กลายเป็นประเด็นร้อนของฟุตบอลไทยในรอบสัปดาห์ กับกรณี "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน ตัดสินใจขอลาออกจากเฮดโค้ชการท่าเรือ เอฟซี เพื่อรับผิดชอบกับผลงานการคุมทีม 11 นัด ชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 4 เก็บได้ 15 คะแนน ซึ่งถือว่าไม่ตรงตามเป้าหมายที่สโมสรได้วางเอาไว้

กุนซือวัย 51 ปี กลายเป็นโค้ชรายที่ 2 ในศึกรีโว่ ไทยลีก 2021/22 ที่ต้องแยกทางกับทีมไป โดยคนแรกคือ "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ ที่ลาออกจากการคุมน้องใหม่ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ไปเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง "โค้ชโอ่ง" รับงานคุมทีมการท่าเรือ เมื่อ 20 ก.ค.2564 โดยผลงานตลอดระยะเวลาเกือบๆ 4 เดือน ในการคัมแบ็คกลับมาคุมบังเหียนในถิ่นแพท สเตเดียม คำรบที่ 2 มีดังนี้

รีโว่ ไทยลีก 2021/22
-เสมอ โปลิศ เทโร เอฟซี 3-3(เหย้า)
-เสมอ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-1(เยือน)
-ชนะ ขอนแก่น ยูไนเต็ด 2-0(เหย้า)
-แพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี 2-1(เยือน)
-ชนะ เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0(เหย้า)
-ชนะ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด 2-0(เยือน)
-แพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-0(เหย้า)
-เสมอ สมุทรปราการ ซิตี้ 2-2(เยือน)
-ชนะ พีที ประจวบ เอฟซี 2-0(เหย้า)
-แพ้ ชลบุรี เอฟซี 2-1(เหย้า)
-แพ้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 3-1(เยือน) 

ช้าง เอฟเอ คัพ 2021/22 รอบ 64 ทีม
-ชนะ เอ็มบีเอฟ อัมพวา เอฟซี 22-1(เยือน)

นี่คือการตกงานในรอบ 4 ปีหลังสุดของอดีตแบ็กซ้ายดาราเอเชีย หลังจาก 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ไล่ตั้งแต่ ปี 2018 พา ตราด เอฟซี เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในฐานะรองแชมป์ไทยลีก 2 , ปี 2019 นำ บีจี ปทุมฯ คว้าแชมป์ไทยลีก 2 พร้อมคืนสู่ลีกสูงสุด ก่อนปีล่าสุด 2020 จะประกาศศักดาพา "เดอะ แรบบิท" เถลิงแชมป์ไทยลีกสมัยแรกของสโมสรได้สำเร็จ 

เชื่อเหลือเกินว่า "โค้ชโอ่ง" คงจะตกงานไม่นาน เพราะด้วยฝีมือและความสำเร็จที่ทุกคนประจักษ์เห็นกันเป็นอย่างดีใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา คงจะมีหลายทีมอยากจะดึงเฮดโค้ชมาดนิ่งเข้าไปกอบกู้สถานการณ์ และน่าจะทำให้โค้ชหลายคนคงจะมีหนาวๆ ร้อนๆ กันบ้าง หลังการว่างงานของกุนซือวัย 51 ปีรายนี้

2 ทีมแรกที่มีโอกาส คงหนีไม่พ้น 2 ทีมพันธมิตรในศึกไทยลีก 2 ของ "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อย่าง "ตราชฎา" ราชประชา เอฟซี กับ "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า "โค้ชโอ่ง" ยังคงมีสัญญาเป็นพนักงานอยู่กับทีมแชมป์ไทยลีก 2020 ดังนั้นหากต้นสังกัดจริงส่งให้ไปคุมทีมไหน ก็คงจะบอกปัดไปเสียไม่ได้

ที่สำคัญผลงานของทั้ง 2 ทีม ช่วงหลังก็ไม่ค่อยดีมากนัก โดยเฉพาะกับ ราชประชา ที่ยังไม่ชนะใครเลยตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา 12 นัด รั้งอยู่ในตำแหน่งรองบ๊วย ซึ่ง "โค้ชโอ่ง" ก็เคยเข้าไปคุมทีมซ้อมมาแล้วช่วงปรีซีซั่น ก่อนจะขอโอกาสมาพิสูจน์ฝีมือกับ การท่าเรือ เอฟซี ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลไม่กี่สัปดาห์ ดังนั้นหากทั้ง 2 ทีมนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่เกิดขึ้น ชื่อของ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน คงเป็นตัวเต็งลำดับแรกแน่นอน

นอกจากนี้อดีตทีมเก่าอย่าง "ต่อพิฆาต" พีที ประจวบ เอฟซี ก็มีข่าวว่าแอบเหล่หวังจะดึงกุนซือวัย 51 ปี กลับไปร่วมงานอีกครั้งเช่นกัน เนื่องจากผลงานในปัจจุบันภายใต้การคุมทัพของ มาซามิ ทากิ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก อยู่ในพื้นที่ตกชั้นอันดับ 14 ของตาราง ว่ากันตามตรง "โค้ชโอ่ง" กับบอร์ดบริหารพีที ประจวบฯ โดยเฉพาะกับ "นายกเกียร์" ประธานสโมสร ก็รู้จักและสนิทสนมกันเป็นอย่างดี

หากจำกันได้เกมนัดชิงโตโยต้า ลีกคัพ 2019 ซึ่ง พีที ประจวบ ดวลจุดโทษล้ม บุรีรัมย์ฯ คว้าแชมป์ ภาพที่ "โค้ชโอ่ง" ไปนั่งเชียร์ทัพ "ต่อพิฆาต" ร่วมกันแฟนบอล น่าจะยืนยันได้ดีถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกุนซือรายนี้กับทีมดังแห่งภาคตะวันตก ซึ่งหากผลงานของทีมยังไม่ดีขึ้นก่อนจบเลกแรก และบอร์ดบริหารต้องการเปลี่ยนแปลง ก็มีโอกาสไม่น้อยที่ "โค้ชโอ่ง" จะถูกดึงไปคุมทีมในถิ่นสามอ่าว สเตเดียม เป็นคำรบที่สอง

อีกทีมที่แม้จะยังไม่มีข่าวพัวพัน แต่เชื่อเหลือเกินว่าแฟนคลับคงอยากให้ดีลนี้เกิดขึ้นก็คือ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ตอนนี้ผลงานกำลังย่ำแย่สุดๆ แพ้รวดในลีกมา 6 เกม จนแฟนบอลส่ายหัวสุดจะทนกับการคุมทีมของ อเดบาโย่ กาเดโบ้ จนถึงขั้นชูป้าย "GET OUT ADEBAYO" ทั้งในสนามและนอกสนาม

แถมในอดีตที่ผ่านมา "โค้ชโอ่ง" ก็ตกเป็นข่าวพัวพันกับทีมดังภาคกลางทีมนี้มาแล้วหลายหน ไล่ตั้งแต่ปี 2017 หรือล่าสุดคือช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา ที่มีข่าวหลุดออกมาถึงขนาดที่ว่าเจ้าตัวตอบตกลงคุมทีมเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่รอเปิดตัวเท่านั้น ก่อนที่ดีลจะล่มไปในที่สุด ดังนั้นหาก "ช้างศึกยุทธหัตถี" จะกลับมาให้ความสนใจในตัว "โค้ชโอ่ง" อีกครั้งคงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่สำคัญเหล่าแฟนคลับก็คงจะเปลี่ยนจากชูป้ายไล่โค้ช มาเป็นยกมือสนับสนุนอย่างเต็มที่

ทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์จากสถานการณ์และความน่าจะเป็น แต่เชื่อเถอะด้วยฝีมือที่การันตีด้วยแชมป์ไทยลีก 1 สมัย "โค้ชโอ่ง" ไม่น่าจะว่างงานนานแน่นอน แต่จะเป็นทีมไหนที่ได้กุนซือมากฝีมือรายนี้ไปคุมทัพ คงต้องมาติดตามดูกัน