เจาะลึกเจ้าของสโมสรฟุตบอลที่รวยที่สุด 10 อันดับแรกจากทั่วโลก รวมถึงยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปและคู่ปรับในพรีเมียร์ ลีก อย่าง แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี

            โลกฟุตบอลเต็มไปด้วยเงินสดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข้อตกลงการเป็นสปอนเซอร์และสัญญาการออกอากาศที่ทำกำไรมหาศาลได้เปลี่ยนโฉมเกมระดับโลกไปแล้ว การหลั่งไหลของเม็ดเงินที่ทำเอาแฟนบอลอ้าปากค้างหล่านี้ทำให้สโมสรชั้นนำอยู่เหนือสโมสรอื่นๆ ได้โดยสิ้นเชิง เพราะสโมสรยักษ์ใหญ่เหล่านี้มักมีนักลงทุนผู้มั่งคั่งเข้ามาเทคโอเวอร์ ความร่ำรวยเหล่านั้นได้เริ่มหลั่งไหลจากห้องประชุมคณะกรรมการลงไปที่สนามแข่งขัน ตอนนี้เงินก้อนโตมักถูกใช้จ่ายออกไปเพื่อดึงดาวดังมาร่วมทีม แต่รู้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการระดมทุนของการย้ายทีมครั้งยิ่งใหญ่เหล่านี้? และนี่คือรายชื่อ 10 เจ้าของสโมสรฟุตบอลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก...

 

1) ชีค มันซูร์ – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (20,000 ล้านดอลลาร์)

            ชีค มานซูร์ เจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองตำแหน่งเจ้าของสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลก นับตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการมูลค่า 210 ล้านปอนด์ในปี 2018 มันซูร์ ได้ทำการเปลี่ยนแปลงของสโมสรให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ของยุโรป แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 5 สมัยใน 9 ฤดูกาล และเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ยุโรปครั้งแรกเมื่อปีก่อน โดยพ่ายแพ้ให้คู่แข่งในประเทศอย่าง เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศ ในฐานะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเกมนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทัพเรือใบสีฟ้าไม่ใช่การลงทุนเพียงอย่างเดียวของมันซูร์ เขายังเป็นเจ้าของสโมสรอื่นๆ ทั่วโลกรวมถึงทีมในเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ อย่าง นิวยอร์กซิตี้ และทีมในเอ-ลีก อย่างเมลเบิร์น ซิตี้ ผ่านกลุ่มเครือข่ายของแมนฯ ซิตี้


2) ดีทริช มาเตชิตซ์ – แอร์เบ ไลป์ซิก (19,000 ล้านดอลลาร์)

            มหาเศรษฐีชาวออสเตรีย ดีทริช มาเตชิตซ์ เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในบทบาทของเขาในฐานะเจ้าของร่วมของเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ความสำเร็จระดับโลกของแบรนด์ดังกล่าวทำให้เขาสามารถจัดหาเงินทุนให้กับเครือข่ายฟุตบอลที่คล้ายคลึงกับมันซูร์ โดยมงกุฎในอัญมณีก็คือ แอร์เบ ไลป์ซิก จากบุนเดสลีก้า โดยแม้จะเพิ่งก่อตั้งในปี 2009 แต่ไลป์ซิกเป็นสโมสรที่สถาปนาตัวเองในเวทียุโรปได้แล้ว พวกเขายังเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาล 2019/20

 

3) อันเดรีย อันเญลลี่ – ยูเวนตุส (14,000 ล้านดอลลาร์)

            อันเดรีย อันเญลลี่ เป็นเจ้าของรุ่นที่สามของยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่ของอิตาลี ต่อจากพ่อและปู่ของเขา ครอบครัวนี้สร้างความมั่งคั่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ของอิตาลี โดยผลิตรถยนต์แบรนด์ต่างๆ เช่น เฟียต และ เฟอร์รารี่ ครอบครัวอันเญลลี่เป็นเจ้าของสโมสรตั้งแต่ปี 1947 (พ.ศ.2490) ได้เห็นช่วงเวลาที่ทัพม้าลายกลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของอิตาลีหลังจากคว้าแชมป์ลีกในประเทศได้ถึง 36 สมัย ยูเวนตุสยังได้ลิ้มรสความสำเร็จในยุโรปภายใต้การดูแลของอันเญลลี่ด้วยการคว้ายูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ได้สองสมัย

 

4) ดีทมาร์ ฮอปป์ – ทีเอสจี 1899 ฮอฟเฟนไฮม์ (13,000 ล้านดอลลาร์)

            ดีทมาร์ ฮอปป์ เจ้าของสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์ เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ชาวเยอรมันที่ดูแลสโมสรจากลีกระดับภูมิภาคไปจนถึงบุนเดสลีก้าอย่างเงียบๆ นับตั้งแต่เขาเริ่มลงทุนในปี 1990 ฮอฟเฟ่นไฮม์เป็นบ้านเกิดของฮอปป์ และเขายังกลายเป็นผู้เล่นของสโมสรตอนช่วงวัยรุ่นก่อนจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในปี 2015 ทำให้เขาเป็นเจ้าของคนเดียวคนแรกของทีมในประวัติศาสตร์บุนเดสลีก้า ฮอปป์ ซึ่งเป็นคนที่รวยที่สุดอันดับแปดในเยอรมนี เขาทุ่มเงินสร้างสนามขนาด 30,000 ที่นั่งแห่งใหม่ และได้เห็นว่าสโมสรจบอันดับสามในลีกสูงสุดระหว่างช่วงที่เขาอยู่กับสโมสร

 

5) โรมัน อับราโมวิช – เชลซี (12,000 ล้านดอลลาร์)

            การซื้อเชลซีของโรมัน อับราโมวิช ในปี 2003 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับเกมในอังกฤษ โดยที่มหาเศรษฐีชาวรัสเซียได้เข้ามาเปลี่ยนการแข่งขันในพรีเมียร์ ลีก ด้วยการอัดฉีดเงินสดจำนวนมหาศาลลงไป เขาใช้เวลาเพียงสองปีการลงทุนก็ผลิดอกออกผล อับราโมวิชเปลี่ยนเชลซีจากทีมดาดๆ กลายเป็นแชมป์ การคว้าแชมป์ลีกในปี 2005 ของพวกเขาเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ตั้งแต่นั้นมาทัพสิงโตน้ำเงินครามก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้อีก 4 สมัยและแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สมัยในช่วง 18 ปีที่เขาดูแลทีม อับราโมวิชมีเงินจากการเป็นพ่อค้าน้ำมันและการลงทุนในอะลูมิเนียม รวมถึงการร่วมทุนอื่นๆ ซึ่งทำให้เขามีเงินมาใช้จ่ายสำหรับเชลซี

 

6)  ฟิลิป แอนส์ชูตซ์ – แอลเอ กาแล็คซี่ (10,000 ล้านดอลลาร์)

            ฟิลิป แอนส์ชูตซ์ เจ้าของทีมแอลเอ กาแล็กซี่  เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ และได้รับเหรียญเกียรติยศ National Soccer Hall of Fame สำหรับการมีส่วนร่วมในวิวัฒนาการของอเมริกันฟุตบอล แอนส์ชูตซ์ และ กาแล็กซี่ ได้รับความสนใจจากทั่วโลกด้วยการทำข้อตกลงมูลค่ามหาศาลเพื่อนำเดวิด เบ็คแฮม มาค้าแข้งในอเมริกาเมื่อปี 2007 ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ช่วยให้สโมสรและเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ เป็นที่รู้จักในแผนที่โลก แอนส์ชูตซ์ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, น้ำมัน และอุตสาหกรรมบันเทิงเพื่อช่วยด้านการเงินกับกาแล็กซี่

 

7) สแตน โครเอนเก้ – อาร์เซนอล (9,000 ล้านดอลลาร์)

            สแตน โครเอนเก้ ค่อยๆ ยกระดับอิทธิพลของเขาที่อาร์เซนอลนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการในปี 2008 มหาเศรษฐีชาวอเมริกันเป็นเจ้าของเครือข่ายสโมสรกีฬา รวมถึง เดนเวอร์ นักเก็ตส์ ในเอ็นบีเอ และ ลอสแองเจลิส แรมส์ ในเอ็นเอฟแอล โครเอนเก้ กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเดอะ กันเนอร์ส มาตั้งแต่ปี 2018 แต่เขากลายเป็นเป้าหมายหลักของการประท้วงของแฟนๆ ตั้งแต่นั้นมา โดยฐานแฟนๆ ส่วนใหญ่รู้สึกว่าความมั่งคั่งของเขาไม่ได้ถ่ายเทมาเป็นการลงทุนที่เอมิเรตส์แต่อย่างใด

 

8) นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (8,000 ล้านดอลลาร์)

            นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ นักธุรกิจชาวกาตาร์เป็นเจ้าของสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดของฝรั่งเศสอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเป็นประธานของ beIN Media Group (บีอิน มีเดีย กรุ๊ป) ผู้ครองลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกดังของยุโรป เขาแขวนแร็กเก็ตจากการเล่นเทนนิสอาชีพในปี 2004 และได้ช็อปปิ้งนักเตะอย่างสนุกสนานนับตั้งแต่เขามาถึงเมืองหลวงของฝรั่งเศส เขาเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังสถิติโลกมูลค่า 198 ล้านปอนด์เพื่อนำเนย์มาร์ไปปารีสในปี 2017 แต่ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในประเทศอย่างยั่งยืน แต่ความร่ำรวยเหล่านั้นก็ไม่สามารถนำความรุ่งโรจน์ในเวทียุโรปมาสู่ทีมได้

 

9) จาง จิ้นตง – อินเตอร์ มิลาน (7,600 ล้านดอลลาร์)

            จาง จิ้นตง มหาเศรษฐีชาวจีนสร้างรายได้มหาศาลจากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ก่อนที่บริษัท Suning Holdings Group (ซู่หนิง โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป) ของเขาจะกลายมาเป็นเจ้าของทีมอินเตอร์ มิลาน ในปี 2016 ภายใต้การนำทางของจินตง สโมสรสามารถยุติช่วงเวลาแห่งความผิดหวังกับการไร้ถ้วยแชมป์มา 11 ปีเมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์เซเรีย อา มาครองได้ในปีนี้


10) โรเบิร์ต คราฟท์ – นิวอิงแลนด์ เรฟโวลูชั่น  (6,000 ล้านดอลลาร์)

            โรเบิร์ต คราฟท์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน, ซีอีโอของกลุ่มบริษัทคราฟท์ ลงทุนในกีฬาและอสังหาริมทรัพย์เพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่ทีมนิวอิงแลนด์ เรฟโวลูชั่น ในเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ คราฟท์ยังเป็นเจ้าของทีมยักษ์ใหญ่อย่าง นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ในเอ็นเอฟแอล แต่ยังไม่สามารถเดินตามรอยความสำเร็จแบบนั้นในเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ กับทีมเรฟโวลูชั่น