แมตตี้ แคช ปราการหลังของแอสตัน วิลล่า ประเดิมสนามในนามทีมชาติโปแลนด์ไปแล้วในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่เจอกับอันดอร์ร่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เกิดในอังกฤษแต่เป็นตัวแทนให้ประเทศอื่น

           การเป็นตัวแทนของประเทศของตัวเองถือเป็นหนึ่งในเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอล และหากประเทศนั้นคืออังกฤษ คุณต้องมีมาตรฐานที่ค่อนข้างดี แต่ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถระดับนานาชาติจะเลือกเป็นตัวแทนของทัพสิงโตคำรามเมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จในระดับมืออาชีพ อันที่จริง บรรดาผู้เล่นชั้น
นำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้หันไปเป็นตัวแทนของชาติอื่นแม้จะเกิดในอังกฤษก็ตาม 

           และแมตตี้ แคช ปราการหลังของแอสตัน วิลล่า ก็เป็นคนล่าสุดที่เดินตามรอยเท้าของพวกเขา โดยเลือกที่จะสวมเสื้อ 'อินทรีขาว' โปแลนด์ ต้องขอบคุณรากเหง้าในฝั่งแม่ของเขา ทำให้โอกาสในการเล่นให้กับประเทศบ้านเกิดของเขาสิ้นสุดลง แคชเกิดในสลัฟ เมืองใหญ่ในเบิร์กเชียร์, อังกฤษ แต่แข้งวัย 24 กลับประเดิมสนามให้กับทีมของเปาโล ซูซ่า ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่เอาชนะอันดอร์ร่า 4-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา (ศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2564) ทำให้เขาเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษคนล่าสุดที่สละสัญชาติเพื่อไปเล่นให้กับที่อื่น และวันนี้เราจะพาผู้อ่านไปดูผู้เล่นที่เกิดในอังกฤษ 10 คนที่เป็นตัวแทนของประเทศอื่นๆ หลังแคชเปิดตัวกับโปแลนด์

 

-เออร์ลิง ฮาลันด์

           จะเริ่มต้นที่ไหนได้นอกจากลีดส์ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2000 ฮาลันด์ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นดาวยิงที่ดีที่สุดในรุ่นของเขาเกิดที่ยอร์คเชียร์ตอนที่พ่อของเขาอย่างอัลฟ์-อิงเก้ เล่นให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนที่เขาจะอายุครบสี่ขวบ แข้งเจ้าของความสูง 6 ฟุต 4 นิ้วได้ย้ายกลับไปที่ไบรน์ บ้านเกิดของพ่อแม่ของเขา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฮาลันด์เลือกเล่นให้กับนอร์เวย์เหมือนกับอดีตผู้จัดการทีมโมลด์อย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แต่เขาอาจมาอยู่ในอังกฤษอีกครั้งในเร็วๆ นี้ กองหน้าโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งยิงไปแล้ว 70 ประตูจาก 69 เกมให้กับยักษ์ใหญ่จากเยอรมัน เตรียมอำลาสโมสรปัจจุบันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ด้วยค่าฉีกสัญญา 68 ล้านปอนด์ ทำให้ทีมชั้นนำของยุโรปต้องตื่นตัว มีรายงานว่าเอเย่นต์ มิโน ไรโอล่า กำลังเลือกดีลที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าของเขา โดยที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งพ่อของเขาเคยเล่นให้ และคู่ปรับสำคัญอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ต่างก็กระตือรือร้นที่จะเซ็นสัญญากับเขา แกเร็ธ เซาธ์เกต อาจมี แฮร์รี่ เคน ในตอนนี้ แต่ก็ยากที่จะไม่จินตนาการถึงความตื่นเต้นกับการได้เห็นฮาลันด์ฉีกแนวรับเป็นริ้วๆ ภายใต้สีเสื้อทัพสิงโตคำราม

 

-จิโอวานนี่ เรย์น่า

           เช่นเดียวกับฮาลันด์ เรย์น่าเพื่อนร่วมทีมดอร์ทมุนด์ของเขาเกิดที่ซันเดอร์แลนด์ตอนที่เคลาดิโอ เรย์น่า อดีตกัปตันทีมชาติสหรัฐฯ ค้าแข้งกับทัพแมวดำ ตอนนี้เจ้าตัวอายุ 18 ปีและเล่นให้กับทีมชาติสหรัฐฯ เรย์น่า ติดธงไปแล้ว 9 ครั้ง ปิดโอกาสในการเล่นให้กับอังกฤษอย่างแน่นหหนาหลังจากที่ถูกพูดถึงโอกาสดังกล่าวกันอย่างมากเมื่อต้นปี 2020 เรย์น่าได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโกลเด้น บอย 2021 ควบคู่ไปกับจู๊ด เบลลิงแฮม แน่นอนว่าคุณว่าจะได้ยินเรื่องราวเบื้องหลังของเขามากขึ้นในปีต่อๆ ไป

 

- มิเคล อันโตนิโอ

           หนึ่งในผู้เล่นที่น่ายกย่องที่สุดของพรีเมียร์ ลีกในตอนนี้ และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อันโตนิโอ ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยืนยันว่าเขาจะตอบรับการเรียกตัวจากจาเมก้า แม้จะมาจากทางใต้ของลอนดอน แต่กองหน้าวัย 31 ซึ่งพ่อแม่ของเขาเกิดที่เกาะแคริบเบียน ได้รับการติดต่อจากทีมชาติของเขาเมื่อช่วงต้นปี อันโตนิโอมีชื่ออยู่ในทีมชาติอังกฤษทั้งในสมัยกุนซือเซาธ์เกตและแซม อัลลาไดซ์ ผู้จัดการทีมคนก่อน แต่ไม่เคยประเดิมสนามให้กับทัพทรีไลออนส์เลย แข้งขวัญใจแฟนๆ ของเวสต์แฮม ซึ่งเคยเป็นแบ็คขวาได้ประเดิมสนามในเดือนกันยายน ในเกมที่ 'เร้กเก้ บอยซ์' จาเมก้า พ่ายปานามา 3-0 ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

 

-เวส มอร์แกน

           มอร์แกนเคยเล่นให้กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และเลสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้น หากไม่นับ 5 เกมที่เคยเล่นให้กับ คิดเดอร์มินสเตอร์ แฮริเออร์ แบบยืมตัวเมื่อ 18 ปีที่แล้ว บนเส้นทางอาชีพที่น่ายกย่องในฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่การค้าแข้งกับทัพจิ้งจอกสยาม เซ็นเตอร์แบ็คที่เกิดในเมืองน็อตติงแฮมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกในฐานะกัปตันทีมและลงเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2016 กับแอตเลติโก้ มาดริด ในฤดูกาลถัดมา แต่ผลงานอีกอย่างที่มอร์แกนทำได้คือเล่นในระดับนานาชาติโดยประเดิมสนามให้ทีมชาติจาเมก้าในปี 2013 และลงเล่นอีก 29 ครั้ง ตอนนี้เจ้าตัวแขวนสตั๊ดแล้ว ดาวเตะวัย 37 ลงเล่นครั้งสุดท้ายให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพเมื่อเดือนพฤษภาคม

 

-สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

           จุดประกายจากความคิดเห็นของผู้จัดการทีมคนเก่าของเขาอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เมื่อต้นปี 2018 ที่ว่าอังกฤษพลาดไปแล้วในตัวแม็คโทมิเนย์ ที่เกิดในแลงคาสเตอร์ เมื่อกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนนี้กลายเป็นนักเตะทีมชาติสก็อตแลนด์ภายในเดือนมีนาคมปีนั้นด้วยการตัดสินใจที่รวดเร็วเกี่ยวกับอนาคตของเขา จากการที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการให้แข้งวัย 24 เล่นให้กับทัพทาร์ทัน อาร์มี่ อเล็กซ์ แมคลีช อดีตผู้จัดการทีมสก็อตแลนด์ เดินทางไปแมนเชสเตอร์ท่ามกลางสภาพอากาศในฤดูหนาวที่รุนแรงของสหราชอาณาจักรเพื่อโน้มน้าวให้แม็คโทมิเนย์เล่นให้ประเทศของคุณพ่อของเขา

           “เขาเดินทางมาไกลมากเพื่อมาพูดคุยกับผม และผมต้องขอบคุณเขาสำหรับเรื่องนั้น” แข้งที่มาจากอะคาเดมี่ของแมนฯ ยูไนเต็ดอธิบายเมื่อยืนยันการเลือกของเขา “การสนทนาที่เรามีค่อนข้างง่าย ผมต้องการเล่นให้กับสก็อตแลนด์และผมก็ทำมาตลอดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และมันเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับผมเมื่อเขาโทรหาผม และหวังว่าผมจะได้เริ่มต้นการทำงานและทำได้ดี" "เขาก็ทำได้ไม่เลวเช่นกัน ช่วยให้สก็อตแลนด์ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปในช่วงซัมเมอร์นี้ และช่วยพวกเขามีลุ้นไปเล่นฟุตบอลโลกที่กาตาร์"

 

-แดเนียล เจมส์

           หนึ่งในเพื่อนสนิทของแม็คโทมิเนย์ขณะอยู่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เจมส์และอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาเหมือนกันตรงที่เลือกเป็นตัวแทนของประเทศอื่นนอกเหนือจากอังกฤษ ปีกรายนี้สถาปนาตัวเองในทีมชาติเวลส์ แต่ความจริงแล้วเขามาจาก คิงส์ตันอะพอนฮัลล์ ในอังกฤษ เจมส์มีคุณสมบัติที่จะเล่นให้กับมังกรแดงผ่านทาง 'เคแวน' คุณพ่อผู้ล่วงลับของเขาซึ่งเสียชีวิตไปไม่นานก่อนที่เขาจะย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดาวเตะลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เติบโตในยอร์คเชียร์รายนี้กำลังจะติดทีมชาติเวลส์ครับ 30 ครั้งและสร้างความประทับใจในยูโร 2020 ก่อนย้ายออกจากแมนฯ ยูไนเต็ด ไปทัพยูงทองในวันเดดไลน์ตลาดนักเตะในเดือนสิงหาคม แม้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเจมส์นับตั้งแต่เป็นผู้เล่นอาชีพส่วนใหญ่จะอยู่ในทีมชาติแต่เชื่อได้ว่าเจ้าตัวยังมีศักยภาพอีกเยอะที่จะแสดงออกมา


-มาร์ค ลอว์เรนสัน

           ต่อไปจะโฟกัสไปที่ผู้เล่นระดับตำนานและขอเริ่มต้นด้วยตำนานลิเวอร์พูลอย่างลอว์เรนสัน กองหลังเอนกประสงค์ที่เกิดในเปรสตันได้รับการแนะนำให้รู้จักกับผู้จัดการทีมสาธารณรัฐไอร์แลนด์ จอห์นนี ไจล์ส โดยอลัน เคลลี โค้ชของนอร์ธ เอนด์ ในปี 1977 ซึ่งเป็นปีที่เขาประเดิมสนามให้กับทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ในวัย 19 ปีและได้ลงเล่นต่อมาอีก 39 ครั้ง พรสวรรค์ของลอว์เรนสันและความสามารถในการเล่นในตำแหน่งต่างๆ ทำให้เขาได้เล่นทั้งในตำแหน่งฟูลแบ็ค, กองกลางและเซ็นเตอร์แบ็คซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาชอบ 'ลอว์โร่' ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะกูรูลูกหนังมาอย่างยาวนาน คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ มาครองได้ 1 สมัยและแชมป์ลีกอีก 5 สมัยกับลิเวอร์พูล ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ไอร์แลนด์ผ่านเข้าไปเล่นทัวร์นาเมนท์ใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 1988 โชคไม่ดีที่อาการบาดเจ็บทำให้ลอว์เรนสันไม่สามารถไปเล่นฟุตบอลยูโร ซึ่งทีมของเขาตกรอบแบ่งกลุ่มและแขวนสตั๊ดก่อนที่ทีมของแจ็ค ชาร์ลตันจะผ่านเข้าไปเล่นในสองทัวร์นาเมนต์ถัดไป

 

- จอห์น อัลดริดจ์

           อัลดริดจ์ ที่เกิดในลิเวอร์พูลและเป็นขวัญใจแฟนๆ ในถิ่นแอนฟิลด์ได้ฝากอนาคตของเขาไว้กับสาธารณรัฐไอร์แลนด์แล้วตอนที่หงส์แดงติดต่อมาในปี 1987 โดยได้ประเดิมสนามในทีมชาติในปีก่อนหน้านั้นซึ่งต้องขอบคุณเชื้อสายไอริชทางฝั่งคุณย่าของเขา กองหน้าซึ่งเซ็นสัญญามาในฐานะตัวแทนเอียน รัช ยิงไป 63 ประตูจาก 104 เกมให้หงส์แดงและสามารถคว้าแชมป์ลีกและเอฟเอ คัพ มาครองได้ อัลดริดจ์ลงเล่นให้ทีมชาติ 69 นัดและลงเล่นใน 3 ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวข้างต้นภายใต้การนำของชาร์ลตัน และเขาคงสนุกกับการเจอกับลัตเวียเป็นพิเศษ เพราะยิงพวกเขาไปถึง 8 ประตูจากทั้งหมด 19 ประตูที่ยิงให้กับไอร์แลนด์

 

-พอล แม็คกรัธ

           หนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ แม็คกรัธ เกิดในมิดเดิลเซ็กซ์จากคุณแม่ชาวไอริชและคุณพ่อชาวไนจีเรีย เรื่องราวเบื้องหลังของอดีตนักเตะวัย 61 ปีมีองค์ประกอบที่น่าเศร้า เนื่องจากเบ็ตตี้แม่ของเขายกเขาให้ครอบครัวอุปถัมภ์ในไอร์แลนด์ตอนอายุเพียงสี่สัปดาห์ ด้วยความกลัวว่าลูกชายของเธอจะถูกมองว่าเป็นลูกนอกสมรสเนื่องจากไม่ได้แต่งงานและมาจากความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติ เธอเดินทางไปลอนดอนอย่างลับๆ เพื่อคลอดเขา หลังจากการเริ่มต้นชีวิตที่ยากลำบาก แม็คกรัธ ก็มีอาชีพนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม เขาทำผลงานได้อย่างโดนเด่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และต่อมาก็เป็นที่แอสตัน วิลล่าซึ่งเขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ PFA ในปี 1993 เขาเป็นองค์ประกอบสำคัญในความสำเร็จของไอร์แลนด์ในช่วงยุคทองที่แจ็ค ชาร์ลตันคุมทีม โดยติดทีมชาติไปทั้งสิ้น 83 ครั้ง

 

-เดวิด โอเลียรี่

           และสุดท้าย เจ้าของสถิติการลงเล่นให้อาร์เซนอล 772 นัด โอเลียรี่เป็นผู้เล่นคนสำคัญของไอร์แลนด์ในช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จ เขาเกิดที่ลอนดอน แต่โชคดีสำหรับทีมยักษ์เขียว เขาย้ายไปยังเมืองหลวงอีกแห่งอย่างดับลิน เมื่ออายุได้ 4 ขวบ เขาลงเล่นให้ไอร์แลนด์ 68 นัด แต่ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดสำหรับกองหลังรายนี้ก็ตอนฟุตบอลโลกปี 1990 เมื่อโอเลียรี่ ยิงจุดโทษตัดสินช่วยให้ทีมเอาชนะในการดวลจุดโทษในเกมกับโรมาเนียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนที่ชาร์ลตันและเพื่อนร่วมทีมจะพ่ายแพ้ต่ออิตาลีในรอบก่อนรองชนะเลิศ