ยอดนักกีฬา หากต้องอำลาสังเวียน แทบทั้งหมดพบได้เพียงสองกรณีคือ ด้วยสังขาร และ อาการบาดเจ็บ

 แต่สำหรับ "แอชลีย์ บาร์ตี้" ยอดนักเทนนิสหญิง มือ 1 ของโลก เจ้าของแชมป์ "แกรนด์สแลม" 3 รายการชาวออสเตรเลีย กลับไม่อยู่ในข่ายนี้

 การประกาศเลิกแข่งขันอาชีพในวัยเพียง 25 ปี ถือว่าน้อยมากสำหรับผู้ประสบความสำเร็จเช่นนี้ "แอชลีย์ บาร์ตี้" ยังมีร่างกายที่สมบูรณ์ และสามารถคว้าแชมป์ "ออสเตรเลียน โอเพ่น" ที่บ้านเกิดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

 ทั้งยังยึดครองมือ 1 ของโลกติดต่อกันแบบไร้เทียมทาน 114 สัปดาห์ อันเป็นสถิติอันดับ 4 รองจากราชินีนักหวดลูกสักหลาดอย่าง สเตฟี่ กราฟ ของเยอรมัน และ เซเรน่า วิลเลี่ยมส์ ของสหรัฐอเมริกา เท่ากันที่ 186 สัปดาห์ และ มาร์ติน่า นาฟราติโลว่า ตำนานจากเช็ก 156 สัปดาห์

 ความสำเร็จและยิ่งใหญ่ของ "แอชลีย์ บาร์ตี้" ทำให้เธอกลายเป็นนักเทนนิสที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์และประสบความสำเร็จมากที่สุดของ "ออสซี่"

 แต่แล้วที่สุดเธอได้ทำให้สิ่งที่คนกีฬาคาดไม่ถึงคือประกาศเลิกเล่น ด้วยวัยเพียง 25 ปี !!

 แม้ก่อนหน้านี้ หลังเทริน์โปรเข้าสู่วงการเทนนิสอาชีพ เมื่อปี 2010 ขณะวัยไม่ถึง 14 แต่หลังจากนั้น 4 ปี ต่อมา "แอชลีย์ บาร์ตี้" เคยแขวนแร็กเกตไปครั้งหนึ่งแล้วเพื่อเลน "คริกเก็ต" หนึ่งในกีฬายอดฮิตของออสเตรเลีย
 
 อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานั้น แทบไม่มีใครสนใจ เนื่องเพราะนักเทนนิสของออสซี่มีอยู่มหาศาล และ "แอชลีย์ บาร์ตี้" ไม่ใช่ดาวเด่นพอให้คนสนใจ หลังหันจากคอร์ตเข้าสู่สังเวียนคริกเก็ตในวัย 18 "บาร์ตี้" ไปร่วมฝึกซ้อมและแข่งขันอยู่ทีมสโมสรในออสเตรเลีย อย่างสโมสรบริสเบน ฮีต และทีมควีนส์แลนด์ ไฟร์ ในเวลาต่อมา

 เมื่อย้อนไปถามเหตุผลในเวลานั้น "บาร์ตี้" ให้คำตอบว่า มันเร็วเกินไปสำหรับตนเองเมื่อต้องเดินทางตลอดเพื่อแข่งขันเทนนิส ในขณะที่อายุยังน้อย จึงอยากมีประสบการณ์และได้ใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป

 หลังใช้ชีวิตในการเล่น "คริกเกต" กับสโมสรใน "บริสเบน" บ้านเกิดสมใจนาน 2 ปี "แอชลีย์ บาร์ตี้" ก็กลับคืนคอร์ตเทนนิสอีกครั้ง ในวัย 16

 ในปี 2016 "บาร์ตี้" ก็กลับสู่วงการเทนนิสเต็มตัว ในช่วงเวลา 2 เดือนหลังคืนสนาม กลับทำผลงานยอดเยี่ยม คว้าแชมป์ไป 3 รายการจากการลงเล่นทั้งหมด 5 รายการ ทำให้ติดอันดับท็อป 200 อย่างรวดเร็ว

 ไม่เพียงแต่ผลงานโดดเด่นในประเภทเดี่ยว แต่ความสำเร็จสูงสุดในช่วงแรกคือ ประเภทหญิงคู่ 

 ในปี 2018 "แอชลีย์ บาร์ตี้" ฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์วงการเทนนิสอย่างเต็มด้วย แม้รูปร่างไม่สูง แต่จังหวะการตีที่หนักหน่วง วางบอลที่แม่นยำ นำทางความสำเร็จให้นักเทนนิสแห่งอนาคตของออสเตรเลีย เมื่อสามารถคว้าแชมป์หญิงเดี่ยว "อิลิท โทรฟี่" รวมทั้งคว้าแชมป์ประเภทคู่อีก 4 รายการ ทั้ง ไมอามี โอเพ่น, อิตาเลียน โอเพ่น, แคนาเดียน โอเพ่น

 ที่สำคัญคือการคว้าแชมป์หญิงคู่รายการระดับแกรนด์สแลม "ยูเอส โอเพ่น" นับเป็นมหัศจรรย์แห่งความสำเร็จ หากนับช่วงเวลาการกลับมา "เบอร์ตี้" ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี จึงขึ้นมาถึงจุดนี้ได้

 ในปี 2019 ฟอร์มของ "บาร์ตี้" แรงต่อเนื่องด้วยการคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวในรายการ "ไมอามี่ โอเพ่น" ที่สหรัฐอเมริกาในตอนต้นปี และป้องกันแชมป์หญิงคู่ "อิตาเลียน โอเพ่น" ได้สำเร็จ 

 และในปีนั้นเอง "แอชลีย์ บาร์ตี้" สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวแกรนด์สแลมแรกได้สำเร็จคือรายการ "เฟรนช์ โอเพ่น" ที่ประเทศฝรั่งเศสจนก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของโลก ก่อนไปคว้าแชมป์ที่เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ แซงดาวค้างฟ้า "เซเรน่า วิลเลี่ยส์" ขึ้นมาเป็นมือหนึ่งโลกในที่สุด

 ความสำเร็จนี้ "แอชลีย์ บาร์ตี้" ยังสร้างประวัติศาสตร์ให้บ้านเกิดด้วยการทำสถิติเป็นนักเทนนิสหญิงออสเตรเลียคนที่สองที่คว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น ต่อจาก "มาร์กาเร็ต คอร์ต" และถือเป็นนักเทนนิสหญิงออสเตรเลียคนที่สองที่ก้าวขึ้นสู่มือ 1 โลก ต่อจาก "เอวอนเน กูลากอง"

 ในปี 2021 หลังจากคว้าแกรนด์สแลมแรกใน "เฟรนซ์ โอเพ่น" ยอดนักเทนนิสจากออสเตรเลีย ก้าวถึงฝันคือการคว้าแชมป์ "วิมเบิลดัน" และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ "เบอร์ตี้" แขวนแร็กเกตในเวลาต่อมา

 "ในวิมเบิลดันเมื่อปีก่อน เปลี่ยนฉันไปมากทั้งในฐานะบุคคลและนักกีฬา หลังทำงานอย่างหนักมาตลอดชีวิตเพื่อเป้าหมายนั้น สำหรับฉัน คือการคว้าแชมป์วิมเบิลดัน ความฝันสูงสุดเพียงเรื่องเดียวที่ฉันต้องการในกีฬาเทนนิส"

 "เบอร์ตี้" กล่าวในวันประกาศอำลาคอร์ต เพื่อยืนยันว่าเธอเพียงพอและถึงจุดมุ่งหมายในชีวิตกีฬาเทนนิสของตัวเองแล้ว

 "ฉันทุ่มเทให้กับมันทุกอย่างเท่าที่ทำได้ จนความฝันของฉันถูกเติมเต็ม ตอนนี้ฉันไม่มีแรงขับเคลื่อนทางร่างกาย อารมณ์ และทุกอย่างเพื่อท้าทายตัวเองในระดับสูงสุดอีกต่อไปแล้ว ฉันทุ่มสุดตัวไปหมดเท่าที่จะทำได้แล้ว ซึ่งฉันมีความสุขกับมันมาก และนั่นถือเป็นความสำเร็จของฉันแล้ว"

 นั่นหมายความว่า เธออำลากีฬาที่รัก เพราะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ที่หวังและกำลังจะหมดไฟ !!

 และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในศึกแกรนด์สแลมแรกของปี "ออสเตรเลียน โอเพ่น" ยอดนักเทนนิสหญิงออสซี่  "แอชลีย์ บาร์ตี้" สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จบนแผ่นดินเกิด โดยเอาชนะ "ดาเนี่ยล คอลลินส์" นักเทนนิสอเมริกา 2 เซตรวด และถือเป็นนักเทนนิสออสเตรเลียคนแรกในรอบ 44 ปี ที่คว้าแชมป์สำเร็จ

 การคว้าแชมป์ในบ้าน เป็นการเติมเต็มความสำเร็จที่จะคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนเทนนิส ยิ่งทำให้เธอตัดสินใจง่ายขึ้น

 แม้ในปีนี้ ยังมีแชมป์แกรนด์สแลมให้ล่าอีก 3 รายการ ทั้ง วิมเบิลดัน ที่ประเทศอังกฤษ ต่อด้วย เฟรนซ์ โอเพ่น ประเทศฝรั่งเศส รวมถึงรายการปิดท้าย "ยูเอส โอเพ่น" สหรัฐอเมริกา แกรนด์สแลมเดียวในประเภทหญิงเดี่ยวที่ยังไปไม่ถึงแชมป์

 แต่วันนี้  "แอชลีย์ บาร์ตี้" ไม่รอแล้ว เธอประกาศเลิกเล่นในวัย 25 ปี !!