มีข่าวหนาหูว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมแต่งตั้งราล์ฟ รังนิค เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาล และนี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับหัวหน้าฝ่ายกีฬาและการพัฒนาที่สโมสรโลโคโมทีฟ มอสโก ก่อนการมาร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

            แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงแต่งตั้งราล์ฟ รังนิค เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราว โดยกุนซือชาวเยอรมันวัย 63 ปีจะรับหน้าที่จัดการทีมในข้อตกลงหกเดือนจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมปีหน้า ก่อนที่จะย้ายเข้าไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาของสโมสรในข้อตกลงเบื้องต้น 2 ปี รังนิคถูกระบุว่าเป็นตัวเลือกที่ต้องการของทัพปีศาจแดงสำหรับตำแหน่งที่ว่างลงชั่วคราวหลังผ่านการสัมภาษณ์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ และนี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับหัวหน้าฝ่ายกีฬาและการพัฒนาที่สโมสรโลโคโมทีฟ มอสโก ก่อนการแต่งตั้งมาร่วมถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

 

เขาคือใคร

ชื่อ : ราล์ฟ รังนิก

วันเกิด : 29 มิถุนายน 1958 (พ.ศ.2501)

บทบาทก่อนหน้า : หัวหน้าฝ่ายกีฬาและการพัฒนาสโมสรโลโคโมทีฟ มอสโก 

 

เส้นทางค้าแข้ง

            รังนิค มีเส้นทางค้าแข้งที่ค่อนข้างราบเรียบก่อนที่เขาจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้เล่นพร้อมๆ กับการเป็นโค้ชที่สตุ๊ทการ์ท เขาเคยใช้เวลาหนึ่งปีกับทีมเซาธ์วิคในอังกฤษในขณะที่เขาเรียนที่มหาวิทยาลัย Sussex ก่อนจะกลับบ้านเกิดของเขา เมื่อเขากลับมาที่เยอรมนี เขายังคงเล่นให้กับสโมสรต่างๆ ในลีกระดับล่างเป็นเวลา 10 ปีในขณะที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นโค้ชไปเรื่อยๆ

 

เส้นทางโค้ช

            รังนิคเริ่มต้นอาชีพโค้ชของเขาในช่วงทศวรรษ 1980 โดยเริ่มจากการเป็นผู้เล่น-โค้ชที่สโมสรบ้านเกิดของเขาอย่างวิคตอเรีย บัคนัง จากนั้นจึงไปเป็นทั้งโค้ชและผู้เล่นวีเอฟบี สตุ๊ตการ์ท II และ ทีเอสเฟา ลิพโพลส์ไวเลอร์ เขายังคงเป็นโค้ชในลีกระดับล่างๆ ของฟุตบอลเยอรมันอยู่หลายปีก่อนที่เขาจะได้รับโอกาสคุมทีมเก่าอย่างสตุ๊ทการ์ทในบุนเดสลีก้า แต่ถูกไล่ออกหลังจากฤดูกาลที่สองที่ยากลำบาก เขาย้ายไปคุมฮันโนเวอร์และทำทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของเยอรมัน เขาสมัครเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน แต่พลาดตำแหน่งให้กับโยอาคิม เลิฟ 

            รังนิค ประสบความสำเร็จที่ฮอฟเฟ่นไฮม์และชาลเก้ (2 สมัย) ในสมัยที่ 2 นั้นเขาพาทีมคว้าถ้วยเยอรมัน คัพ, เยอรมัน ซูเปอร์คัพ และไปถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกที่พวกเขาพ่ายแพ้แมนฯ ยูไนเต็ด เขาว่างเว้นการเป็นโค้ชอยู่ระยะนึงเพื่อไปเป็นผู้อำนวยการฟุตบอลให้กับแอร์เบ ไลป์ซิก และเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ซึ่งช่วยให้ทีมก้าวขึ้นมาจากดิวิชั่น 4 ไปเล่นบุนเดสลีก้าได้สำเร็จภายใต้การนำของเขา เขายังได้รับเครดิตในเรื่องการสรรหาผู้เล่นโนเนมมาปั้นและสร้างชื่อในเรื่องฟุตบอลที่เน้นเกมรุกที่น่าตื่นเต้นในสนาม รังนิค ยังเป็นผู้จัดการทีมไลป์ซิกอยู่ 2 สมัยจนสามารถพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์เยอรมัน คัพ และสถาปนาตัวเองในเวทีบุนเดสลีก้าได้สำเร็จ เขาออกจากไลป์ซิกเมื่อปีที่แล้วหลังจากที่การย้ายไปเอซี มิลาน ล้มเหลวและไปทำงานกับโลโคโมทีฟในช่วงซัมเมอร์ 

 

สไตล์การโค้ช

            เป็นที่รู้จักในฐานะ 'ศาสตราจารย์ด้านฟุตบอล' และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีอิทธิพลต่อโค้ชชาวเยอรมันสมัยใหม่ทั้งเจอร์เก้น คล็อปป์, โธมัส ทูเคิล, ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิ่ล และยูเลี่ยน นาเกลส์มัน โค้ชผู้มากประสบการณ์รายนี้มีบทบาทสำคัญในการสถาปนาแทคติกเกเกนเพรสซิ่ง หรือการที่ทีมต่อสู้ในทันทีเพื่อแย่งบอลกลับคืนมาหลังจากเสียการครองบอล เขายังเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกการประกบตัวแบบ Zonal Marking หรือการยืนคุมโซนจากลูกตั้งเตะ โดยทีมของเขาเป็นที่รู้จักกันดีในเกมที่มีการเพรสซิ่งสูง 

 

ผู้เล่นที่อาจนำมาแมนยู!

            ในปี 2019 รังนิคเซ็นสัญญากับอมาดู ไฮดาร่า กองกลางทีมชาติมาลีให้ไลป์ซิก จากเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยเงิน 17 ล้านปอนด์ และผู้เล่นรายนี้อาจได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือชาวเยอรมันอีกครั้งเนื่องจากความปรารถนาที่จะเล่นให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ของตัวนักเตะ “ผมชอบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากและอยากดูพวกเขาแข่งให้มากที่สุด ผมฝันว่าจะไปเล่นที่นั่น" ไฮดาร่าบอกกับ Bild ในปี 2019 เขากลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของไลป์ซิกในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยได้ลงเล่น 31 เกมในบุนเดสลีก้าเมื่อฤดูกาลที่แล้วทำไป 3 ประตูกับ 1 แอสซิสต์


แข้งผีที่ควรระวังตัว

            แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด อาจตื่นเต้นกับการแต่งตั้งโค้ชที่เล่นบอลสวยงาม แต่อย่างน้อยหนึ่งในผู้เล่นของสโมสรอาจรู้สึกกังวลเบาๆ เมื่อปี 2020 รังนิคแสดงความกังวลต่อความสามารถของลุค ชอว์ แบ็คซ้ายปีศาจแดงที่เขามองว่าทำไม่ได้ตามมาตรฐานของเขา “ผมยังคิดว่าพวกเขาสามารถทำอะไรกับแบ็คซ้ายได้” รังนิคกล่าว “ผมรู้ว่าพวกเขามีลุค ชอว์ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขายังอยู่ในระดับเดียวกับที่คุณต้องการสำหรับสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหรือไม่” อย่างไรก็ตาม หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นมา โดยชอว์สามารถสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในฟูลแบ็คชั้นนำทั้งในระหว่างการเล่นให้ทัพปีศาจแดงและเกมยูโร 2020

            นอกจากนี้ราล์ฟ รังนิค เคยพูดถึง 'คริสเตียโน่ โรนัลโด้' ในทำนองว่า "แก่เกินไป" เมื่อ 5 ปีที่แล้วตอนที่เขาคุมทีมไลป์ซิก ย้อนกลับไปในปี 2016 รังนิคถูกถามถึงโอกาสที่ไลป์ซิกจะเซ็นสัญญากับโรนัลโด้หรือลิโอเนล เมสซี่ และเขาจะเซ็นสัญญากับทั้งสองคนหรือไม่ รังนิคตอบว่า "มันคงเป็นเรื่องเหลวไหลที่จะคิดว่าพวกเขาจะเวิร์คกับที่นี่ พวกเขาทั้งคู่แก่เกินไปและมีราคาแพงเกินไป" ในขณะนั้น โรนัลโด้อายุ 31 ปี เล่นให้กับเรอัล มาดริด และเพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 4 จากทั้งหมด 5 สมัย

            แน่นอนว่ารังนิค ไม่ได้มองว่ากองหน้าชาวโปรตุเกสเป็นตัวเลือกที่ดีในการมาร่วมทีมไลป์ซิกที่เต็มไปด้วยแข้งหนุ่มๆ เนื่องจากอายุและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น กุนซือชาวเยอรมันขึ้นชื่อในเรื่องชอบนักเตะที่อายุต่ำกว่า 24 ปี โรนัลโด้ที่ตอนนี้อายุ 36 ปีแล้วอาจไม่ใช่นักเตะในอุดมคติของเขา 

 

ความเห็นของคู่ปรับสำคัญ

            รังนิคได้รับการยกย่องให้เป็น 'เจ้าพ่อ' แห่งศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่ในเยอรมัน วิธีการของรังนิคมีอิทธิพลอย่างมากต่อเจอร์เก้น คล็อปป์ เช่นเดียวกับโธมัส ทูเคิล เจ้านายใหญ่ของเชลซี และยูเลียน นาเกลส์มันน์ ผู้จัดการทีมบาเยิร์น มิวนิก รังนิคคือคนที่ทำให้เกเกนเพรสซิ่งเป็นที่นิยม จนต่อมาก็ลามไปถึงทีมของคล็อปป์ที่ว่ากันถึงกับขอคำแนะนำตอนที่คิดจะซื้ออิบราฮิมา โกนาเต้ และดาโยต์ อูปาเมกาโน่ มาจากไลป์ซิกเมื่อปีที่แล้ว โดยกุนซือลิเวอร์พูล เคยกล่าวเอาไว้ในทำนองที่ว่า 'ราล์ฟ รังนิค นั้นถ้าไม่ใช่โค้ชชาวเยอรมันที่เก่งที่สุดก็ต้องถือว่าเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุด'