หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า นิวคาสเซิล สนใจที่จะกระชากตัวเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเลสเตอร์มาคุมทีมโดยพร้อมจ่ายค่าฉีกสัญญาถึง 14 ล้านปอนด์ ทำให้หลายคนอยากรู้ว่าผู้จัดการทีมที่มีค่าตัวแพงก่อนหน้านี้มีใครบ้าง

             เจ้าของคนใหม่ของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไม่ได้ปิดบังถึงความทะเยอทะยานอันสูงส่งของพวกเขานับตั้งแต่เข้ามาบริหารทีม และตอนนี้พวกเขาตั้งเป้าที่จะดึงเบรนแดน ร็อดเจอร์ส มายังไทน์ไซด์ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีความสนใจในการย้ายมาคุมทีมแต่อย่างใด แต่หากร็อดเจอร์สอยากเข้ามาเปลี่ยนชะตากรรมของทัพแม็กพาย เขาก็คงจะเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีค่าตัวแพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพราะมีรายงานว่าเขามีค่าฉีกสัญญา (หรือค่าเหมาซื้อสัญญา) 14 ล้านปอนด์ แต่เงินจำนวนดังกล่าวนั้นจะถูกจัดอันดับไว้ที่เท่าไหร่เมื่อพูดถึงการจ่ายเงินที่เยอะที่สุดที่เคยมีมาเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวผู้จัดการทีมที่ต้องการ? เราจะพาคุณย้อนไปดู 10 อันดับผู้จัดการที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการฟุตบอล

 

-ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ (แอร์เบ ไลป์ซิก ไป บาเยิร์น มิวนิค, 21.7 ล้านปอนด์)

             บาเยิร์น มิวนิค ตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อช่วงซัมเมอร์เมื่อพวกเขาจ่ายเงินกว่า 21 ล้านปอนด์เพื่อนำนาเกลส์มันน์ มาที่มิวนิก กุนซือวัย 33 ปีรายนี้ถูกยักษ์ใหญ่จากเยอรมันจีบไปแทนที่ฮันซี่ ฟลิค โดยแอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรเก่าของนาเกลส์มันน์ ได้ประโยชน์จากค่าฉีกสัญญาอันมหึมาของเขา นาเกลส์มันน์สร้างชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในโค้ชที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกมฟุตบอลยุคใหม่หลังจากเริ่มต้นอาชีพโค้ชกับฮอฟเฟ่นไฮม์เมื่อปี 2015 เมื่ออายุได้เพียง 28 ปี ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เคยพยายามอย่างมากที่จะแย่งชิงตัวเขามาแต่กลับเป็นบาเยิร์นที่ได้ตัวไป แม้จะจ่ายค่าตัวมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับผู้จัดการทีมคนนึง แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดเมื่อตอนนี้ยอดทีมแห่งบาวาเรียยืนอยู่สวยๆ ในตำแหน่งจ่าฝูงบุนเดสลีก้า


-อังเดร วิลลาส-โบอาส (ปอร์โต้ ไป เชลซี, 13 ล้านปอนด์)

             วิลลาส-โบอาส เดินตามรอยเท้าของโชเซ่ มูรินโญ่ คือก้าวกระโดดจากปอร์โต้ไปยังเชลซีเมื่อปี 2011 หลังจากนำสโมสรเก่าของเขาไปสู่ความสำเร็จในโปรตุเกสบ้านเกิดของเขา วิลลาส-โบอาส ได้รับการบรรยายไว้ว่าเขาคือการกลับมาเป็นครั้งที่ 2 ของผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์คนเก่า แต่น่าเสียดายสำหรับเขาและเชลซี ช่วงเวลาของเขาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ใกล้เคียงเลยกับความสำเร็จของมูรินโญ่ หลังจากล้มเหลวในการท้าทายตำแหน่งแชมป์ลีกอย่างจริงจัง เขาก็ถูกไล่ออกหลังจากใช้เวลาเพียงแปดเดือนในลอนดอน และดูเหมือนว่านั่นจะเป็นตัววัดความสำเร็จในการคุมทีมของเขาในเวลาต่อมา โดยกุนซือชาวโปรตุเกสไปคุมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี และมาร์กเซย โดยที่ไม่ประสบความสำเร็จใดๆ เช่นกัน แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ได้รับการเชื่อมโยงกับงานที่นิวคาสเซิลที่เพิ่งโดนเทคโอเว่อร์ไปเมื่อต้นเดือนนี้

 

-เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เซลติก ไป เลสเตอร์ 9.1 ล้านปอนด์)

             บางทีก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่นิวคาสเซิลจะเสนอราคาเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลสำหรับกุนซือเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อพิจารณาว่าทัพจิ้งจอกสยามเคยจ่ายกว่า 9 ล้านปอนด์สำหรับอดีตผู้จัดการทีมเซลติกรายนี้ เลสเตอร์คว้าตัวร็อดเจอร์สมาเมื่อปี 2019 หลังจากที่เขานำทัพ 'ม้าลายเขียว-ขาว' คว้าแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ ลีก สองสมัย, สก็อตติช คัพ 2 สมัย และสก็อตติช ลีก คัพ 2 สมัยระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งในสก็อตแลนด์ และเขาได้ช่วยชุบชีวิตทีมที่กำลังยากลำบากภายใต้การคุมทีมของโคลด ปูแอล กุนซือคนเก่า แม้กระทั่งนำพวกเขาไปสู่การคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เลสเตอร์ไม่ใช่ทีมแรกที่จ่ายเงินก้อนโตสำหรับร็อดเจอร์ส โดยสโมสรเก่าของเขาอย่างลิเวอร์พูลก็เคยใช้เงิน 5 ล้านปอนด์เพื่อพาเขามาจากสวอนซีสู่แอนฟิลด์ในปี 2012

 

-รูเบน อโมริม (บราก้า ไป สปอร์ติ้ง ลิสบอน, 8.6 ล้านปอนด์)

             อโมริม เฮดโค้ช สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำให้ยอดทีมโปรตุเกสต้องเสียเงินจำนวน 8.6 ล้านปอนด์เมื่อเดือนมีนาคม 2020 สปอร์ติ้ง ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อคว้าตัวกุนซือวัย 36 รายนี้ แม้ว่าเขาจะคุมทีมในระดับสูงสุดมาเพียงแค่ 13 เกมก่อนที่เขาจะได้รับข้อเสนอดังกล่าว อดีตนักเตะชาวโปรตุเกสรายนี้รับงานใหญ่ที่บราก้าในปี 2019 และสร้างความประทับใจอย่างมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ของเขาในการคุมทีม การตัดสินใจของสปอร์ติ้งที่จะทุ่มเงินมหาศาลให้กับอโมริมได้รับผลคุ้มค่าอย่างแน่นอนเมื่อเขาพาพวกเขาไปสู่ตำแหน่งแชมป์ในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

 

-โชเซ่ มูรินโญ่ (อินเตอร์ มิลาน ไป เรอัล มาดริด, 7 ล้านปอนด์)

             มูรินโญ่เคยทำให้เชลซีต้องจ่ายเงิน 5 ล้านปอนด์เมื่อปี 2004 เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่เรอัล มาดริด จะเข้ามาหากุนซือชาวโปรตุเกสตอนที่เขาอยู่ที่อินเตอร์ มิลาน เดอะ สเปเชียล วัน นำอินเตอร์คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ 2 สมัยและแชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย ระหว่างที่เขาอยู่ที่อิตาลีเป็นเวลาสองปี แต่ยักษ์ใหญ่แห่งลา ลีก้า ก็เข้ามาฉกตัวเขาหลังจากนั้นไม่นาน เรอัล มาดริด ทุ่ม 7 ล้านปอนด์เพื่อใช้บริการของผู้จัดการทีมที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่งในโลกฟุตบอลในตอนที่มูรินโญ่อยู่ในจุดสูงสุดเมื่อสิบปีที่แล้ว เขามีความสุขกับการคว้าถ้วยแชมป์ในมาดริดก่อนจะกลับไปสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อสานต่อภารกิจของเขากับเชลซี และนับตั้งแต่ถูกไล่ออกครั้งที่สอง มูรินโญ่ก็ไปคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ก่อนที่จะร่วมงานกับอาแอส โรม่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

 

-โรนัลด์ คูมัน (เซาธ์แฮมป์ตัน ไป เอฟเวอร์ตัน, 5 ล้านปอนด์)

             คูมัน กุนซือคนปัจจุบันของบาร์เซโลน่าทำให้เอฟเวอร์ตันต้องใช้เงินเป็นจำนวน 5 ล้านปอนด์ตอนคว้ากุนซือดัตช์แมนมาจากเซาธ์แฮมป์ตันเมื่อปี 2016 หลังจากจรดปากกาเซ็นสัญญาสามปีที่กูดิสัน ปาร์ค คูมัน ก็ได้รับงบประมาณที่เยอะที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ แต่เขากลับล้มเหลวในการนำความสำเร็จมาสู่ทัพทอฟฟี่ ที่สุดแล้วเขาก็จบอย่างไม่สวยภายในเวลาแค่หนึ่งปีหลังมาถึงโดยที่เอฟเวอร์ตันร่วงลงไปสู่โซนตกชั้นในพรีเมียร์ ลีก คูมันใช้เวลาสองปีในการดูแลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก่อนที่จะเชื่อมโยงกับสโมสรเก่าของเขาอย่างบาร์เซโลน่าเมื่อปีที่แล้ว คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาจะอยู่ที่คัมป์ นู อีกนานแค่ไหนท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นหลังจากออกสตาร์ทฤดูกาลลา ลีก้า ได้ไม่ดีนัก

 

- เมาริซิโอ ซาร์รี่ (นาโปลี ไป เชลซี, 5 ล้านปอนด์)

             ซาร์รี่เป็นคนล่าสุดในลิสต์ยาวเป็นหางว่าวที่เชลซีทุ่มเงินมหาศาลไปกับการจ้างผู้จัดการทีมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กุนซือสิงห์อมควันรายนี้ย้ายมาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ จากนาโปลี โดยที่ทัพสิงห์บลูส์ต้องจ่าย 5 ล้านปอนด์ในปี 2018 เพื่อให้ได้ตัวเขามา ซาร์รี่ ตกลงเซ็นสัญญาสามปีมาคุมทีมแทนกุนซือชาวอิตาลีอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือวัยเก๋าได้สร้างชื่อในเรื่องฟุตบอลที่สวยงามในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในกัลโช่ เซเรีย อา แต่เขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับแฟนๆ ของทัพสิงโตน้ำเงินครามตลอดหนึ่งปีที่เขาคุมทีมในลอนดอน ต่อมาซาร์รี่ย้ายไปคุมทีมยูเวนตุสเพียงไม่กี่วันหลังจากนำเชลซีคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก

 

- มาร์ค ฮิวจ์ส (แบล็คเบิร์น ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้, 5 ล้านปอนด์)

             ภายหลังการเข้าซื้อกิจการแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของชีค มันซูร์ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทัพเรือใบสีฟ้าได้จ่ายเงินให้กับแบล็คเบิร์นเป็นจำนวนมากถึง 5 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวฮิวจ์สมาคุมทีม อดีตผู้เล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะสามารถนำทีมท้าชิงตำแหน่งแชมป์ลีกและเขาได้รับงบมหาศาลที่ทำให้รู้ถึงความทะเยอทะยานอันสูงส่งของแมนฯ ซิตี้ แต่เขาได้ใช้เวลาเพียง 18 เดือนในเมืองแมนเชสเตอร์ฝั่งสีฟ้าก่อนที่เขาจะถูกไล่ออก และคนที่มาแทนเขาอย่างโรแบร์โต้ มันชินี่ ก็นำทัพเรือใบสีฟ้าสู่อีกระดับ นับตั้งแต่ถูกแมนฯ ซิตี้ไล่ออก ฮิวจ์ก็รับหน้าที่คุมทีมที่ฟูแล่ม, ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส, สโต๊ค ซิตี้ และเซาธ์แฮมป์ตัน


-แฟรงค์ แลมพาร์ด (ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ไป เชลซี, 4 ล้านปอนด์)

             แลมพาร์ด ตำนานของเชลซี กลับมาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยได้รับมอบหมายให้สร้างทีมสิงห์บลูส์ขึ้นใหม่หลังจากประสบความสำเร็จที่ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เชลซีโดนโทษแบนซื้อนักเตะก่อนการมาของแลมพาร์ด โดยเจ้าของทีมอย่าง โรมัน อับราโมวิช ทุ่มเงิน 4 ล้านปอนด์สำหรับอดีตมิดฟิลด์รายนี้ แลมพาร์ดผ่านการคุมทีมแค่หนึ่งฤดูกาลก่อนที่จะมาเป็นผู้จัดการทีมเชลซี แม้ว่าเขาจะนำดาร์บี้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟของแชมเปี้ยนชิพและเกือบจะนำทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จ หลังจากประสบความสำเร็จในการคุมทีมในปีแรก แลมพาร์ดก็ถูกไล่ออกเมื่อต้นปีนี้หลังจากมีฤดูกาลที่สองที่น่าผิดหวัง โธมัส ทูเคิล ที่เข้ามาแทนที่เขา และได้เปลี่ยนทีมที่ไม่มีความแน่นอนที่แลมพาร์ดทิ้งไว้ไปสู่ความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง

 

-มาร์โก้ ซิลวา (วัตฟอร์ด/ไร้สังกัด ไป เอฟเวอร์ตัน, 4 ล้านปอนด์)

             การย้ายจากวัตฟอร์ดไปเอฟเวอร์ตันของซิลวาเป็นหนึ่งในมหากาพย์ที่กินเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีก โดยทัพแตนอาละวาดรายงานเอฟเอเรื่องที่เอฟเวอร์ตันติดต่อซิลวาแบบผิดกฎหมาย ซึ่งในที่สุดเขาก็ถูกไล่ออกหลังจากทำสถิติอันเลวร้าย แม้จะไร้สังกัดในตอนที่ทัพทอฟฟี่แต่งตั้งเขาเป็นผู้จัดการทีม แต่เอฟเวอร์ตันก็ตกลงที่จะจ่ายเงิน 4 ล้านปอนด์ให้กับวัตฟอร์ดเพื่อเป็นการตอบแทน น่าเสียดายที่ซิลวาถูกไล่ออกอีกครั้งโดยเอฟเวอร์ตันหลังจากคุมทีมผ่านไปเพียง 18 เดือน ซิลวากลับมาคุมทีมอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้กับทีมฟูแล่มในเวทีแชมเปี้ยนชิพ