หนึ่งในนักกีฬาสุดฮิตที่ติดทีมชาติไทยลุยศึกซีเกมส์เวียดนามหนนี้ หนึ่งในนั้นคือ "พรชัย เค้าแก้ว"

 และหนึ่งในศึกแห่งศักดิ์ศรีในมหกรรมกีฬานี้คือ "เซปัคตะกร้อ" หากเมื่อไหร่ "ไทย" เจอคู่ปรับ "เสือเหลือง"มาเลเซีย ความมันส์และการลุ้นเรียกได้ว่าระทึกในทุกจังหวะเลยทีเดียว

 ที่สำคัญในแวดวงศึกตะกร้อในตำแหน่งตัวฟาด แทบไม่มีใครไม่รู้จัก “ซูเปอร์ปุ้ย-พรชัย เค้าแก้ว” ด้วยผลงานสุดเกรียงไกร มากกว่าใคร คว้ามาแล้ว 16 เหรียญทองในซีเกมส์

 นับจากซีเกมส์ครั้งแรก "ฮานอยเกมส์ 2003" ตัวฟาดมหาประลัยแจ้งเกิดเต็มตัวในครั้งนั้น "พรชัย เค้าแก้ว" กวาด 2 ทอง จากทีมเดี่ยว และชุด ใครจะคิดว่าอีก 19 ปีต่อมา "ฮานอย 2022" ตัวฟาดจากเมืองหมอแคนจะไปล่าเหรียญทองอีกครั้ง ด้วยวัย 41 ปี

 จาก 2 ทองแรกใน ซีเกมส์ 2003 กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เรื่อยมาจนถึงซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ประเทศฟิลิปปินส์ "พรชัย เค้าแก้ว" ตัวฟาดขาประจำของทีมชาติไทย ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง กวาดทองมาแล้ว 16 เหรียญ มากสุดในประวัติศาสตร์ และมีโอกาสทำสถิติไร้เทียมทานเก็บเพิ่มอีก 2 ทองใน ซีเกมส์ ที่จะถึงนี้

 ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้นับรวมผลงานจากศึกเอเชี่ยนเกมส์ นับตั้งแต่ปูซาน 2002 "ซูเปอร์ปุ้ย-พรชัย เค้าแก้ว" กวาดมาแล้ว 10 เหรียญทอง

 ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม ทีมตะกร้อไทยจะร่วมชิงชัย 6 เหรียญทอง ได้แก่ ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย, ทีมเดี่ยวหญิง, ทีม 4 คนชาย และ ทีม 4 คนหญิง

 โดยนักกีฬาแบ่งออกเป็นชาย 12 คน และหญิงอีก 12 คน จากตำแหน่ง ตัวเสริฟ์ ตัวชง และ ตัวฟาด

 ทีมหญิง ประกอบด้วย ตัวเสิร์ฟ นิภาพร สลุปพล, วิภาดา จิตพรวน, ธิติมา มหากุศล, อติกานต์ คงแก้ว ตัวชง มัสยา ดวงศรี, แก้วใจ พุ่มสว่าง, ศิรินันท์ เขียวปัก

 และ ตัวฟาด มาเต็มนำโดย พยอม ศรีหงษา, สมฤดี ปรือปรัก, นิสา ธนอรรถวุฒิ, เฟื่องฟ้า ประภัสรา, ศศิวิมล จันทสิทธิ์ มีเฮดโค้ชเป็น  "ซันชิโร่" วีรัส ณ หนองคาย

 ส่วนเฮดโค้ชทีมชายเป็นหน้าที่ปรมจารย์อย่าง "โค้ชกมล" กมล ตันกิมหงษ์ จัดมาตำแหน่งละ 4 ประกอบด้วย ตัวเสิร์ฟ “ซ้ายสั่งตาย” ศิริวัฒน์ สาขา, “ยาวปืนใหญ่” สิทธิพงศ์ คำจันทร์, กฤษณพงษ์ นนทะโคตร และ พรเทพ ถิ่นบางบน

 ตัวชง ภัทรพงษ์ ยุพดี, ยศวัจน์ อุทัยเจริญศรี, วิชาญ เต็มโคตร และ ราชัน วิพัน

ตัวฟาด "ซูเปอร์ปุ้ย" พรชัย เค้าแก้ว, อนุวัฒน์ ชัยชนะ, จิระศักดิ์ ฝักบัวเงิน และ "ภูเจ้าเวหา" ภูตะวัน โสภา

 ไฮไลท์สำคัญและอีกหนึ่งจุดขาดของกีฬาตะกร้อคือ "ตัวฟาด" อย่างที่ทราบ "พรชัย เค้าแก้ว" ผูกขาดเหรียญทองมาตั้งแต่ ซีเกมส์ 2003 ตั้งแต่ในยุค"ลูกหวาย" คว้าไปแล้ว 16 เหรียญทอง

 แต่มีอีกหนึ่งตัวฟาดที่เพิ่งติดทีมชาติครั้งแรกในยุค"พลาสติก" และกำลังจะล่า 2 ทองแรกในชีวิตคือ "ภูตะวัน โสภา"

 ภูตะวัน โสภา หรือฉายา “ภูเจ้าเวหา” จากลีลาการลอยตัวฟาดที่ขึ้นสูงและหนักหน่วงเป็นนักหวดลูกพลาสติกวัย 23 ปี จากเมืองอำนาจเจริญ ถือเป็นการติดทีมชาติไทยไปสู้ศึกซีเกมส์เป็นครั้งแรกในชีวิต

 ทั้งยังเป็นนักกีฬาตะกร้อไทยคนเดียวที่เข้าร่วมแข่งซีเกมส์เป็น ครั้งแรก จากทั้งหมด 24 คน ทั้งชายและหญิง

 เพชฌฆาตหน้าหยกวัย 23 ปี ได้รับการคาดหมายว่านี่คือ ตัวตายตัวแทน ของ “พรชัย เค้าแก้ว” ตัวฟาดมากประสบการณ์วัย 41 ปี ที่โรยราเต็มทีและเตรียมปลดระวางจากทีมชาติไทยในอีกไม่นานนี้

 ในซีเกมส์ ครั้งที่ 31 จอมฟาดจากเมืองหมอแคน ขอนแก่น "พรชัย เค้าแก้ว" วัย 41 และหนุ่มน้อย "ภูตะวัน โสภา" จากอำนาจเจริญมีชื่อติดธงในตำแหน่งตัวฟาดเช่นกัน

 แทบไม่น่าเชื่อว่า ในซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่เมืองฮานอย เวียดนาม ปี 2546 "พรชัย เค้าแก้ว" ติดธงซีเกมส์ครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับสร้างผลงานคว้า 2 เหรียญทอง ทีมเดี่ยว กับ ทีมชุด ในขณะที่เวลานั้น “ภูตะวัน โสภา” มีอายุเพียง 3 ขวบ

 เห็นลีลาของ "รุ่นพ่อ" หนูน้อยผู้หลงรักกีฬาตะกร้อยึด "พรชัย" เป็นไอดอล การติดธงร่วมกันเป็นความฝันที่เหลือเชื่อ

 "ฮานอยเกมส์2022" คือฝันที่เป็นจริงของ "ภูตะวัน" ในการร่วมทัพล่าทองไปกับตำนานและไอดอล โดยเป้าหมาย "พรชัย" ในการปิดฉากด้วย 2 ทองส่งท้าย ในขณะที่ "ภูตะวัน" ขอ 2 ทีมในกีฬาซีเกมส์ครั้งแรก

 พร้อมพิสูจน์การเป็นทายาทของนักฟาดในตำนาน "พรชัย เค้าแก้ว"!!