หลังต่อสู้มายาวนาน ฝ่าแดดลุยฝนกันอย่างดุเดือด ในที่สุด "ไทยลีก 2" ก็เปิดสังเวียนต้อนรับ 3 สมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการในฤดูกาลหน้า

 นั่นคือ"ช้างป่าห้วยขาแข้ง" อุทัยธานี เอฟซี ทีมแชมป์โซนบนและแชมป์ประเทศ "อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี แชมป์กลุ่มล่างและรองแชมป์ประเทศ รวมถึงทีมอันดับสาม "มังกรทะเลใต้" นครศรี ยูไนเต็ด ที่พลิกเอาชนะ "ขุนพลนเรศวร" พิษณุโลก เอฟซี นัดสุดท้ายแบบดราม่า

 สิ่งหนึ่งที่จะเห็นในฤดูกาลหน้าสำหรับทีมน้องใหม่ คือกระแสและแฟนบอลที่จะกลับมาคึกคักอย่างแน่นอน ทั้งจากแฟน "อีโบ๊ะพิฆาต" ของทีมบุญทุ่ม "อุทัยธานี เอฟซี" และยักษ์หลับแดนใต้ "นครศรี ยูไนเต็ด" จังหวัดที่มีประชากรและแฟนบอลคลั่งไคล้มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ รวมถึง"อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี ที่มีโอกาสขึ้นสู่ไทยลีก 2 อีกครั้ง 

 โดยเฉพาะ "กระบี่ เอฟซี" ที่ก่อนเปิดฤดูกาลเคยประกาศขอพัก ไม่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน อันเหตุมาจากความไม่แน่นอนในโปรแกรมช่วงโควิด และงบประมาณการทำทีมที่ "โกจ๋วน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสร แบกรับมาโดยตลอด

 ที่สำคัญคือประเด็นค้างค่าจ้างนักเตะต่างชาติ จนมีคำสั่งจากฟีฟ่าให้ชำระ มิเช่นนั้นจะถูกปรับลดชั้นจากระดับไทยลีก 3 ลงไปเล่นในระดับไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก  

 ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในเมื่อปี 2020 ที่ฟุตบอลไทยลีก 3 ประกาศตัดจบ และมีผู้เล่นต่างชาติรายหนึ่งของทีม ยื่นเรื่องไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และฟีฟ่า ว่าต้องการเงินตามสัญญาจ้างที่เหลือ ต่อมามีการตกลงไกล่เกลี่ยกันได้ และนักเตะถอนฟ้อง 

 อย่างไรก็ตาม ทางฟีฟ่า ยังมีคำสั่งให้สโมสรกระบี่ เอฟซี ต้องจ่ายเงินให้กับนักเตะคนดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะไม่ผ่านหลักเกณฑ์ด้านการเงิน (Financial Criteria) ของคลับ ไลเซนซิ่ง

 แต่ทาง "โกจ๋วน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสรกระบี่ เอฟซี ยืนยันจะไม่ยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เพราะมองว่าสโมสรไม่ได้รับความเป็นธรรม และยินดีที่จะยุบทีม

 ก่อนสถานการณ์จะแตกหัก เหล่าบรรดานักเตะตัวหลักของกระบี่ เอฟซี นำโดย เอกราช ปั้นแก้ว กัปตันทีม ร่วมกันลงขันเป็นจำนวนเงิน 114,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายให้กับนักเตะต่างชาติคนดังกล่าว  

 เป็นสุดยอดน้ำใจของนักเตะที่ยอมทำเพื่อสโมสร “ยอมจ่าย“ ให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้มีทีมฟุตบอลของคนกระบี่ต่อไป

 ในที่สุด "อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี ในศึกฟุตบอลไทยลีก 3 โซนภาคใต้ ผ่านการอุทธรณ์เรื่องของใบอนุญาตสโมสร (Club Licensing) เรียบร้อยแล้ว ทำให้พวกเขาได้สิทธิ์ลงแข่งขันต่อไปในฤดูกาล 2021/2022

 พลังใจและสปิริตเต็มร้อยทำให้ กระบี่ เอฟซี ทะยานคว้าแชมป์โซนใต้สำเร็จ พร้อมเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกลุ้นตั๋วไทยลีก 2 อีกครั้ง หลังจากตกมา 2 ฤดูกาล

 จุดเปลี่ยนสำคัญคือการทำ 2 ประตูในช่วงทดเวลาของเกมนัดสุดท้ายในการเปิดบ้านพบ "อาชาผยอง" นอร์ทกรุงเทพ 2-1 ทำให้ "อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี คว้าแชมป์กลุ่มล่าง เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ทันที แม้ในนัดชิงประเทศจะพ่ายให้กับ "อุทัยธานี เอฟซี" ก็ตาม

 บนเวที ไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า เชื่อว่า "โกจ๋วน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสรกระบี่ เอฟซี ตอบแทบความภักดีของทีมด้วยการใช้ "โค้ชจักษ์" ประจักษ์ เวียงสงค์ กุนซือดีกรีโปรไลเซนส์  และ "กัปตันทีม"เอกราช ปั้นแก้ว รวมถึงนักเตะตัวหลักในการสู้ศึก

 บวกกับงบประมาณที่ยังอยู่ในวงจำกัด แถมเงินบำรุงทีมจากไทยลีกลดลงอีก 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ กระบี่ เอฟซี ที่เคยบินสูงมาในไทยลีก 2 เข้าใจสถานการณ์ดีพอ พร้อมประคองตัวให้อยู่ในไทยลีก 2 เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าในอนาคต

 ไม่เพียงแต่ "อินทรีอันดามัน" ที่ได้เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ยังมีอีกทีมร่วมโซนใต้ตามมาเป็นครั้งแรกคือ "มังกรทะเลใต้" นครศรี ยูไนเต็ด 

 ทีมยักษ์หลับภาคใต้มีโอกาสขึ้นไทยลีก 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจังหวัดนับตั้งแต่การก่อตั้งฟุตบอลอาชีพ ในยุคของประธานสโมสร "บอสกฤต"ชนนพัฒน์ นาคสั้ว หลังเข้ามาบริหารทีมเป็นฤดูกาลที่ 2 ปลุกกระแสฟุตบอลให้เมืองคอนกลับมาคึกคักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 ภาพจำแห่งความคลั่งไคล้ล่าสุดเกิดขึ้นมานานกว่า 20 ปี ในครั้งที่ "นครศรีธรรมราช" เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยามาฮ่าไทยแลนด์คัพปี 2541 กองเชียร์ชาวเมืองคอนทะลักเข้าสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง จนแน่นขนัด ก่อนจะแพ้ทีมเจ้าถิ่น กรุงเทพมหานคร 0-1

 นับจากนั้นมา ฟุตบอลของทีม นครศรีธรรมราช ยังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จทั้งผลงานและกองเชียร์

 กระทั่งวันเสาร์ที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ในเกมชี้ชะตาชิงอันดับสาม แย่งตั๋วใบสุดท้ายสู่ไทยลีก 3 กับทีม "ขุนพลนเรศวร" พิษณุโลก เอฟซี ปรากฏการณ์สนามแตกเกิดอีกครั้งที่สนามชาติตระกาลโกศล เมื่อแฟนบอลเต็มทุกที่นั่งพร้อมกู่ก้องกับชัยชนะ 3-2 เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 เป็นครั้งแรก

 ในเวทีไทยลีก 2 แน่นอนว่า "บอสกฤต" ชนนพัฒน์ นาคสั้ว เสริมทัพอย่างแน่นอน พร้อมมองเป้าหมายตามรอยทีมพันธมิตร "ราชันโคขาว" ลำพูน วอริเออร์ ที่สามารถขึ้นลีกสูงสุดได้ภายในปีเดียว แต่ยอมรับว่า ไม่ใช่งานง่าย

 หากวิเคราะห์สถานการณ์ของทีม ประเมินได้ว่า การขึ้นสู่ไทยลีก 2 ปีแรก คือการวางฐานกองเชียร์ การสร้างทีมและความพร้อมในการจัดการบริหาร สนามและองค์ประกอบอื่นให้มั่นคง โดยมีเป้าหมายหลักข้อแรกคือการอยู่รอด

 เมื่อตั้งลำได้ เชื่อว่า "นครศรี ยูไนเต็ด" จะมีเป้าหมายเดียวนับจากนั้นคือ ไทยลีก 1 อย่างแน่นอน

 มาถึง "ช้างป่าห้วยขาแข้ง" อุทัยธานี เอฟซี ทีมที่สามารถเนรมิตความสำเร็จได้ หากเอาจริง !!

 นับจากร่วงตกชั้นจากไทยลีก 2 หลังจาก "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.คนดังของจังหวัดซื้อสิทธิ "แอร์พอร์ซ ยูไนเต็ด" มาอยู่ในอุทัยธานี ในปีต่อมา "อุทัยธานี เอฟซี" ปรับโฉมใหม่สู้ศึกไทยลีก 3 โดยมีเป้าหมายเดียวคือการเลื่อนชั้น โดยการบริหารของ “บอสเบนซ์”วราวุฒ ปั้นงาม

 พร้อมดึงกุนซือ "เทิดศักดิ์ ใจมั่น" มาสร้างทีมด้วยนักเตะมากประสบการณ์จากไทยลีก อาทิ ดัสกร ทองเหลา, กิรติ เขียวสมบัติ, มงคล ทศไกร, วัฒนา พลายนุ่ม และ ณรงค์ จันทร์เสวก ผนวกกับดาวเตะต่างชาติมาขับเคลื่อนความสำเร็จ

 และทั้งหมดเป็นไปตามเป้าหมายทั้งการคว้าแชมป์โซนเหนือ แชมป์กลุ่มบนในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก และแชมป์ประเทศ ขึ้นสู่ไทยลีก 2 อย่างเต็มภาคภูมิ ในฐานะทีม "อีโบ๊ะพิฆาต"ของชาวอุทัยแบบเต็มร้อย

 ในไทยลีก 2 แน่นอนว่า "ช้างป่าแห่งห้วยขาแข้ง" เสริมทีมหนักหน่วงแน่นอน ในขณะที่สนามก็มีความพร้อมแทบไม่ต้องเสียงบประมาณทำอะไรมาก 

 กระแสกำลังมา และเงินกำลังมี "อุทัยธานี เอฟซี" ไม่มองแค่ไทยลีก 2 แน่นอน !!