บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป แม้แต่นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดก็สามารถทำให้ตัวเองดูโง่ที่สุดด้วยความผิดพลาดที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมกับการทำให้ทีมที่รักพลาดแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการนี้

          ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ กำลังจะระเบิดความมันส์ขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565 ผู้เล่นลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริดจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีสมาธิมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่งั้นก็อาจเสี่ยงที่จะกลายเป็นมีมทางโลกออนไลน์ หากจะมีช่วงเวลาใดที่คุณต้องการสมาธิอย่างเต็มที่แล้วล่ะก็ นั่นคือรอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันระดับสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทีมที่สามารถตั้งสติได้ดีกว่าคือทีมที่จะจบด้วยการชูถ้วยแชมป์

          เพิ่งจะครบรอบ 14 ปีที่จอห์น เทอร์รี่ ลื่นในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนทำให้เชลซีพลาดถ้วยแชมป์ แต่ ตำนานของสิงห์บลูส์รายนี้ไม่ใช่คนเดียวที่ถูกหลอกหลอนจากความผิดพลาดในแชมเปี้ยนส์ ลีกของเขา ต่อไปนี้คือ 7 ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่นักเตะตกอยู่ในห้วงตกใจ, สิ้นหวัง หรือสะเพร่าที่สุดของพวกเขา

 

ลอริส คาริอุส

          เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกเสียใจกับผู้รักษาประตูที่ยังอายุน้อยรายนี้หลังจากฟอร์มการเล่นที่ถือว่าเป็นฝันร้ายในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2018 (26 พฤษภาคม) และจากการที่ลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริดจะพบกันอีกครั้งในรอบชิงฯ หลังจากผ่านมา 4 ปี ผลงานของมือกาวชาวเยอรมันจะต้องได้รับการทบทวนทางทีวีก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย ในภาวะที่ไม่มีแรงกดดันโดยสิ้นเชิงและสกอร์ยังคงอยู่ที่ 0-0  คาริอุสพยายามไหลบอลออกไปให้กองหลังของเขาโดยไม่ทันได้ดูว่า คาริม เบนเซม่า รอจังหวะซุ่มอยู่และแหย่เท้าเข้ามา บอลโดนเท้าของกองหน้าชุดชาวก่อนไหลช้าๆ ข้ามเส้นประตูไป กลายเป็นหนึ่งในประตูที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของแชมเปี้ยนส์ลีก และมันก็ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น

 


 

ลอริส คาริอุส (อีกแล้ว)

          ความผิดพลาดหนึ่งครั้งในแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศนั้นมากเกินพอที่จะทำให้คุณอยากซ่อนตัวไปตลอดกาล แต่เมื่อมันเกิดขึ้นสองครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นกับคนๆ เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับลอริส คาริอุส ในคืนนั้นที่กรุงเคียฟเมื่อสี่ปีก่อน (26 พฤษภาคม 2018) บางทีเขาอาจจะยังคงนึกถึงความผิดพลาดก่อนหน้านี้ของเขาอยู่ในใจซ้ำไปซ้ำมา อดีตมือกาวยูเนี่ยน เบอร์ลิน ละสายตาจากลูกบอลแค่เสี้ยววินาทีหลังจากที่แกเร็ธ เบล ตัดสินใจลูกยิงไกลไปตรงตัวคาริอุส เขาตัดสินใจปัดบอลออกไป ผลเป็นอย่างไรน่ะเหรอ? บอลปลิ้นเข้าประตูตุงตาข่าย และผู้รักษาประตูคนนึงทรุดไปกองอยู่บนพื้น

 


 

เจมี่ คาร์ราเกอร์

          ในปี 2005 เจมี่ คาร์ราเกอร์ เป็นส่วนหนึ่งของทีมลิเวอร์พูลที่เอาชนะทุกอัตราต่อรองและกลับจากตามหลัง 3-0 มาเอาชนะเอซี มิลานด้วยการยิงจุดโทษ อีกสองปีต่อมา (23 พฤษภาคม 2007) ทัพรอสโซเนรีก็ได้ล้างแค้น และเป็นตำนานหงส์แดงคนนี้ที่ต้องเจอกับความน่าอายหลังการเช็คกับดักล้ำหน้าของเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยหลังจากที่ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ โดนถอดออกไปและทีมของราฟา เบนิเตซ ต้องการประตูตีเสมอ นั่นทำให้กาก้ามีอิสระในกลางสนามในการจ่ายบอลให้ฟิลิปโป้ อินซากี้ คาร์ราเกอร์พยายามดันขึ้นมาเพื่อเช็คกับดักล้ำหน้า แต่ปิ๊ปโป้วิ่งย้อนแซงหน้าเขาก่อนที่จะสวนกลับไปรับบอลทะลุช่องของกาก้า โดยในจังหวะที่กองหน้าเอซี มิลานวิ่งสวนไลน์กองหลังไป คาร์ราเกอร์รู้ว่าตัวเองโดนเล่นงานเข้าแล้วแต่ทำได้แค่ยืนมองปิ๊ปโป้ยิงบอลลอดตัวเปเป้ เรน่า และเอซี มิลาน คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกปี 2007 ที่เอเธนส์ได้สำเร็จ

 


 

จอห์น เทอร์รี่

          21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จอห์น เทอร์รี่ อาจจะต้องนอนเศร้าหมองอยู่ในคฤหาสน์ของเขาด้วยความหดหู่ใจเพราะนี่คือวันครบรอบ 14 ปีของช่วงเวลาที่น่าอับอายที่เขาลื่นในเกมที่มอสโก ในเกมที่เชลซี เจอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะถ้าเขายิงเข้าไปก็อาจจะได้เห็นทัพสิงโตน้ำเงินครามคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมนัดชิงชนะเลิศ 2008 โดยเกมนั้นหลังจบ 120 นาที สกอร์เสมอ 1-1 จึงต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ แต่ท่ามกลางสายฝน เทอร์รี่กลับเสียหลักลื่นจนยิงชนเสาออกไป นั่นเป็นช่วงเวลาที่เขายอมรับว่ามันจะตามหลอกหลอนเขาตลอดไป มันอาจจะง่ายที่จะลืมว่าจริงๆ แล้วมันคือการเซฟลูกยิงของนิโกลาส์ อเนลก้า ของเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่ทำให้ปีศาจแดงคว้าชัยชนะไป อย่างไรก็ตาม การลื่นของมิสเตอร์เชลซีได้กลายมาเป็นความทรงจำของแฟนบอลเกือบทุกคน

 

 

 

เยนส์ เลห์มันน์

          ในเกมที่อาร์เซนอลพบกับบาร์เซโลน่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2006 กองเชียร์ที่เป็นกลางถูกขโมยผลงานชิ้นเอกของนัดชิงชนะเลิศจากความบ้าคลั่งของเยนส์ เลห์มันน์ นายทวารของเดอะ กันเนอร์ส เมื่อเริ่มเกมไปไม่ถึง 20 นาที นายทวรรชาวเยอรมันก็วิ่งออกมาจากเส้นประตูของเขา แต่คว้าบอลพลาดอย่างสิ้นเชิงทำให้ต้องดึงซามูเอล เอโต้ ล้มลงในเขตโทษและกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่โดนไล่ออกในศึกฟุตบอลยุโรปรอบชิงชนะเลิศ แต่ถึงผู้เล่นจะน้อยกว่า โซล แคมป์เบลล์ ก็มาโขกประตูขึ้นนำให้ 'ไอ้ปืนใหญ่' ในนาทีที่ 37 แต่ที่สุดแล้วพวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานเอาไว้ เมื่อบาร์ซ่ามายิงแซงในช่วงท้ายเกมจากซามูเอล เอโต้ และ ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ ทำให้อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องใจสลาย ตั้งแต่นั้นมา เดอะ กันเนอร์ส ก็ไม่สามารถทำได้ใกล้เคียงปีนั้นในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เลย

 

 


 

ดาเนียล ฟาน บุยเต็น

          โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเคยคว้าถ้วยสคูเด็ตโต้และอิตาเลียน คัพกัอินเตอร์ มิลานมาแล้ว มีภารกิจคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ โดยมีบาเยิร์น มิวนิก เป็นทีมที่ขวางทางเขาอยู่ในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2010 แต่ดาเนียล ฟาน บุยเต็นปราการหลังของทัพเสือใต้ไม่อาจขวางทางลูกทีมของกุนซือชาวโปรตุกีส  และเป็นดิเอโก้ มิลิโต้ ที่ทำให้เขาอับอายด้วยทักษะอันน่าทึ่ง กองหน้าชาวอาร์เจนติน่าซึ่งเป็นนักเตะระดับโลกในปีนั้นหลอกฟาน บุย เต็น ด้วยการแกล้งทำเป็นยิงแล้วล็อคจนเซ็นเตอร์แบ็คชาวเบลเยี่ยมเสียจังหวะแทบหลังหัก ไม่สามารถพลิกตัวกลับมาได้จนมิลิโต้ยิงเข้าไปแบบสบายๆ เป็นประตูที่สองของตัวเองพาอินเตอร์ทิ้งห่าง 2-0 ครบ 90 นาทีทัพงูใหญ่คว้าชัยไปด้วยสกอร์ดังกล่าว และผงาดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่