ท่ามกลางกระแสความลุกลามอีกระลอกของ "โควิด-19" ทำให้วงการกีฬาโลกมีปัญหา โดยเฉพาะย่านเอเชีย ที่ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

 แม้ประเทศมหาอำนาจพี่ใหญ่อย่าง ญี่ปุ่น ก็ล้มลุกคลุกคลานกว่าจะผ่านมหกรรมกีฬา "โอลิมปิก" และ "พาราลิมปิกเกมส์" ก็เรียกว่าสาหัส แถมมีสถิติตามหลัง ตรวจพบนักกีฬาเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องรวม 863 คน

 โดยแยกจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโอลิมปิกติดเชื้อจำนวน 547 คน และจากการแข่งขันพาราลิมปิกอีก 316 คน ทั้งหมดเป็นการยืนยันการติดเชื้อก่อนและหลังตลอดจนระหว่างการจัดการแข่งขัน

 ที่สำคัญล่าสุดก่อนการแข่งขันลูกยางเอเชีย 3 วัน รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะขยายระยะเวลาภาวะฉุกเฉินสืบเนื่องจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใน 19 จังหวัด ซึ่งรวมถึงกรุงโตเกียว จังหวัดโอซากา, ฮอกไกโด, ไอจิ และฟูกูโอกะ ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน

 แน่นอนว่าการแข่งขัน พีพีทีวี วอลเลย์บอลชาย เจวีเอ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2564 ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากภาวะฉุกเฉินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 กว่าเจ้าหน้าที่และนักกีฬาแต่ละชาติเดินทางเข้าร่วมแข่งขัน ต้องต่อสู้กับสิ่งรอบข้างที่ไม่น้อยไปกว่าสนามแข่งขัน

 กล่าวเฉพาะทีมลูกยางชายไทยต้องฝ่าอุปสรรคน่านับประการ นับตั้งแต่การรวมทีมโดยเฉพาะรายการชิงแชมป์เอเชียประเทศญี่ปุ่น ที่คาบเกี่ยวกับสโมสรชายชิงแชมป์เอเชียที่นครราชสีมา ทำให้นักกีฬาต้องแยกชุด เพราะเมื่อทีมชาติชุดใหญ่กลับไปวันที่ 20 ก.ย. ต้องกักตัว 14 วัน หมายความว่า จะเป็นอิสระพ้นจากสถานที่กักตัวในวันที่ 5 ตุลาคม และรายการสโมสรชายจะเริ่ม 8 ต.ค.

 เราจึงเห็นนักกีฬาและโค้ชหน้าใหม่ในชุดนี้ต้องต่อสู้กับทีมแถวหน้าอย่าง อิหร่าน และ ปากีสถาน นับว่าหนัก แต่ที่หนักไม่น้อยหน้าคือกฏระเบียบของทางเจ้าภาพที่วางไว้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากสถานการณ์โควิด

 เริ่มจากก่อนเดินทางนอกเหนือการฝึกซ้อม ต้องเตรียมเอกสารมากมาย ที่สำคัญคือการตรวจโควิด ก่อนการเดินทาง 72 ชั่วโมง เพื่อเป็นหลักฐานก่อนขึ้นเครื่อง

 และทันทีที่เท้าเหยียบถึงสนามบินนาริตะ จะมีเจ้าหน้าที่มารับเพื่อเข้าขั้นตอน "เข้าเมือง" ที่เข้มข้นกว่า ตม. เริ่มจากการตรวจเอกสารการอนุญาตเข้าประเทศ ใบรายงานผลตรวจโควิดตามแบบฟอร์มของญี่ปุ่น กรอกใบรายงานผลสุขภาพ 

 หลังเอกสารเรียบร้อย ต้องเข้าพบเจ้าหน้าที่ประจำโต๊ะในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เพื่อตอบคำถามสุขภาพ และตรวจเช็คการรับส่งข้อมูลผ่าน อีเมล์ โดยเจ้าหน้าที่จะส่งข้อความเข้าตามเมล์ที่ระบุในเอกสาร เพื่อยืนยันว่าตรงกัน เมื่อตรวจเอกสารพร้อมแล้ว แต่ละคนจะถูกนำเข้าช่องตรวจ "น้ำลาย" เพื่อพิสูจน์ว่าปลอดเชื้อจริงหรือไม่

 หลังจากนั้น ถูกนำตัวเดินตามลูกศรไปยังห้องลำดับต่อไป เพื่อกรอกประวัติและข้อมูลอีกครั้งด้วยการติดตั้งแอป โควิด-19 ของรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อเป็นข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะการอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น และเก็บเอกสารบางอย่างที่นำเข้ามา จากนั้นนำไปสู่ห้องสำคัญเพื่อกรอกข้อมูลสำคัญพร้อมอธิบายและติดตั้งแอปพลิเคชั่น "My SOS" ในมือถือ

 และนี่คือแอปพลิเคชั่นติดตามตัว

 สำหรับ แอป SOS เมื่อคลิกเข้าไปไม่มีอะไรซับซ้อน มีเพียง 3 ช่องหน้าต่าง คือ "Check-in" ช่องนี้ต้องคลิกทันทีเมื่อถึง "สถานที่กักกัน" ตามที่ลงทะเบียนว่าเป็นบ้านหรือโรงแรม "I'm here" ต้องคลิกรายงานตัวเมื่อมีการแจ้งเตือน หรือการตรวจเช็ดว่า ณ เวลานั้นเราอยู่ที่ไหน และหน้าต่างสุดท้าย "Report Your Helth Condition" รายงานสุขภาพหากมีอาการไข้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่แนะนำก่อนนำตัวรักษาต่อไป

 และที่เน้นย้ำคือต้องเปิดระบบ บลูธูท ในเครื่อง หากลืมหรือไม่เปิดจะมีข้อความเตือนผ่านทางแอป ถือเป็นแอปพลิเคชั่นติดตามตัวที่ถือว่าได้ผลชะงัก

 ติดตั้งแอป จนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายก่อนผ่าน ตม.และรับกระเป๋า คือ รับผลตรวจโควิดที่สนามบิน จะได้รับใบรายงานผล สีแดงเข้ม ขนาดใหญ่กว่าไพ่เล็กน้อย เพื่อแสดงตัวว่าปลอดเชื้อ เมื่อเดินผ่านช่องทางสู่ด่าน ตม.เพื่อประทับตราพาสปอร์ต และเข้ารับกระเป๋าเดินทาง

 กว่า 3 ชั่วโมงที่ผ่านกระบวนการอันเข้มงวด ทั้งหมดก็จะถูกนำขึ้นรถเพื่อเข้าสู่โรงแรมที่พัก ตามข้อมูลที่ระบุว่าเป็นสถาน "กักกัน" บัสที่ห้ามแวะห้ามจอดนำทั้งหมดสู่โรงแรม ทันทีที่ถึงทุกคนจะได้รับกุญแจห้องและอาหารกล่องที่จัดเตรียมไว้ให้และถูกนำผ่าน "ช่องทางพิเศษ" แต่เป็นบันไดหนีไฟ และลิฟท์ขนของ โดยไม่สามารถแวะล็อบบี้หรือใช้ลิฟท์โดยสารร่วมกับพนักงานโรงแรมหรือแขกโรงแรมท่านอื่นได้

 ทันทีที่เข้าห้องทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามกฏเคร่งครัด เวลารับประทานอาหาร 3 มื้อ จะจัดห้องให้โดยเฉพาะ แต่ห้ามนั่งเพียงแต่สวมถุงมือตักอาหารกล่อง จัดเองตามในชอบแล้วหิ้วกลับมารับประทานส่วนตัวในห้อง

 การอยู่ในโรงแรม หมายความว่าอยู่แต่ในห้องเท่านั้น ห้ามไปล็อบบี้ ห้ามไปห้องฟิตเนส ห้ามไปสระน้ำ ห้ามไปซื้อของ สรุปว่าห้ามทุกอย่าง รวมถึงหากใครมาหาเยี่ยมหรือนำของมาฝากที่โรงแรม ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้พนักงานไปรับแทน

 สำหรับนักกีฬาหากมีการซ้อมและเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ถูกนำผ่านช่องทางพิเศษขึ้นรถ และลงซ้อมที่สนามโดยไม่สามารถแวะหรือแตกแถวไปไหนตามลำพังไม่ได้

 ถือเป็นชีวิตนักกีฬาที่ "นิวนอร์มอล" ภายใต้กฏเหล็กที่เข้มงวด ไม่มีละเว้น

 ที่สำคัญอย่าลืมให้กำลังใจนักตบลูกยางชายไทย ประเดิมนัดแรก วันที่ 12 กันยายน พบ ปากีสถาน วันที่ 13 กันยายน พบ "แชมป์เก่า" อิหร่าน ปิดท้ายรอบแรก วันที่ 14 กันยายน พบ ฮ่องกง ทุกนัดแข่งขันเวลา 13.00 น. PPTV ถ่ายทอดสด