ฟุตบอลแอฟริกันมีความแข็งแกร่งในเชิงลึกมากกว่าที่เคยเป็นมา และการแข่งขันในปีนี้เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง โดยก่อนหน้านี้ทัวร์นาเมนท์ดังกล่าวนี้ได้รวบรวมดาวดังในวงการฟุตบอลมาไว้ในที่เดียวเป็นจำนวนมาก

           การแข่งขันแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ (AFCON) ครั้งที่ 33 ที่รอคอยมาอย่างยาวนานเริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 ที่ผ่านมาที่ประเทศแคเมอรูน บรรดาประเทศต่างๆ ล้วนจับจ้องดูการแข่งขันในครั้งนี้ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีคุณภาพสูงที่สุดตลอดกาล เป็นเวลาสองปีครึ่งนับจากแอลจีเรียเอาชนะเซเนกัลในรอบชิงฯ เมื่อปี 2019 มาในปีนี้ ดาวดังพรีเมียร์ ลีก ทั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง, เอดูอาร์ เมนดี้, อิสไมล่า ซาร์, ซาดิโอ มาเน่, ริยาด มาห์เรซ, นาบี เกอิต้า, เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ และโธมัส ปาร์เตย์ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เข้าร่วมการแข่งขัน เรียกว่าฟุตบอลแอฟริกันมีแข้งมากความสามารถเข้าร่วมมากกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม ทวีปนี้ไม่เคยเคยขาดแคลนนักเตะชื่อดังที่ต้องถือว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่ทวีปนี้เคยผลิตมา ด้วยเหตุนี้เราจึงขอจัดอันดับนักฟุตบอลแอฟริกันที่ดีที่สุด 10 คนตลอดกาล (ไม่นับผู้ที่ยังคงค้าแข้งอยู่)

 

10) ยาย่า ตูเร่

           ครองตำแหน่งนักฟุตบอลแอฟริกันแห่งปี 4 สมัยและช่วยให้ไอวอรี่โคสต์คว้าแชมป์ AFCON ปี 2015 โดยก่อนหน้านี้ได้รองแชมป์ถึง 2 ครั้ง ตำแหน่งของตูเร่ในลิสต์นี้ถือว่าคู่ควรอย่างที่สุด ตูเร่คว้าแชมป์ลา ลีก้า 2 สมัยกับบาร์เซโลน่า และแชมป์พรีเมียร์ ลีก 3 สมัยกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเขาพัฒนาขึ้นอย่างแท้จริงในฐานะซูเปอร์สตาร์ระดับโลกและเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังความสำเร็จของสโมสร ตูเร่ ซึ่งเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งด้วยการเป็นกองหน้า ต่อมาได้กลายเป็นกองกลางตัวรับ แต่ได้พัฒนาเป็นผู้เล่นแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา

 

9) เอ็นวานโก้ คานู

           คานู นักฟุตบอลแอฟริกันแห่งปี 2 สมัยโดดเด่นด้วยรูปแบบการเล่นที่แหวกแนวแต่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยความสูง 1.97 ม. ด้วยโครงสร้างที่ผอมเพรียว แต่มีความแข็งแกร่งทางกายภาพที่โดดเด่น ทำให้คานูเป็นนักฟุตบอลที่มีการเคลื่อนไหว, ความเฉลียวฉลาดในสนาม, ฝีเท้าที่ว่องไว และความสามารถทางเทคนิคที่โดดเด่น กองหน้ารายนี้เป็นตัวแทนของไนจีเรียในฟุตบอลโลก 3 ครั้ง และในขณะที่เขาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกในปี 1996 แต่ทัพอินทรีมรกตก็ยังล้มเหลวอย่างต่อเนื่องใน AFCON เขาสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับอาแจ็กซ์, ยูฟ่า คัพ กับอินเตอร์ มิลาน และแชมป์พรีเมียร์ ลีก อีกหลายสมัยกับอาร์เซนอลควบคู่ไปกับถ้วยแชมป์อื่นๆ อีกหลายรายการ

 

8) เจย์-เจย์ โอโคชา

           ความสามารถทางเทคนิคและไหวพริบอันยอดเยี่ยมของโอโคชานั้นโดดเด่นสะดุดตาทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ที่สุดในยุคของเขา เขาคว้าแชมป์ AFCON ในปี 1994 และคว้าเหรียญทองโอลิมปิกกับไนจีเรียในอีกสองปีต่อมา เขาเป็นผู้ทำประตูสูงสุดร่วมของ AFCON และเป็นนักฟุตบอลที่โดดเด่นที่สุดของรายการนี้เมื่อปี 2004 ในขณะที่ตอนค้าแข้งกับเฟเนร์บาห์เช่, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และโบลตัน ฯลฯ โอโคชา ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกได้เลย และสำหรับผู้เล่นที่มีความสามารถในระดับของเขา ตู้เก็บถ้วยแชมป์ของเขานั้นน่าผิดหวังอย่างน่าประหลาดใจ กระนั้นก็ตาม โอโคชาก็มีความสุขและเขาก็ทำให้ฟุตบอลสนุกด้วยเทคนิคที่ไม่ธรรมดาและพรสวรรค์ของเขา เขาจะยังคงเป็นไอคอนฟุตบอลแห่งแอฟริกันตลอดกาล

 

7) มิคาเอล เอสเซียง

           ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือหนึ่งในผู้เล่นแอฟริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลและเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของศตวรรษนี้ การขาดความสำเร็จของเอสเซียงกับกาน่าทำให้เขาไม่สามารถทำอันดับที่สูงกว่านี้ได้ ความสำเร็จที่ดีที่สุดของเขากับทีมชาติคือการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งเดียวและเป็นรองแชมป์ AFCON ในปี 2010 ตรงกันข้ามกับอาชีพในสโมสรที่ยอดเยี่ยมของเขา หลังจากแจ้งเกิดกับทีมลียงเอสเซียงก็มารุ่งเรืองสุดๆ ที่เชลซี ซึ่งเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สองสมัยและแชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย และจบอาชีพค้าแข้งในระดับสโมสรอันรุ่งโรจน์ยาวนานสองทศวรรษในปี 2020

 

6) อเบดี้ "เปเล่" อายิว

           หนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงต้นทศวรรษ 90 และชื่อของเขาตั้งตามดาวเตะชาวบราซิลผู้โด่งดัง เปเล่ ทำผลงานอย่างโดดเด่นให้กับมาร์กเซย เขาช่วยให้พวกเขาคว้าแชมป์ลีก เอิง สองสมัยติดต่อกัน และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งต่อมาเขาคว้าแชมป์ดังกล่าวกับสโมสรในปี 1993 เปเล่คว้าแชมป์ AFCON กับกาน่าในปี 1982 และทศวรรษต่อมาเขาได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งทัวร์นาเมนต์ โดยที่ทัพแบล็คสตาร์แพ้ในรอบชิงชนะเลิศให้กับไอวอรี่โคสต์ สหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFFHS) ยกให้เขามีชื่อติดหนึ่งในสามดาวเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมตลอดกาลและคว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปีถึง 3 สมัย น่าเสียดายที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้แสดงทักษะของเขาในฟุตบอลโลกกับกาน่าเลย ลูกชายของเขาอย่างอิบราฮิม, อังเดร และจอร์แดน ล้วนแล้วแต่ได้ติดทีมชาติกาน่า

 

5) เอสซัม เอล-ฮาดารี

           เอล-ฮาดารี คว้าแชมป์ AFCON สี่สมัยกับอียิปต์ มากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ในประวัติศาสตร์การแข่งขันรายการนี้ เขาติดทีมชาติ 159 ครั้ง แต่ผู้รักษาประตูรายนี้กลับได้เล่นเพียงฤดูกาลเดียวในยุโรป กับสโมสรแห่งสวิสอย่างซิยง เขาเก็บคลีนชีตได้ 3 ครั้งใน AFCON รอบชิงชนะเลิศ และดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ยกให้เขาเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา เอล-ฮาดารี คว้าแชมป์ลีกในซูดานกับสโมสรอัล เมอร์รีคห์ แต่ในอียิปต์ เขาอยู่ในจุดสูงสุด โดยคว้าแชมป์ลีกกับอัล อาห์ลี ได้อย่างน่าทึ่งถึงแปดสมัย ในวัย 45 เขาเล่นในฟุตบอลโลกปี 2018 ซึ่งเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์

 

4) ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

          ไม่จำเป็นต้องแนะนำอะไรมากสำหรับแข้งรายนี้ ความสำเร็จของดร็อกบาในระดับสโมสรบดบังความสำเร็จสำหรับไอวอรี่โคสต์ ซึ่งเป็นประเทศในแอฟริกาที่หลายคนตั้งความหวังเอาไว้มากในช่วงทศวรรษ 2000 แต่ปรากฏว่ามีผลงานประจักษ์เพียงเล็กน้อย (ก่อนคว้าแชมป์ AFCON ปี 2015 ซึ่งดร็อกบาพลาดไป) ดร็อกบาคว้าแชมป์ 17 รายการตลอดช่วงที่ค้าแข้งกับเชลซีและกาลาตาซารายซึ่งก็รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2012 แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จกับทัพ 'ช้างดำ' นั่นทำให้เขาพลาดการติดสามอันดับแรกไปอย่างหวุดหวิดแม้จะได้รับรางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปีถึง 2 ครั้ง และยังได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ช่วยยุติสงครามกลางเมืองในบ้านเกิดของเขา

 

3) ซามูเอล เอโต้

           นักเตะแอฟริกันแห่งปี 4 สมัยเป็นแข้งแอฟริกันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดที่เล่นอยู่ในระดับสูงสุดของฟุตบอลยุโรป เอโต้ คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สามสมัยกับบาร์เซโลน่าและอินเตอร์ มิลาน ในขณะที่เขาได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมทช์ เมื่อบาร์ซ่าเอาชนะอาร์เซนอลในนัดตัดสินแชมป์เมื่อปี 2006 กองหน้าชาวแคเมอรูนยังเคยค้าแข้งกับเรอัล มายอร์ก้า, เชลซี, เอฟเวอร์ตัน และซามพ์โดเรีย ฯลฯ ในอาชีพค้าแข้งที่รุ่งโรจน์นั้นเขาซัดไปกว่า 400 ประตู เอโต้คว้าแชมป์ AFCON สองครั้งและเป็นผู้ทำประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนท์ขณะเดียวกันก็คว้าเหรียญทองโอลิมปิกและเป็นตัวแทนของทัพ 'สิงโตทรหด' ในฟุตบอลโลกสามครั้ง

 

2) โรเจอร์ มิลล่า

           บางทีเขาอาจเป็นผู้เล่นแอฟริกันที่โดดเด่นที่สุดตลอดกาล มิลล่า เป็นหัวหอกของทีมแคเมอรูนที่แจ้งเกิดในฟุตบอลโลก 1990 เขาช่วยทัพหมอผีให้กลายเป็นทีมแอฟริกันทีมแรกที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้ในตอนที่อายุมากถึง 38 ปี ซึ่งเขาทำได้ 4 ประตู และลีลาแดนซ์ตรงมุมธงของเขาหลังทำประตูได้นั้นถูกกล่าวขานเป็นอย่างมาก มิลล่า เจ้าของรางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปีของแอฟริกา 2 สมัยยังทำประตูได้ในฟุตบอลโลกปี 1994 ในนัดเจอรัสเซีย ซึ่งหมายความว่าด้วยวัย 42 ปี เขาเป็นนักเตะที่อายุมากที่สุดที่ยิงประตูได้ในรายการนี้ เมื่อปี 2007 สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกันได้ยกให้มิลล่าเป็นผู้เล่นแอฟริกันที่ดีที่สุดในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา แต่ความสำเร็จในระดับสโมสรของดูจะน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขาทำประตูได้มากกว่า 400 ประตูและเล่นให้กับหลายทีมในลีก เอิง แต่ไม่เคยทำประตูได้เกิน 13 ประตูในหนึ่งฤดูกาลในลีกสูงสุด แม้จะมีผู้ชมรู้จักเขามากขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 แต่ทศวรรษที่ถือเป็นจุดพีคของมิลล่าก็คือช่วงทศวรรษ 1980 ที่ช่วยให้ สิงโตแห่งยาอุนเด คว้าแชมป์ AFCON ในปี 1984 และ 1988

 

1) จอร์จ เวอาห์

           เขาคือนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปีถึงสามสมัย ความโดดเด่นของเวอาห์ในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "คิง จอร์จ" และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นแอฟริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 ในปี 1995 เวอาห์ กลายเป็นผู้เล่นแอฟริกันคนแรกและเพียงคนเดียวที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ นอกเหนือไปจากรางวัลนักฟุตบอลแห่งปีของยุโรปและนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีในปีนั้น เขามีชื่อเสียงมากที่สุดสมัยค้าแข้งกับเอซี มิลาน โดยเป็นหัวหอกให้ทัพรอสโซเนรี่คว้าแชมป์เซเรีย อา 2 สมัย นอกจากนี้ เขายังคว้าแชมป์ถึง 6 รายการตลอดช่วงค้าแข้งกับโมนาโกและปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขณะเดียวกันก็คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ กับเชลซีด้วย เวอาห์มาจากประเทศไลบีเรียที่ค่อนข้างเล็ก มีประชากร 5 ล้านคน ทำให้เขาไม่เคยลิ้มรสความสำเร็จในระดับนานาชาติ แต่อิทธิพลของเขาที่มีต่อฟุตบอลแอฟริกันนั้นลึกซึ้ง เขาเป็นที่รู้จักในด้านการเร่งสปีด, ความเร็ว และความสามารถในการเลี้ยงบอล ควบคู่ไปกับความสามารถในการทำประตูของเขา เวอาห์เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุค 1990 ปัจจุบัน “คิงจอร์จ” เป็นประธานาธิบดีของไลบีเรียหลังจากย้ายไปสู่ถนนการเมือง