นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลบางคนมีความสุขกับค่ำคืนที่ไม่ธรรมดาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างเช่นตำนานของบราซิลอย่าง โรนัลดินโญ่ รวมไปถึงพอล แกสคอยน์ ดาวเด่นทีมชาติอังกฤษ

            สำหรับคนส่วนใหญ่ การออกไปเที่ยวกลางคืนอันบ้าคลั่งสุดเหวี่ยวมักเป็นการใช้เวลาไปกับการดื่มอย่างหนัก, นอนเช้าและตื่นขึ้นมาด้วยอาการเมาค้าง แต่สำหรับนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกบางคนมันอาจเป็นเรื่องของการเปย์หนักๆ, โสเภณี และแม้แต่การเจอกับเอฟบีไอ! 'ทำงานให้หนัก สนุกให้สุด' นั่นคือสุภาษิตโบราณ แต่ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกลูกหนังบางรายอาจก้าวไปอีกขั้น ฟุตบอลในสมัยก่อนมีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรมการดื่ม ซึ่งมักจะทำให้นักฟุตบอลมืออาชีพต้องเจอกับการกระทำที่แย่ๆ ทุกรูปแบบเวลาเมา แต่กระนั้น ผู้เล่นในปัจจุบันบางคนก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมมากนัก วันนี้เราขอพาผู้อ่านย้อนไปชมค่ำคืนที่บ้าคลั่งที่สุดของฟุตบอล โดยเริ่มจากโรนัลดินโญ่ที่เป็นราชาแห่งปาร์ตี้

 

'โรนัลดินโญ่' ผู้ไม่ยอมขาดปาร์ตี้

            โรนัลดินโญ่ ตำนานนักเตะของบราซิลเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความรักในการปาร์ตี้ของเขา ชายวัย 41 ปีรายนี้ไม่ได้มีเหตุโด่งดังสำหรับการไปเที่ยวกลางคืนในคืนใดคืนนึงโดยเฉพาะ แต่เขามีช่วงเวลาอันเลื่องชื่อในภาพรวม อันที่จริงมีรายงานเมื่อต้นปีนี้ว่าเขามี “เงื่อนไขของไนท์คลับ” ตอนเซ็นสัญญากับทีมฟลาเมงโก้ซึ่งต้องอนุญาตให้เขาได้ออกไปสนุกกับการตระเวนราตรีสองคืนต่อสัปดาห์ ในปี 2020 เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนจัดปาร์ตี้ซึ่งมีกลุ่มนางแบบสุดสวยเข้าร่วมงานขณะถูกกักบริเวณในโรงแรมแห่งหนึ่งในปารากวัย ในขณะที่อดีตเพื่อนร่วมทีมของอดีตนักเตะบาร์เซโลน่ารายนี้เคยเปิดเผยว่าเขาจะ "ไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวหลังจบการแข่งขัน" เพื่อไปปาร์ตี้ที่กังกุน (เมืองชายฝั่งทางรัฐตะวันออกสุดของประเทศเม็กซิโก) ปาตริซิโอ รูบิโอ อดีตกองหน้าเกเรตาโร่ ที่เคยเล่นเคียงข้างโรนัลดินโญ่ในเม็กซิโกกล่าวเสริมว่า “เขาจะกลับมาในวันอังคาร ผมไม่เคยเห็นเขาซ้อมในวันจันทร์เลย เขาเป็นผู้เล่นชั้นยอด”

 

'อาเดรียโน่' กับ 18 คุณตัว??

            จะทำอย่างไรเมื่อคุณรู้สึกหดหู่และเศร้าหมองมาก? ทานไอศกรีม? ดูภาพยนตร์เรื่องโปรดของคุณ? ฯลฯ อาเดรียโน่ อดีตนักเตะทีมชาติบราซิลมีวิธีทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นที่แตกต่างออกไป ตามรายงานในปี 2015 อดีตนักเตะวัย 39 ปีรายนี้รับมือกับความผิดหวังที่การย้ายไปเลอ อาฟร์ ล่ม ด้วยการทุ่มเงิน 13,000 ปอนด์ไปกับโสเภณี 18 คน แฟร์พอมั้ยล่ะ?

 

'แท็กซี่เกท' ของแข้งภาพลักษณ์ดี

            แกเร็ธ แบร์รี่ และ จอนนี่ อีแวนส์ ดูเหมือนเป็นผู้ชายสองคนที่น่ารักใช่ไหม? เป็นนักเตะมืออาชีพที่เหมาะจะเป็นผู้เล่นที่คุณจะพาไปกราบสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน นั่นอาจเป็นความจริงทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้หยุดทั้งคู่ พร้อมด้วยเจค ลิเวอร์มอร์ และ โบอาซ มายฮิลล์ จากการถูกกล่าวหาว่าขโมยแท็กซี่ขณะเดินทางไปสเปนกับทีมเวสต์บรอมในปี 2018 ทั้งสี่ถูกกล่าวหาว่าขับรถออกไปจากร้านแม็คโดนัลด์และทิ้งไว้นอกโรงแรมห้าดาวในช่วงเช้าตรู่หลังจากออกไปเที่ยวกลางคืน มีรายงานว่าต่อมารถถูกส่งคืนเจ้าของ และชายทั้งสี่คนขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่น่าอับอายและยอมรับว่าฝ่าเคอร์ฟิวระหว่างทริปนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่เวสต์บรอมต้องตกชั้นในฤดูกาลนั้น ต่อมาพวกเขาออกแถลงการณ์ว่า “เรารู้สึกว่ามันสำคัญที่เราต้องออกมาเปิดเผยตัวเองด้วยความเคารพต่อเพื่อนร่วมทีมที่อาจติดร่างแหไปด้วย”

 

เล่นกอล์ฟกับ 'เบลลามี่' มั้ย?

            ท่าหวดวงสวิงกอล์ฟอันโด่งดังของเคร็ก เบลลามี่ ฉลองประตูที่ยิงบาร์เซโลน่าในคัมป์ นู นั้นถือเป็นตำนานเลยทีเดียว และทั้งหมดนี้เกิดจากการออกไปเที่ยวกลางคืนที่ผิดพลาด ดาวเตะชาวเวลส์ฉลองประตูของเขาด้วยการทำท่าหวดไม้กอล์ฟในจินตนาการ ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงเหตุการณ์สุดช็อคที่เขาใช้ไม้กอล์ฟฟาดเพื่อนร่วมทีมอย่างยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ หลังจากการทะเลาะวิวาทในบาร์คาราโอเกะ ดาวเตะชาวนอร์เวย์กล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า

            “เมื่อเขาคว้าไมโครโฟนแล้วพูดอีกครั้งว่า 'กิงเก้ (ไอ้หัวแดง) กำลังจะขึ้นมาร้องเพลง' ผมยืนประจันหน้ากับเขาและบอกเขาไปอย่างชัดเจนว่าจะไม่ร้องและให้หยุดซะ" "ผมออกไปและกลับไปที่ห้องของผม ผมอยู่ห้องเดียวกับแดเนียล แอ็กเกอร์ เมื่อผมได้ยินเสียงกุญแจที่ประตู ผมก็คิดว่าแดนกลับมา แล้วไฟก็สว่างขึ้น สิ่งต่อมาที่ผมเห็นคือไม้กอล์ฟหวดมาที่หลังผม" “ผมลุกจากเตียงและยืนทั้งชุดชั้นในขณะที่เบลลามี่ตะโกนอยู่ที่นั่น เขาพูดว่า 'พรุ่งนี้ 09.00 น.นอกห้องฉัน' ผมไปถึงที่นั่นเวลา 8.45 น. และรอจนถึง 9.10 น. แต่ไม่มีวี่แววของเขาเลย" ต่อมาลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะบาร์เซโลน่า 2-1 โดยที่เบลลามี่และรีเซ่ (จะใครซะอีกล่ะ) ทำประตูได้ และเบลลามี่ฉลองประตูของเขาด้วยท่าที่เจ้าตัวจะไม่มีวันลืม


'พอล เมอร์สัน' กับเอฟบีไอ

            พอล เมอร์สัน อดีตกองหน้าของอาร์เซนอล ต้องเผชิญหน้ากับเอฟบีไอ ในระหว่างการทัวร์สหรัฐอเมริกากับทีมชาติอังกฤษ หลังจากที่ทีมสิงโตคำรามพลาดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1994 เมอร์สันเผยทางรายการพอดแคสท์ Quickly Kevin, Will He Score? ว่า "เราไปวอชิงตัน เราเล่นไพ่กันทั้งคืน: ผม, เท็ดดี้ เชอริงแฮม, คาร์ลตัน พาล์มเมอร์ จากนั้นทุกคนก็เข้านอนและผมก็ออกไปข้างนอก ผมลงไปชั้นล่าง, เลี้ยวซ้าย ตู้ม! ลงเอยในบาร์ แน่นอนที่สุด" "ผมออกจากบาร์แล้วมีผู้ชายสองคนเถียงกันกลางถนน ผมเข้าไปหาพวกเขาแล้วพูดว่า 'ไม่เอาน่าเพื่อน อย่าทะเลาะกันสิ' พวกเขามองมาที่ผมราวกับว่าผมเป็นคนบ้า แล้วผมก็ไปนอน"

            “ผมตื่นแต่เช้าและเราได้เจอกับเอฟบีไอ พวกเขาให้เราทุกคนลงไปด้านล่าง เอฟบีไอใส่หมวกทุกคนแล้วพวกเขาก็พูดว่า 'ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณอยู่ในเมืองหลวงของโลกแห่งการสังหาร ห้ามออกจากโรงแรมนี้ตอนกลางคืนแล้วเลี้ยวซ้ายเด็ดขาด'" "แต่คืนก่อน ผมเพิ่งจะไปห้ามทัพการทะเลาะกันกลางถนนมาเองนะ ผมรอดการโดนยิงมาได้ยังไงก็ไม่รู้"

 

'แก๊ซซ่า' กับท่าเก้าอี้หมอฟันในตำนาน

            พอล แกสคอยน์ ตำนานดาวเตะทีมชาติอังกฤษเคยเป็นศูนย์กลางของค่ำคืนอันโด่งดังในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ และเป็นหนึ่งในแกนนำของท่าดีใจ 'เก้าอี้หมอฟัน' อันเลื่องชื่อ เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ อนุญาตให้ทัพสิงโตคำรามได้ออกไปย่ำราตรีในฮ่องกงหลังจากทัวร์เอเชียตะวันออกก่อนยูโร 96 แต่ได้เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ขึ้นมา

           “ไบรอัน ร็อบสัน ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเบียร์เหยือกนึง และเขาสวมเสื้อคอกลม มีคนคว้ามันและฉีกออก” เอียน วอล์คเกอร์ ผู้รักษาประตูบอกกับ That's Mag “สิ่งเดียวที่เขาเหลือคือคอเสื้อนิดหน่อย ส่วนที่เหลือหายไป และเขาก็ดื่มต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!" “จริงๆ แล้วเขาควรจะเป็นคนดูแลพวกเรา แต่ตอนนั้น มันเริ่มเละเทะแล้ว และมีคนพบเก้าอี้หมอฟันในอีกห้องหนึ่ง” "แน่นอน ตูม! เราขึ้นไปนั่งกันทันที ผมคิดว่าแก๊ซซ่าไปก่อน จากนั้นผมก็ไป แล้วก็เป็นเทดดี้ เชอริงแฮม แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป มันบ้าคลั่งสุดๆ”

            ในไม่ช้า รูปภาพของค่ำคืนที่น่าอับอายก็ปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อังกฤษ พร้อมด้วยคำด่าทอจากสาธารณชน แต่ทุกอย่างก็ได้รับการอภัยในอีกไม่กี่เดือนให้หลัง หลังจากที่แก๊ซซ่ายิงหนึ่งในประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของอังกฤษในเกมกับสกอตแลนด์ในรายการยูโร 96 และท่าดีใจเก้าอี้หมอฟันก็ถือกำเนิดขึ้น

 

'โจ โคล' ตาแตกเพราะนางแบบ FHM

 

            โจ โคล สตาร์ของเชลซีเคยตาฟกช้ำดำเขียวเพราะโดนต่อยในงานปาร์ตี้ที่จัดโดยนางแบบหน้า 3 และและนิตยสาร FHM อย่างคีลี่ย์ ฮาเซลล์ เมื่อปี 2006 ทั้งหมดนี้เริ่มต้นหลังจากโชเซ่ มูรินโญ่ ให้นักเตะสิงห์บลูส์ได้พักผ่อนและผ่อนคลายเป็นเวลาสองวันเพื่อเป็นรางวัลสำหรับตารางแข่งในช่วงคริสต์มาสที่แสนหนักของพวกเขา โคล, จอห์น เทอร์รี่ และ 2 แข้งจากเวสต์แฮมอย่างบ็อบบี้ ซาโมร่า และแอนทอน เฟอร์ดินานด์ ตัดสินใจไปเจอกันที่คลับ West End Embassy ขณะอยู่ที่นั่น โคลพบกับกลุ่มนางแบบทรงเสน่ห์ รวมทั้งคีลีย์ ซึ่งเชิญโคลและคนอื่นๆ ไปปาร์ตี้ที่บ้านของเธอ

            แขกในงานปาร์ตี้เผยว่า โคลนอนหลับตอนที่ชายนิรนามรายนึงต่อยเขา ผู้ร่วมงานปาร์ตี้คนหนึ่งกล่าวว่าปีกรายนี้ถูกทำร้ายโดยชายคนหนึ่งที่เข้าใจผิดว่าเขาและฮาเซลล์กำลังคบหากัน ในขณะที่คนอื่นๆ อ้างว่าเขาโดนทำร้ายจากแฟนบอลเวสต์แฮมที่รู้สึกไม่พอใจที่เขาย้ายไปเชลซี  ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่มีใครที่บอกว่าโคลทำผิด และเขากลับไปฝึกซ้อมหลังจากเหตุการณ์นั้นโดยสวมหมวกขนสัตว์เพื่อปกปิดอาการบาดเจ็บใดๆ ที่เขาได้รับ

 

ความผิดพลาดเกี่ยวกับคุณตัวข้ามเพศของ 'โรนัลโด้'

             ในเดือนเมษายน 2008 โรนัลโด้ ตำนานนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ชาวบราซิลถูกจับในเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับโสเภณีสาวประเพศสอง 3 คนที่เขาพบในไนท์คลับในเมืองริโอ ดาวเตะคนดังอ้างว่าเมื่อเขาพบว่าทั้งสามคนเป็นผู้ชายในทางนิตินัย เขาก็เสนอเงินให้พวกเธอออกไป โสเภณีคนหนึ่งพยายามแบล็กเมล์โรนัลโด้โดยอ้างว่ามีเพศสัมพันธ์และเสพยาในห้องพักที่โมเต็ล ซึ่งตำรวจกล่าวในเวลาต่อมาว่า “คืนนั้นไม่มียาเสพติดหรือเซ็กส์” ก่อนกล่าวเสริมว่าโสเภณีทั้งสามนั้น "กล่าวว่าพวกเธากุเรื่องทั้งหมดเพราะพวกเธอไม่ได้เงินตามที่พวกเขาตั้งใจจะกรรโชก"

             ในการให้สัมภาษณ์กับ O Globo ในปี 2008 โรนัลโด้ได้เปิดเผยความเสียใจของเขาว่า “ผมร้องไห้หนักมาก” เขากล่าว “มันเป็นความอับอายและความผิดหวังอย่างน่าเหลือเชื่อ มันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตส่วนตัวของผม เราทุกคนทำผิดพลาดกันได้และผมได้ทำพลาดครั้งใหญ่"

 

เหตุการณ์ชนสนั่นของแข้ง 'ดาร์บี้'

           ทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ สร้างสัมพันธ์ยามค่ำคืนในเดือนกันยายน 2019 ส่งผลให้กัปตันทีมริชาร์ด คีโอห์ โดนปลดจากตำแหน่ง และเมสัน เบนเน็ตต์และทอม ลอว์เรนซ์ สารภาพว่าเมาแล้วขับ สโมสรแห่งแชมเปียนชิป ให้นักเตะของพวกเขาออกไปตระเวนราตรี แต่แกะเขาเหล็กยังจัดหารถยนต์สำหรับผู้เล่นที่จะขับรถกลับบ้านด้วย ซึ่งไม่ใช่ตัวเลือกที่พวกเขาทุกคนตัดสินใจเลือก เบ็นเน็ตต์และลอว์เรนซ์ตัดสินใจขับรถกลับบ้านเอง โดยคีโอห์ ดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์อยู่บนที่นั่งผู้โดยสารของรถของลอว์เรนซ์ ปรากฏว่ารถของลอว์เรนซ์พุ่งเข้าชนท้ายรถของเบ็นเน็ตต์ ก่อนรถจะข้ามทางแยกและไปชนเสาไฟ คีโอห์ ซึ่งตอนนี้เล่นให้กับแบล็คพูลได้รับบาดเจ็บที่เข่าซึ่งทำให้เขาต้องพักนานกว่าหนึ่งปี