป็นเพราะเหตุผลใด ? มาวิเคราะห์กันดู !

บทสรุป ความผิดหวัง จากซีเกมส์ ถูกส่งไม้ต่อมายังชิงแชมป์เอเชีย ด้วยบรรดาผู้เล่นต่างชาติฝีมือดีและตัวไทยที่ฟอร์มแจ่มเรียงรายกันเข้ามาช่วยในชุด U23 แต่ว่าทำไมด้วยผู้เล่นจากต่างประเทศดีกรีไม่ธรรมดาถึงพาไทยจอดแค่รอบแรกของชิงแชมป์เอเชีย ?

เปิดปัจจัยที่พาทัพ “ช้างศึกหนุ่ม” ไปไม่ถึงฝัน ในซีเกมส์ สู่ ชิงแชมป์เอเชีย 

- ข้อแรก การเตรียมทีม เรามีเวลาเตรียมทีมในการแข่งขันในซีเกมส์เพียงไม่ถึง 3 วันด้วยการที่ต้องเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนจาก วรวุฒิ ศรีมะฆะ เป็น มาโน่ โพลกิ้ง ด้วยความคาดหวังที่ถูกตั้งจากแฟนบอลชาวไทยว่าจะต้องคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาให้ได้ แต่ไม่รู้เลย ทีมแชมป์อย่างเวียดนามมีเวลาเตรียมทีมเป็นเดือนๆ เราได้แค่นี้ได้เข้าชิงลุ้นยันนัดสุดท้ายก็ถือว่ากำไรแล้ว

 ส่วน ชิงแชมป์เอเชีย เหมือนกันพอ มาโน่ เสร็จภารกิจซีเกมส์ พาทีมผิดหวัง ความคาดหวังถูกส่งต่อมาที่ วรวุฒิ ศรีมะฆะ ในการพาทีมลุยชิงแชมป์เอเชีย แต่ทำไรไม่ได้ด้วยนักเตะต่างชาติบวกนักเตะไทยที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจกับสโมสร โค้ชโย่ง ก็มีเวลาเตรียมทีมไม่น้อยไปกว่า มาโน่ สักเท่าไหร่ ดูง่ายๆอย่างเกมนัดแรก ถ้าเรามีเวลากว่านี้ผู้เล่นที่ถูกส่งลงสนามเป็นชุดที่ใช่เราอาจไม่ต้องมาเหนื่อยและผิดหวังในนัดสุดท้ายก็เป็นได้

- ข้อที่สอง การขาดเวลาเตรียมตัว เวลาซ้อมน้อย ต้องยอมรับว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาเป็นทอดๆ มีเวลาซ่อมร่วมกับทีมน่อยแถมสถาพร่างกายนักเตะอาจจะเหนื่อนล้าจากการแข่งขันที่ผ่านๆมา ในซีเกมส์ เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เราชวดเหรียญเลยก็ว่าได้ ก็เพราะกว่าเราจะมีเวลามาซ้อมด้วยกันเต็มๆ ก็ปาไปเกมที่ต้องเจอกับมาเลเซีย แล้ว ซึ่งถ้าเปรียบกับ เวียดนาม หรือ มาเลเซีย ที่เขาเตรียมตัวมาก่อนหน้ามาหลายเดือนแล้วไม่มีทางที่คนซ้อม เพียง 2-3 วันและจะลงแข่งไปคว้าผลลัพธ์ที่ต้องการได้แน่นอน และด้วยตอนนั้นยังมีฟุตบอลถ้วยทำให้ไม่สามารถเรียกนักเตะที่ดีที่สุดมาร่วมแข่งขันได้อีกด้วย

 ส่วนชิงแชมป์เอเชีย เห็นได้ชัด ถึงเราจะได้นักเตะจากต่างแดนมาหลากหลายคนมาช่วยทีม แต่ด้วยเวลาและนักเตะบางคนเพิ่งเคยเล่นด้วยกันครั้งแรกด้วยการไม่เข้าใจวิธีการของโค้ช บวกกับไม่เข้าใจวิธีการเล่นของเพื่อนในสนาม เหตุผลเหล่านี้มาจากอะไร ? ก็เพราะเราไม่มีเวลาซ้อมที่มากพอ และมาตั้งความหวังเอาไว้สูงจนผลลัพธ์ที่ออกมามันสวนทางจนเป็นเสียงวิจารณ์ของแฟนบอลก็ไม่แปลก ครั้งหน้าก็ควรจัดสรรเวลาและหาสิ่งที่ลงตัวไม่ใช่มารีบทำก่อนการแข่งขันและต้องการผลลัพธ์ ที่ตั้งไว้สูงทั้งๆที่มีเวลาเตรียมตัว 2-3 วันอันนี้ก็ไม่เอา 

- ข้อที่สาม สภาพร่างกาย อันนี้ในซีเกมส์อาจจะไม่เห็นผลมากนักเพราะนักเตะทุกคนเป็นนักเตะที่ต้องการพิสูนจ์ตัวเองหลังได้โอกาสไปลุยทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ตัวหลักของในรุ่น แต่ทางด้าน ชิงแชมป์เอเชีย อันนี้ส่งผลกระทบอย่างแท้จริง ด้วยการที่นักเตะกลับมาจากแข่งซีเกมส์ทำให้ตัวหลักบางคนบวกนักเตะที่แข่งฟุตบอลภายในประเทศของลีกตัวเอง มาซ้อมร่วมกันน้อยแน่ สภาพความพร้อมไม่เต็มร้อยแน่นอน ยกตัวอย่างง่ายๆ เกมแรกเรายังไม่ได้นักเตะที่ลงตัวเลยด้วยซ้ำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ผิดคาด

 พอมาเกมที่สองเราเจอชุดตัวจริงที่คิดว่าดีที่สุดที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป มาเกมสุดท้ายเราดันเจอเรื่องปัญหาสภาพร่างกายนักเตะรวมถึงสถาพอากาศเล่นงานจนไม่สามารถส่งนักเตะชุดที่ดีที่สุดของเราลงเจอเกาหลีใต้ได้ น่าคิดเหมือนกันถ้าเกมในวันนั้นเป้นชุดเดียวกับที่ ถล่มมาเลเซีย อะไรจะเกิดขึ้นแต่ก็ทำไรไม่ได้มันจบไปแล้ว ทำได้เพียงอย่างเดียวคือให้กำลังใจและหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก 

- ข้อสุดท้าย ศักยภาพ นักเตะ ทดแทนกันไม่ได้ มองย้อนกลับไปในซีเกมส์ มาโน่ไม่มีนักเตะที่จะลงเล่นทดแทนกันได้ดีสักเท่าไหน่ถ้าเทียบกับตอนที่คุมชุดใหญ่คว้าแชมป์ ซูซูกิ คัพ ตอนนั้นทุกคนสามารถทดแทนกันได้หมด ทำให้นี้เป็นเหตุผลพอเราจะต้องเปลี่ยนนักเตะลงไปเพื่อสรา้งความแตกต่างเลยไม่รู้จะเปลี่ยนตัวจริงที่เป็นความหวังออกไปทำไม ?

 ส่วน ชิงแชมป์เอเชีย ต้องยอมรับว่านักเตะในชุดที่เล่นกับมาเลเซียเป็นนักเตะชุดที่ดีที่สุดของชุดนี้ พอเกมสุดท้ายผู้เล่นเหล่านี้ไม่สามารถลงเล่นได้ ทำให้เกมของทีมชาติไทยขาดหายอะไรไปบางอย่าง ไม่ใช่ว่านักเตะที่ลงไปแทนชุดตัวจริงจะเล่นไม่ดีหรือศักยภาพไม่ถึงแต่ต้องยอมรับว่านักเตะเหล่านั้นเป็นแกนหลักและสำคัญกับทีมจริงๆ ผลเลยออกมาอย่างที่เห็นในเกมสุดท้ายเราโดนเกาหลีใต้กดอยู่ฝั่งเดียวจนเราต้องส่งนักเตะตัวหลักที่ไม่พร้อมลงสนามลงไป แต่มันก็สายไปแล้ว ยิ่งเราขาดกองหน้าที่ถือว่าสำคัญมากสำหรับทีม

 ถ้าจังหวะ อชิตพล หลุดเดี่ยวแล้วยิงไม่เข้าจังหวะนั้น เป็น ศุภณัฏฐ์ ลูกนั้นจะเกิดอะไร ? แต่อย่าไปโทษน้องเลยเพราะสิ่งที่น้องทุกคนทำถือว่าเต็มที่แล้ว แต่แค่เราเสียดายที่เราต้องผิดหวังและไปไม่ถึงฝันอีกครั้งนึง

บทวิเคราะห์ เหล่านี้เราจะไม่พาดพิงถึงผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเพราะคิดว่าการมีเวลาให้เขาได้เตรียมทีมในระยะเวลาแค่นั้นบวกกับปัจจัยที่ทำให้เขาไม่สามารถส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามในนัดชี้ชะตาได้ ก็ถือว่าหนักหนาพอสมควร เราควรจะโทษต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุการจัดการถ้ามันดีมีเวลาเตรียมตัวเราคงไม่ต้องมาซ้อมแบบ 2-3 วันแล้วแข่งอารมณ์เหมือนบอลเดินสายแบบนี้หรอกครับ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ ทุกคนสู้ต่อไปสักวันพวกนายจะกลับมาแข็งแกร่ง 

สรุปผลงาน ทั้งซีเกมส์ และ ชิงแชมป์เอเชียU23

ซีเกมส์ทีมชาติไทย คว้าเหรียญเงิน มาครองด้วย ผลงาน
- จบเป็นแชมป์กลุ่ม บี ด้วยผลงานชนะ 3 แพ้ 1 มี 9 แต้ม
- ในรอบรองชนะเลิศ เอาชนะ อินโดนีเซีย 1-0
- ในรอบชิงชนะเลิศ พ่าย เวียดนาม 0-1 คว้าเหรียญเงิน

ชิงแชมป์เอเชีย ตกรอบแรกรอบแบ่งกลุ่ม สายซี 
- นัดแรก เสมอ เวียดนาม 2-2
- นัดสอง ชนะ มาเลเซีย 3-0
- นัดสุดท้าย แพ้ เกาหลีใต้ 0-1 

นักเตะที่โดดเด่น ในชิงแชมป์เอเชีย U23 ของช้างศึกหนุ่ม 
- ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา 3 ประตูในชิงแชมป์เอเชีย พลาดการลงเล่นนัดสุดท้าย (อาการบาดเจ็บ)
- กฤษดา กาแมน กัปตันทีม ผู้เสียสละเล่นทุกตำแหน่งที่โค้ชต้องการ
- เบนจามิน เจมส์ เดวิส ลงตัวจริง 1 นัด สำรอง 2 (นัดสุดท้ายสภาพร่างกายไม่พร้อม)
- ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร กองกลางดีกรีไม่ธรรมดา ตัวจริง 2 สำรอง 1 (นัดสุดท้ายร่างกายไม่พร้อม) 

ทำให้ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แข่งขันในชิงแชมป์เอเชีย ตกรอบแรกด้วยการมี 4 คะแนน และต้องผิดหวังซ้ำซากวนอยู่กับที่ หลังฟ้าไม่ลิขิตให้ไปต่อ หลังไปไม่ถึงฝันในซีเกมส์ต้องมากระเด็นตกรอบแรกแบบน่าเห็นใจ !!!