2021 ถือเป็นปีที่เกมฟุตบอลมีความน่าสนใจสูงทั้งในระดับสโมสรและระดับทีมชาติ เราจะพาคุณย้อนกลับไปดูแมตช์ที่ดีที่สุดในปีที่ผ่านมาซึ่งก็รวมถึงเกมที่ต้องลุ้นกันจนวินาทีสุดท้ายและจุดโทษประวัติศาสตร์

            โลกของฟุตบอลกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในช่วงปี 2021 (พ.ศ.2564) โดยมีทั้งเกมลีกและเกมในระดับทวีปให้ได้ดูชม พร้อมด้วยทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติครั้งใหญ่ในช่วงฤดูร้อน สนามในพรีเมียร์ ลีก ที่คนดูเต็มแน่นกลายเป็นบรรทัดฐานของฤดูกาล 2021-22 ทำให้เราลืมสนามที่ความจุลดลงหรือสนามที่ว่างเปล่าที่เคยเห็นในช่วงครึ่งแรกของปี เทพเจ้าแห่งวงการฟุตบอลทำหน้าที่สร้างความตื่นเต้นให้กับยูโร 2020 เช่นเดียวกับโคปา อเมริกา ที่อาร์เจนติน่าและลิโอเนล เมสซี่ สิ้นสุดการรอคอยแชมป์อันยาวนานของพวกเขา ในขณะที่เรายังได้เห็นผู้รักษาประตูมายิงจุดโทษที่หาดูได้ยากในรอบชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก มีอะไรเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม เราจึงได้เลือก 10 เกมที่ดีที่สุดของปี โดยที่ไม่ได้เรียงลำดับ และนี่คือ 10 เกมโปรดของเรา

 

-ฝรั่งเศส 3-3 สวิตเซอร์แลนด์ : ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป, 28 มิถุนายน

           การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเริ่มต้นด้วยช่วงเวลาดีๆ ของผู้เล่นเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะลูกยิงระยะครึ่งสนามของปาทริค ชิค ในเกมกับสกอตแลนด์ แต่เราต้องรอจนถึงรอบน็อกเอาต์ถึงจะได้เจอเกมที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ผลงานของฝรั่งเศสในรอบแบ่งกลุ่มอาจไม่ได้น่าพอใจมากนัก พวกเขาเสมอมาทั้งฮังการีและโปรตุเกส แต่การเจอกับสวิตเซอร์แลนด์ตามหน้าเสื่อแล้วไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะเป็นเกมที่ยากที่สุด

            หลังจากสวิสทำช็อคด้วยการขึ้นนำไปก่อนจาก แฮริส เซเฟโรวิช ฝรั่งเศสก็มาเอาคืนสามประตูในครึ่งหลัง ลูกที่สามเป็นลูกที่สวยงามอย่างแท้จริงจากปอล ป็อกบา ด้านคาริม เบนเซม่า เป็นตัวพลิกเกมกับการทำ 2 ประตูในรอบ 2 นาที ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของเขาในการคัมแบ็คทีมชาติ แต่สวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ประตูในช่วงท้ายเกมจากเซเฟโรวิชและมาริโอ กาฟราโนวิช ทำให้เกมต้องมีการต่อเวลาพิเศษ โดยคีเลียน เอ็มบัปเป้ พลาดโอกาสทองที่จะคว้าชัยชนะให้กับทัพเลส์ เบลอส์ และก็เป็นกองหน้าจากเปแอสเชที่กลายเป็นคนที่ยิงจุดโทษตัดสินพลาดเมื่อยิงไปติดเซฟยานน์ ซอมเมอร์ ส่งทีมของวลาดิเมียร์ เพ็ตโควิช ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมต่อไป  

 

-บาร์เซโลนา 1-4 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, 16 กุมภาพันธ์

            เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น อะไรๆ ก็ดูดีกว่านี้มากสำหรับเอ็มบัปเป้ เมื่อเปแอสเชสามารถงัดฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดนัดนึงของพวกเขาออกมาได้ บาร์เซโลน่า ทิ้งความพ่ายแพ้ต่อ บาเยิร์น มิวนิค 8-2 ในฤดูกาลที่แล้วเอาไว้เบื้องหลัง พวกเขาเก็บได้ 15 คะแนนจากรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ความพ่ายแพ้ต่อยูเวนตุสที่คัมป์ นู ทำให้พวกเขาต้องเจอกับเกมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ยากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวล พวกเขายังคงมีลีโอ เมสซี่ และจุดโทษในช่วงต้นเกมของเขาทำให้บาร์ซ่าเป็นผู้นำและทำให้สิ่งต่างๆ ดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น

            แต่แค่ห้านาที เปแอสเชก็ตามตีเสมอได้สำเร็จจากเอ็มบัปเป้และเมื่อสิ้นสุดเกมเขาก็สามารถทำแฮตทริกแรกในแชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ โดยที่มอยเซ่ คีน คือผู้ทำประตูที่เหลือ นี่คือทีมที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมที่จะเล่นกับทีมใหญ่ๆ ในสนามพวกเขาเองไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเมสซี่ก็ตาม แต่หกเดือนต่อมา ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่าก็ย้ายมาร่วมทีมกับพวกเขา

 

-เบรนท์ฟอร์ด 3-3 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ ลีก, 25 กันยายน

            เบรนท์ฟอร์ดต้องรอเป็นเวลานานกว่าจะได้ขึ้นมาสัมผัสเวทีพรีเมียร์ ลีก และพวกเขาก็สามารถสร้างผลกระทบในลีกสูงสุดได้เป็นอย่างดี ทางด้านลิเวอร์พูลสามารถเรียกความมั่นใจ พลังงาน หรือความกระตือรือร้นกลับคืนมาในฤดูกาลนี้หลังจากประสบปัญหาในฤดูกาลที่แล้ว โดยทำได้ 29 ประตูและไม่แพ้ใครเลยใน 10 เกมลีกแรกของพวกเขา ดังนั้นมันจึงต้องมีอะไรพิเศษเพื่อคอยดึงพวกเขากลับสู่ความเป็นจริง

            และปรากฏว่าทีมที่สามารถทำแบบนั้นได้ก็คือเบรนท์ฟอร์ด เมื่อเดอะ บีส์ ขึ้นนำโดยอีธาน พินน็อค ชายที่ยังเล่นฟุตบอลนอกลีกเมื่อตอนอายุ 24 ปี และเบรนท์ฟอร์ดก็ยังคงนิ่งพอที่จะกลับมาตามตีเสมอลิเวอร์พูลที่กลับมาขึ้นนำพวกเขาได้ ถือเป็นเกมที่สนุกและน่าตื่นเต้นโดยทั้งสองฝ่ายมีโอกาสยิงประตูฝ่ายตรงข้ามกันมากมาย และทั้งสองทีมน่าจะทำประตูได้มากกว่านี้ เรียกว่าเมื่อได้ยินเสียงเป่านกหวีดหมดเวลาคุณแทบไม่อยากให้เกมนี้จบเลย

 

-บาเลนเซีย 3-3 แอตเลติโก้ มาดริด :  ลา ลีก้า, 7 พฤศจิกายน

           แอตเลติโก้ มาดริด รอดจากการตกต่ำในช่วงปลายฤดูกาลเพื่อมาคว้าแชมป์ลา ลีก้าเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่พวกเขาก็ประสบปัญหาในการป้องกันตำแหน่งแชมป์ ทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ถูกเลบานเต้ตามตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกมเมื่อเดือนตุลาคม ในเกมที่ผู้จัดการทีมโดนไล่ออก แต่สิ่งต่างๆ กลับกลายเป็นเรื่องดราม่ามากขึ้นในเดือนต่อมา การเสียลูกเดียวในช่วงทดเวลาเจ็บว่าน่าเจ็บใจแล้ว แต่การเสียถึงสองประตูจนทำให้จากนำ  3-1 เป็นผลเสมอนั้นคือว่าพวกเขาประมาทเลินเล่อเป็นอย่างยิ่ง

            แอต.มาดริดขึ้นนำ 1-0 ในครึ่งแรก และมีหลายครั้งเมื่อได้ดูตรงนั้นที่ทำให้คิดไปว่าพวกเขาจะปิดเกมได้ในช่วง 45 นาทีถัดมา แต่พวกเขาคิดผิดถนัดเมื่อฮูโก ดูโร ทำคนเดียว 2 ประตูในนาทีที่ 92 และ 96 และใช่ว่าซิเมโอเน่ จะไม่มีสัญญาณเตือน เพราะบาเลนเซียเคยตามหลัง 2-0 ในช่วงทดเวลาเจ็บในเกมเหย้าก่อนหน้าที่พบกับมายอร์ก้า คุณคงเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น

 

-บาเยิร์น มิวนิค 5-2 ไมนซ์ : บุนเดสลีก้า, 3 มกราคม

 

            ฤดูกาลที่แล้วบาเยิร์น มิวนิก ไม่ได้อยู่ในจุดที่ดีที่สุดเสมอไป เนื่องจากพวกเขาต้องทำงานหนักเพื่อตำแหน่งแชมป์บุนเดสลีก้าและเกมกับไมนซ์ในเดือนมกราคมคือหนึ่งในเกมที่ทำให้พวกเขากลัว ไมนซ์ชนะเพียงครั้งเดียวตลอดทั้งฤดูกาลเมื่อพวกเขาเดินทางไปยังอลิอันซ์ อารีน่า หลังพักเบรกหนีหนาว แต่ปรากฏว่าพวกเขาขึ้นนำ 2-0 ในครึ่งแรกในเกมที่พบกับบาเยิร์น ทว่าทัพเสือใต้มาคลิกเอาตอนครึ่งหลัง ทีมแชมป์เก่าสามารถตีเสมอได้ภายใน 10 นาทีหลังพักครึ่งและขึ้นนำภายใน 25 นาที จากนั้นโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็มีส่วนร่วมกับ 2 ประตูหลังสุด นั่นเป็นวิธีที่พวกเขาคัมแบ็คมาจากการตามหลัง

 

-แมนฯ ยูไนเต็ด 3-3 เอฟเวอร์ตัน : พรีเมียร์ ลีก, 6 กุมภาพันธ์

           ปัญหาในแนวรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนักในฤดูกาลที่แล้วเหมือนที่พวกเขาเป็นในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลนี้ แต่มันก็มีข้อยกเว้น แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่มีวันลืมความเสียหายที่เอฟเวอร์ตันสามารถทำพวกเขาได้หลังจากเกมที่ทั้งสองทีมเสมอกัน 4-4 เมื่อปี 2012 เกมนี้แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำสองประตูเช่นกันแม้ว่า อับดูลาย ดูกูเร่ และ ฮาเมส โรดริเกซ จะทำให้เป็น 2-2 ในช่วงต้นครึ่งหลัง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ คิดว่าเขาจะทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้รับชัยชนะ แต่ที่สุดแล้วโดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ก็มายิงตีเสมอในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้ายทำเอาทัพปีศาจแดงช็อคตาตั้ง

 

-เปรู 3-3 ปารากวัย : โคปา อเมริกา, 2 กรกฎาคม

           บางครั้งคุณก็ไม่ต้องการประตูที่มีคุณภาพสูงสุดเพื่อทำให้เกมสนุก และเปรูกับปารากวัยก็แสดงให้เห็นว่าเป็นแบบนั้น รอบก่อนรองชนะเลิศของโคปา อเมริกา นั้นเป็นคำนิยามของคำว่ากระหายชัยชนะ แต่คุณไม่สามารถละสายตาจากเกมนี้ได้หลังจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงหลายครั้งเกินกว่าจะนับได้ หกประตู รวมถึงลูกตีเสมอในนาทีสุดท้ายจากผู้เล่นที่ทำประตูแรกในนามทีมชาติ กับอีกหนึ่งใบแดง ที่สุดแล้วก็ตัดสินกันด้วยการยิงจุดโทษ และเป็นการเซฟครั้งสำคัญของ เปโดร กาเยเซ่ ที่ช่วยส่งเปรูผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก

 

-โครเอเชีย 3-5 สเปน : ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป, 28 มิถุนายน

           นี่คืออีกแมทช์ที่น่าดูในยูโร 2020 และมันยากที่จะเชื่อว่าจะมีขึ้นในวันเดียวกันกับวันที่ฝรั่งเศสเจอกับสวิตเซอร์แลนด์ เกมนี้โครเอเชียขึ้นนำ 1-0 จากความผิดพลาดของ อูไน ซิม่อน จากจังหวะที่เปดรี้เตะบอลคืนหลังจากกลางสนามไปให้นายทวารสเปนแต่เจ้าตัวกลับจับบอลพลาด ลูกหลุดจากเท้าไหลเข้าไปตุงตาข่ายตัวเองแบบสุดเหลือเชื่อ แต่สเปนก็มาเอาคืน 3 ลูกรวดจนขึ้นนำเป็น 3-1 และเกมทำท่าจะจบเมื่อเข้าสู่ช่วง  10 นาทีสุดท้าย

            2021 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับมิสลาฟ ออร์ซิช ผู้ทำแฮตทริกในเดือนมีนาคมจนเขี่ยท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ตกรอบยูโรป้า ลีก มาแล้ว และหนึ่งในประตูในทัวร์นาเมนท์ดังกล่าวในฤดูกาลต่อมาของเขาก็ทำให้ดินาโม ซาเกร็บ เอาชนะเวสต์แฮมไปได้ ระหว่างช่วงเวลาเหล่านั้น เขาลุกจากม้านั่งสำรองเพื่อให้โครเอเชียมีความหวังในเกมกับสเปน ก่อนที่มาริโอ ปาซาลิช จะช่วยตีเสมอให้โครเอเชียในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 2

            เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 100 สเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 4-3 จากอัลบาโร่ โมราต้า ที่ทำประตูสุดสวย ก่อนที่ในนาทีที่ 103 ทัพกระทิงดุจะมาได้ประตูนำห่าง 5-3 จาก มิเกล โอยาร์ซาบัล หลังจากนั้นก็ไม่มีการคัมแบ็คกลับมาจากสองประตูอีก ที่สุดแล้วสเปนก็เป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไป

 

-เวสต์แฮม 3-3 อาร์เซนอล : พรีเมียร์ ลีก, 21 มีนาคม

            ระหว่างกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนมีนาคม เวสต์แฮมยิงสามประตูในพรีเมียร์ ลีก 1 เกมได้เพียงสามครั้ง จากนั้นพวกเขาก็ทำได้สามครั้งติดต่อกัน ขุนค้อนถล่มอาร์เซนอลใน 32 นาทีแรก โดยทำได้ 3 ประตู และดูเหมือนว่าพวกเขาจะยิงได้มากกว่านั้นซะด้วยซ้ำ จนกระทั่งผู้เล่นของพวกเขาเริ่มต้นที่จะส่งบอลเข้าประตูตัวเอง

           อาร์เซนอลกลับสู่เกมได้ด้วยการทำประตูตัวเองของเวสต์แฮมถึง 2 ครั้ง ประตูแรกจากจังหวะที่อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ จับบอลด้วยขวาและตวัดยิงเร็วบอลไปแฉลบ โทมัส ซูเช็ก ผ่านมือ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าประตูตัวเองไป ต่อมาปืนใหญ่ก็ไล่ตามมาเป็น 2-3 จากจังหวะที่คัลลั่ม แชมเบอร์ส เปิดยัดเข้ากรอบเขตโทษ แต่เคร็ก ดอว์สัน สกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองอีกลูกโดยที่อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ เป็นคนตีเสมอให้อาร์เซนอล หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะทำประตูกันได้อีก

            ความแข็งแกร่งในแนวรับ? คุณอาจจะคิดว่าเวสต์แฮมมีบทเรียนมาแล้วก็น่าจะเรียนรู้จากตรงนั้น แต่เกมต่อมาพวกเขาก็เข้าอีหรอบเดิม เมื่อขึ้นนำวูล์ฟส์ไปถึง 3-0 ก่อนปล่อยให้เจ้าถิ่นไล่ตามมาเป็น 3-2 และเอาชนะไปได้แบบหวุดหวิดด้วยสกอร์ดังกล่าว และสิ่งเดียวกันก็เกิดขึ้นในเกมกับเลสเตอร์หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น เมื่อพวกเขานำไปถึง 3-0 ก่อนที่จะโดนเอาคืน 2 ประตูและชนะไปด้วยสกอร์ 3-2

 

-บริสตอล โรเวอร์ส 4-3 อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด : เอฟเอ คัพ, 16 พฤศจิกายน

            เมื่อคุณขึ้นนำในเกมสามประตูต่อหนึ่ง คุณอาจคาดหวังว่าจะชนะ เมื่อคุณนำ 3-1 อย่างอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คุณต้องโทษตัวเองให้มากๆ หากคุณไม่ชนะ ในขณะที่เหลือเวลาอีก 10 นาทีในเกมเอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์ บริสตอล โรเวอร์ส ต้องการอย่างน้อยสองประตูเพื่อไปยิงจุดโทษ พวกเขาเลยตัดสินใจว่ามันคงจะง่ายกว่าที่จะยิงสามประตู โดยที่ซิออน สเปนซ์ เป็นฮีโร่ในในช่วงท้ายเกม คงต้องยอมรับว่าไม่มีเกมฟุตบอลไหนที่จะสามารถพลิกล็อคไปได้มากกว่าการแข่งขันบอลถ้วย และนัดนี้ทีมจาก ลีกทู อย่างบริสตอล โรเวอร์ส ทำให้อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ต้องตกตะลึงกับสามประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษจนสามามารถพลิกกลับมาชนะผ่านเข้าสู่รอบสองของฟุตบอลเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ