ปิดฤดูกาลไปก่อนใคร สำหรับศึกลูกหนังไทยลีก 3 "มังกรฟ้า ลีก" นับจากนี้เป็นต้นไป เป็นการแข่งขันในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ที่คัดเอา 12 ทีมสุดท้ายมาต่อสู้เพื่อตั๋ว 3 ที่นั่งขึ้นสู่ไทยลีก 2

 สรุปผลอีกครั้ง สำหรับการแข่งขันทั้ง 6 โซน ในการหาทีมแชมป์ รองแชมป์ รวมถึงทีมตกชั้นที่ต้องกลับไปเริ่มใหม่ในลีกสมัครเล่น
• โซนภาคเหนือ : อุทัยธานี เอฟซี (แชมป์โซน), พิษณุโลก เอฟซี (รองแชมป์โซน), นอร์ทเทิร์นตาก ยูไนเต็ด (ตกชั้น)
• โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เมืองเลย ยูไนเต็ด (แชมป์โซน) , ศรีสะเกษ เอฟซี (รองแชมป์โซน), แชร์ ชัยภูมิ เอฟซี (ตกชั้น)
• โซนภาคตะวันออก :  พัทยา ดอลฟินส์ ยูไนเต็ด (แชมป์โซน),  ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี (รองแชมป์โซน), สโมสรฟุตบอลกองเรือยุทธการ (ตกชั้น)
•  โซนภาคตะวันตก : สระบุรี ยูไนเต็ด (แชมป์โซน),  มหาวิทยาลัยปทุมธานี (รองแชมป์โซน), บางปะอิน อยุธยา ยูไนเต็ด (ตกชั้น) 
•  โซนกรุงเทพและปริมณฑล : ม.นอร์ทกรุงเทพ (แชมป์โซน), บางกอก เอฟซี (รองแชมป์โซน), เกร็กคู สายไหม ยูไนเต็ด (ตกชั้น)
• โซนภาคใต้ : กระบี่ เอฟซี (แชมป์โซน) , นครศรีฯ ยูไนเต็ด (รองแชมป์โซน), สุราษฎ์ธานี เอฟซี (ตกชั้น)

 จาก 12 ทีม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เป็นกลุ่มตอนบน และกลุ่มตอนล่าง แต่ละกลุ่มมี 6 ทีม

 กลุ่มตอนบน ประกอบด้วย อุทัยธานี เอฟซี , พิษณุโลก เอฟซี, เมืองเลย ยูไนเต็ด, ศรีสะเกษ เอฟซี , พัทยา ดอลฟินส์ ยูไนเต็ด และ ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี 

 กลุ่มตอนล่าง ประกอบด้วย  สระบุรี ยูไนเต็ด,  มหาวิทยาลัยปทุมธานี, ม.นอร์ทกรุงเทพ, บางกอก เอฟซี, กระบี่ เอฟซี และ นครศรีฯ ยูไนเต็ด 

 รูปแบบการแข่งขัน พบกันหมดในกลุ่ม แข่งทีมละ 5 นัด แชมป์กลุ่มขึ้นสู่ไทยลีก 2 ส่วนอันดับสองต้องการเพลย์ออฟหาตั๋วใบสุดท้าย

 นัดแรกแข่งขัน 12-13 มี.ค. นัดที่สอง 19-20 มี.ค. นัดที่สาม 26-27 มี.ค. นัดที่สี่ 2-3 เม.ย. และนัดที่ห้าสุดท้าย 9-10 เม.ย.

 จากนั้น ชิงชนะเลิศ สำหรับแชมป์กลุ่ม และเพลย์ออฟชิงอันดับสาม นัดแรก 16-17 เม.ย. ปิดท้าย ชิงชนะเลิศ สำหรับแชมป์กลุ่ม และเพลย์ออฟชิงอันดับสาม นัดสอง 23-24 เม.ย.

ประกบคู่แล้ว ศึกไทยลีก 3 รอบแชมเปี้ยนส์ลีก เริ่ม 12 มี.ค.

 ทีมข่าว SMMSPORT สำรวจตรวจสอบและเทียบฟอร์ม รวมถึงความพร้อมของแต่ละกลุ่มมาวิเคราะห์กันว่า จะมีทีมใดบ้างที่มีโอกาสขึ้นสู่ไทยลีก 3

 กลุ่มบน ต้องยอมรับว่า เต็งจ๋า คือ อุทัยธานี เอฟซี ทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม และคว้าตั๋วขึ้นสู่ไทยลีก 2 มากที่สุด

 “ช้างป่าห้วยขาแข้ง” อุทัยธานี เอฟซี  ภายใต้การกุมบังเหียนของ "เทิดศักดิ์ ใจมั่น" ประกอบด้วยขุนพลแถวหน้าระดับประเทศ นำโดย "กัปตันโก้" ดัสกร ทองเหลา นอกจากนี้ยังมี จิตปัญญา ทิสุด, มงคล ทศไกร รวมถึง วันชาติ ชูสงค์ ทีมชาติไทย ชุด ยู 23 ปี ลุยศึกชิงแชมป์เอเซีย 

 ไม่เพียงแต่ผลงานไร้เทียมทานในลีก และถือเป็นทีมแรกที่การันตีแชมป์และก้าวสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก นอกจากผลงานในไทยลีก 3  “ช้างป่าห้วยขาแข้ง” อุทัยธานี เอฟซี ยังไปไกลในศึกช้าง เอฟเอคัพ โดยเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนพ่ายให้ "สวาทแคท" นครราชสีมา เอฟซี ทีมในไทยลีก 0-1 และเข้ารอบ 8 ทีม ถ้วย "รีโว่ ลีกคัพ" ในการไปเยือน พีที ประจวบ เอฟซี

 ส่วนทีมอันดับสอง เรียกได้ว่าสูสีเหลือประมาณ ไม่ว่าจะเป็น "ขุนพลนเรศวร" พิษณุโลก เอฟซี ทีมร่วมโซนเหนือที่เคยบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้ อุทัยธานี ถึงถิ่น 2-3 น้องใหม่ พัทยา ดอลฟินส์ ยูไนเต็ด และ "นักรบเซไล" เมืองเลย ยูไนเต็ด แถมยังมีทีมตัดแต้มชั้นดีที่มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาทั้ง "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี และ "ปลากัดนักสู้" ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี

 หากเจาะลึกถึงฟอร์มและโอกาสน่าจะมีเพียง  "ขุนพลนเรศวร" พิษณุโลก เอฟซี ของกุนซือ "เทวินทร์ ศรีวารี" และ "โค้ชทอม" กฤษณะ ต่ายวัลย์ ทีมมากประสบการณ์ผ่านแชมเปี้ยนส์ลีกมาหลายสมัย แถมมีตัวทีเด็ดต่างชาติอย่าง เจาเปาโล ซาเลส ที่ผนึกกับ กิลเบอร์โต้ มาเชน่า และทีมน้องใหม่ พัทยา ดอลฟินส์ ยูไนเต็ด ของกุนซือ “โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และนักเตะจอมเก๋า ชลทิตย์ จันทคาม ที่มีโอกาสจะขึ้นมายึดพื้นที่อันดับสอง

 สำหรับกลุ่มตอนล่าง ถือได้ว่าสูสีสุดประมาณ แต่หากถามหาทีมพร้อมและฟอร์มที่เปรี้ยงปร้างต้องยกให้ 3 ทีมดัง กระบี่ เอฟซี, นครศรี ยูไนเต็ด และ สระบุรี ยูไนเต็ด ที่จะบดเบียดแย่ง 2 อันดับแรกในกลุ่ม

 "อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี ทีมดังใต้ที่โลดเล่นใน "ดิวิชั่น 2" หรือ ไทยลีก 2 มานานหลายปี มีโอกาสดีที่จะคืนสังเวียนอีกครั้ง ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชจักษ์" ประจักษ์ เวียงสงค์ ผลงานสุดปังด้วยการคว้าแชมป์ก่อนปิดฤดูกาล และพ่ายแพ้ในเลกสองเพียงนัดเดียวคือนัดสุดท้ายในการไปเยือน นครศรี ยูไนเต็ด

 ฤดูกาลนี้ "โกฉวน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสร หมายหมั้นปั้นมือจะนำพา กระบี่ เอฟซี ให้กลับมาเกรียงไกรอีกครั้ง จากความพร้อมและประสบการณ์ "อินทรีอันดามัน" น่าจะจองไว้ 1 ตำแหน่งในกลุ่มนี้

 อีกสองทีมที่เบียดแย่งคือน้องใหม่ที่มีโอกาสลุ้นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกคือ สระบุรี ยูไนเต็ด และ นครศรี ยูไนเต็ด

 โดยเฉพาะ นครศรี ยูไนเต็ด แม้เป็นทีมใหม่แต่ถือว่ามีความพร้อม โดยเฉพาะผู้เล่นคุณภาพเต็มทีม ไม่ว่าจะเป็น เอกลักษณ์ ลุงนาม, “แม็ค” อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด และแนวรุกดาวยิงจากบราซิล ดีเอโก้ โอลิเวียร่า ซิลวา โดยมี “โค้ชยอร์ค” ปีเตอร์ สเตนบรุนเนอร์ กุนซือระดับโปรไลเซ่นส์ชาวเยอรมันอดีตนายใหญ่ "ยักษ์แสด" อุดรธานี เอฟซี มาคุมทีมในเลกสองจนทำผลงานยอดเยี่ยมชนะรวดในช่วงท้ายพาทีมเข้าแชมเปี้ยนส์ลีกสำเร็จ

 ส่วน สระบุรี ยูไนเต็ด แชมป์ภาคตะวันตก แม้เป็นทีมใหม่แต่กุนซือมากประสบการณ์ในการลุยรายการนี้จนได้ฉายา "มิสเตอร์แชมเปี้ยนส์ลีก" ชูศักดิ์ ศรีภูมิ จากอดีตที่เคยคุม เลย ซิตี้, เกษตรศาสต์ เอฟซี, ปากน้ำโพ, สุโขทัย เอฟซี จนถึง ระยอง เอฟซี ล้วนพาทีมประสบความสำเร็จ

 จากความพร้อม สระบุรี ยูไนเต็ด เด่นที่ทีมเวิร์คและกุนซือมากประสบการณ์ในลีก ในขณะที่ นครศรี ยูไนเต็ด เต็มด้วยนักเตะคุณภาพ ทำให้เป็นสองทีมที่มีลุ้นอันดับสองในกลุ่มนี้

 ที่สำคัญเกมแรกนัดเปิดสนามอาจเป็นจุดเปลี่ยนได้ทันทีในเกมที่ สระบุรี ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ กระบี่ เอฟซี ทีมใดชนะก็แทบการันตีกันเลยทีเดียว

 บทสรุปทีม ที่มีโอกาสขึ้นสู่ไทยลีก 2 ตามลำดับ "ตัวเต็ง" ประกอบด้วย อุทัยธานี เอฟซี, กระบี่ เอฟซี, นครศรี ยูไนเต็ด, สระบุรี ยูไนเต็ด และ พิษณุโลก เอฟซี  

 แต่สุดท้ายแล้ว ศึกครั้งนี้มีตั๋วว่างแค่ 3 ใบเท่านั้น !!