ดานี่ อัลเวส เซ็นสัญญากลับมาร่วมทีมบาร์เซโลน่าอีกครั้ง แต่สิ่งที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับวงการฟุตบอลกว่านั้นก็คือเขาจะเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยต่ำที่สุดของสโมสร แต่ใครกันนะคือผู้เล่นที่ได้ค่าเหนื่อยน้อยสุดของแต่ละทีมพรีเมียร์ ลีก

             ระยะหลังมานี้บาร์เซโลน่าทำให้เราช็อคหลายครั้ง แต่การกลับมาเซ็นสัญญากับดานี่ อัลเวส อีกครั้งของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจที่สุดในยุคร่วมสมัยของพวกเขา นักเตะวัย 38 กลับมาที่คัมป์ นู อีกครั้งในฐานะนักเตะทีมชุดใหญ่ที่ได้รับค่าเหนื่อยน้อยที่สุดในทีมและจะพร้อมเล่นให้พวกเขาอีกครั้งในเดือนมกราคม อัลเวส ซึ่งเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ตั้งแต่ออกจากเซาเปาโลเมื่อช่วงซัมเมอร์ ยอมรับเงินเดือนที่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด แต่เจ้าตัวก็ยังสามารถทำเงินเพิ่มได้หากบรรลุเงื่อนไขต่างๆ เช่น การคว้าแชมป์รายการต่างๆ แน่นอนว่านักเตะชาวบราซิลรายนี้จะอยู่ภายใต้การคุมทีมของชาบี เอร์นานเดซ ซึ่งเคยใช้เวลาแปดปีในการเล่นด้วยกันในสมัยแรกระหว่างปี 2008-2016 รายงานระบุว่าค่าจ้างรายสัปดาห์ของอัลเวสจะอยู่ที่ 1 ยูโร (ประมาณ 37 บาท) ซึ่งน่าจะเป็น ข้อตกลงที่ถูกที่สุดในยุโรป แต่ใครกันนะ? คือผู้เล่นที่มีรายได้ต่ำสุดจาก 20 สโมสรในพรีเมียร์ ลีก!! 

 

อาร์เซนอล - นูโน่ ตาวาเรส (27,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์) 

             ตาวาเรสได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่าแข้งดาวรุ่งอย่าง บูกาโย่ ซาก้า และเอมิล สมิธ โรว์ เพียง 3,000 ปอนด์ โดยตาวาเรสกลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยต่ำสุดของของเดอะ กันเนอร์สหลังจากเซ็นสัญญาจากเบนฟิก้าในช่วงซัมเมอร์นี้

 

แอสตัน วิลล่า - เจค็อบ แรมซีย์ (15,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

            หลังจากบรรลุข้อตกลงใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ กองกลางที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงรายนี้นั้นได้ลงเล่น 10 นัดจาก 11 นัดในลีกของวิลล่าในฤดูกาลนี้ และตอนนี้เจ้าตัวก็ตั้งเป้าที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด

 

เบรนท์ฟอร์ด - ยาน ซัมบูเร็ค (3,150 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

            ผึ้งพิฆาตขึ้นชื่อในเรื่องการทำธุรกิจที่ฉลาด โดยนักเตะที่มีค่าเหนื่อยต่ำสุดของทีมก็คือกองกลางอย่างซัมบูเร็ค วัย 20 ปี ผลผลิตจากอะคาเดมี่ของสลาเวีย ปราก รายนี้ใช้เวลาอยู่กับทีมชุด B ของเบรนท์ฟอร์ดก่อนจะถูกปล่อยให้ชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ ยืมตัวนับตั้งแต่เซ็นสัญญาเมื่อปี 2018

 

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน - ยาคุป โมเดอร์ (10,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           แม้จะสถาปนาตัวเองเป็นตัวหลักในทีมชาติโปแลนด์ แต่โมเดอร์ ก็เป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุดในสโมสรของเขา เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดการทีมทั้งสองคนอยางเกรแฮม พ็อตเตอร์ และ เปาโล ซูซ่า ให้ออกสตาร์ทในเกมใหญ่ๆ ดังนั้นนักเตะวัย 22 ปีรายนี้จึงพร้อมที่จะทำเงินได้มากขึ้นในอาชีพค้าแข้งของเขา

 

เบิร์นลี่ย์ - วิลล์ นอร์ริส (5,769 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           ผู้รักษาประตูตัวเลือกที่สามของ ฌอน ไดช์ นอร์ริส ได้ปรากฏตัวเพียงสามครั้งในรอบ 18 เดือนที่เทิร์ฟ มัวร์ ทำให้ค่าเหนื่อยที่ต่ำของเขานั้นยิ่งกว่าจะเข้าใจได้ 

 

เชลซี - มาร์คัส เบตติเนลลี  (35,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

            เซ็นสัญญาเข้ามาในช่วงซัมเมอร์เพื่อช่วยเติมเต็มโควต้าผู้เล่นท้องถิ่นของสิงห์บลูส์และเสริมกำลังในตำแหน่งผู้รักษาประตูของพวกเขา เบตติเนลลี อดีตผู้รักษาประตูของฟูแล่มกระเป๋าตุงในแต่ละสัปดาห์สำหรับงานของเขา แม้ยังไม่ได้ลงเล่นให้เชลซีแต่อย่างใด

 

คริสตัล พาเลซ – เรมี แมทธิวส์ (4,700 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

            เช่นเดียวกับสองคนก่อนหน้านี้ แมทธิวส์ อดีตผู้รักษาประตูของซันเดอร์แลนด์เป็นตัวเลือกที่สามอย่างเหนียวแน่นและยังไม่ปรากฏตัวเลยในฤดูกาลนี้ หลังย้ายมาร่วมทีมคริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนกรกฎาคม

 

เอฟเวอร์ตัน - แอนโธนี่ กอร์ดอน (10,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ กอร์ดอน ซึ่งเป็นชาวเมืองลิเวอร์พูลกลายเป็นคนที่มีรายได้ต่ำที่สุดในทีมชุดแรกรองจากจอนโจ เคนนี่ และจาร์ราด แบรนธ์เวต อย่างไรก็ตาม แข้งวัย 20 ปีลงเล่น 9 นัดในฤดูกาลนี้ เป็นการบ่งชี้ว่าราฟา เบนิเตซ เจ้านายของเขาให้ค่าเขาสูงกว่านั้นมาก

 

ลีดส์ ยูไนเต็ด - เจมี่ แช็คเคิลตัน (17,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           แชคเคิลตัน กองกลาวัย 22 ปี มีรายได้ต่ำที่สุดในถิ่นเอลแลนด์ โร้ด และเริ่มกลายเป็นขาประจำภายใต้การคุมทีมของมาร์เซโล่ บิเอลซ่า ซึ่งอาจจะทำให้เงินเดือนของเขาพุ่งสูงขึ้นในไม่ช้า

 

เลสเตอร์ ซิตี้ - ลุค โธมัส (25,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           แข้งดาวรุ่งที่ผลงานโดดเด่นอีกคนก็คือโธมัส วัย 20 สามารถเบียดแทรกเข้ามาเป็นทีมชุดใหญ่ของทัพจิ้งจอกสยามได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และดูเป็นผู้เล่นที่วางใจได้ของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทางฝั่งซ้าย

 

ลิเวอร์พูล - เนโก วิลเลียมส์ (9,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           หลังจากประสบปัญหาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นแบ็คอัพที่มีความสามารถให้กับเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หรือ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เวลาของวิลเลียมส์ในฐานะผู้ทำเงินน้อยที่สุดที่แอนฟิลด์อาจตกอยู่ในอันตราย แม้ว่าจะมีข้อตกลงจนถึงปี 2025

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เลียม ดีแลป (8,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

            อาจเป็นคำตอบสำหรับปัญหากองหน้าในระยะยาวของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แข้งดาวรุ่งอย่างดีแลปยังคงได้รับค่าจ้างที่ค่อนข้างน้อยในช่วงเวลาที่อยู่ที่เอติฮัดซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้เป็นทีมขาดแคลนเงินแต่อย่างใด

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - โชล่า ชอเรทีเร่ (8,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

            ด้วยค่าแรงที่เท่าๆ กันกับนักเตะอีกคนในอีกฟากของเมือง ชอเรทีเร่ วัย 17 ปี แจ้งเกิดขึ้นมาภายใต้การคุมทีมโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ในช่วงหลังของฤดูกาลที่แล้ว แต่ต้องรอการลงสนามในชุดใหญ่มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

 

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด - ฌอน ลองสตาฟฟ์ (1,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

            ยังคงอยู่ในค่าจ้างเท่าเดิมที่เขาตกลงไว้ตั้งแต่ปี 2018 ตอนที่เขาจรดปากกาในข้อตกลงอาชีพ ครั้งนึงลองสตาฟฟ์เคยเชื่อมโยงอย่างหนักกับการย้ายไปแมนฯ ยูไนเต็ด แม้ว่าความคิดที่จะเห็นแข้งวัย 24 เล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด นั้นดูเหมือนจะหายไปนานแล้ว

 

นอริช ซิตี้ - บาลี มุมบา (5,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           มุมบาย้ายมาจากซันเดอร์แลนด์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2020 เขาได้ลงสนามสามครั้งในฤดูกาลนี้ หลังจากตกเป็นตัวสำรองของแม็กซ์ อารอนส์ และแข้งวัย 20 รายนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะมีโอกาสมากขึ้นภายใต้เจ้านายใหญ่คนใหม่อย่างดีน สมิธ

 

เซาธ์แฮมป์ตัน - นาธาน เทลล่า (12,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           เทลล่า อดีตดาวเตะจากอะคาเดมี่ของอาร์เซนอล กลายเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยน้อยสุดของทัพนักบุญแดนใต้ หลังจากมีปัญหาในการได้ลงสนามในศึกพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวกลับสร้างความประทับใจในการแข่งขันบอลถ้วยกับคู่แข่งจากลีกที่ต่ำกว่า

 

ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ - โอลิเวอร์ สกิปป์ (24,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           หลังจากประทับใจในการยืมตัวที่นอริชเมื่อฤดูกาลที่แล้ว สกิปป์ ก็กลับมาที่สเปอร์สและได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอภายใต้การคุมทีมของนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ก่อนที่เขาจะถูกไล่ออก และในสองเกมที่อันโตนิโอ คอนเต้ รับหน้าที่ นักเตะวัย 21 ปีรายนี้พลาดไปเพียง 17 นาทีเท่านั้น

 

วัตฟอร์ด - เจเรมี เอ็นกาเกีย (2,500 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           หลังจากปฏิเสธสัญญาใหม่กับเวสต์แฮมในปี 2020 เอ็นกาเกียก็ย้ายไปที่วิคาเรจ โร้ด และช่วยให้ทัพแตนอาละวาดเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ ลีก ได้โดยทันที เขาได้ลงเล่นเจ็ดนัดในฤดูกาลนี้ 

 

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด - เบน จอห์นสัน (19,231 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           ฟูลแบ็คดาวรุ่งคนหนึ่งที่ยังอยู่ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม ก็คือจอห์นสัน ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีในการกดดัน วลาดิมีร์ คูฟาล ในตำแหน่งแบ็คขวาภายใต้การคุมทีมของเดวิด มอยส์ และเจ้าตัวก็ค่อนข้างได้ค่าเหนื่อยที่ดีไม่น้อย


วูล์ฟแฮมป์ตัน - แม็กซ์ คิลแมน (14,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

           เขาพลาดการลงสนามในพรีเมียร์ ลีก ไปแค่ 1 นาทีในฤดูกาลนี้ รากฐานฟุตซอลของคิลแมนทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ในแนวรับของโมลินิวซ์ ข้อเท็จจริงที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเกี่ยวกับกองหลังคนนี้ก็คือพ่อแม่ของเขามาจากยูเครน ซึ่งหมายความว่าเขามีสิทธิ์เล่นให้ชาติดังกล่าวในระดับนานาชาติ