แทบจะเป็นผลงานในการประเดิมสนามที่ค่อนข้างย่ำแย่เลยทีเดียว สำหรับทีมชาติจีน ในการพ่ายให้กับ ตุรกี 0-3 เซต ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 นัดแรก

ลูกทีมของ หลางผิง เป็นทีมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งของทีมที่จะคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว ในหนนี้

แต่ทว่าพวกเธอกลับออกตัวได้ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่

ด้วยการลงสนามเจอกับคู่แข่งอย่าง ตุรกี ที่ฟอร์มในการศึกเนชันส์ ลีก ที่อิตาลี ก็ออกแนวส่ายนิด ๆ ทั้งตัวผู้เล่นที่ส่งลงสนามก็เป็นชุดใหญ่ แต่ยังมาโชว์ฟอร์มได้สวยในนัดชิงที่ 3

ขณะที่ จีน ผลงาน VNL กลับทำได้ดีมาก เมื่อผู้เล่นชุดหลักอย่าง จูถิง, หลี่ หยิงหยิง, หยวน ซินเย่ และ อื่น ๆ เดินทางไปสมทบหลังเกมในสัปดาห์ที่ 4

เรียกได้ว่า ผลงานร้อนแรง และสะแด่วมาก ๆ

ซ้ำมิหนำ พวกเธอยังเอาชนะ สหรัฐอเมริกา ที่ไม่แพ้ใครตลอดทั้งรายการ ไปได้ในเกมนัดที่ 15 ด้วยสกอร์ 3-0 เซต อีกด้วย นับว่าเป็นทีมเดียวที่เอาชนะ สาวมะกัน ไปได้ในการแข่งขัน VNL

ส่วนตัวผู้เล่นที่จัดมาในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ พวกเธอก็ยังคงอุดมไปด้วยผู้เล่นชุดหลักที่แข็งแกร่ง และเป็นขุมกำลังที่คว้าเหรียญทองเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่บราซิล

แต่ทว่าผลการแข่งขันในสนามของนัดแรก ที่เจอกับ ตุรกี กลับออกมาเหมือนกับที่ว่า "โคตรพัง"

6 คนแรกที่ หลางผิง เลือกส่งลงสนาม เป็นผู้เล่นตัวหลัก นำโดย จูถิง, จาง ฉางหนิง เป็น 2 ผู้เล่นหัวเสา และ หยวน ซินเย่ กับ เหยียนหนี่ เล่นบอลเร็วคู่กัน บีหลังใช้ กง เซียงหยู และตัวเซตเป็น ติงเซีย ส่วนตัวรับอิสระเป็น หวัง เหมิงเจี๋ย

ขณะที่ ตุรกี ของ จิโอวานนี กุยเดตติ ก็ส่งชุดหลักลงเล่นทั้ง ชานซู ออซบาย (เซต) - ฮานเด บาลาดิน, เมลิฮา อิสมาอิลโอกลู (หัวเสา) - เอบรา คาราคูร์ต (บีหลัง) - เซห์รา กูเนส, เอดา เอร์เด็ม (บอลเร็ว)

ปัญหาของทีมสาวจีน เมื่อลงสนาม นั่นคือการเปิดบอลแรกที่ไม่ค่อยดี ทำให้การต่อบอลให้กับตัวตีทำได้ไม่ไหลลื่น หรือบางครั้งบอลแรกเปิดดี แต่การตียังไม่เต็มร้อย รวมถึงอีกหนึ่งอย่างคือเกมรับของ ตุรกี ยืนแถวรับกันได้เยี่ยม และยังมีจังหวะบอลขลุกขลิกที่ได้แต้มตลอด

แนวรุกระดับเพชฌฆาตอย่าง จูถิง แทบจะไม่ได้ออกสกอร์ให้กับทีมเลยในนัดนี้ ซึ่งมาจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ หรือแม้แต่เกมรุกจากบอลสั้นของทั้ง หยวน ซินเย่ กับ เหยียนหนี่ ก็รุกเกือบไม่ได้

ผิดกับทาง ตุรกี ที่เกมรุกค่อนข้างจัดจ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอบรา คาราคูร์ต ที่ขึ้นตีทีไร แทบจะเป็นแต้มตลอด ไหนจะมี ฮานเด บาลาดิน ที่คอยเสริมเกมรุกจากบอลหลักให้กับทัพไก่งวงได้รุกแบบหลากหลายเข้าไปด้วย

สุดท้าย จีน ต้านไม่ไหว แพ้ไป 0-3 เซต (21, 14, 14)

และทำให้ หลางผิง เอง พ่ายแพ้ให้กับ กุยเดตติ อีกครา หลังจากที่กุนซือชาวอิตาลี เคยเอาชนะ จีน ของหลางผิง ในนัดเปิดสนามของโอลิมปิกเกมส์ 2016 ซึ่งตอนนั้นเขาคุมทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชนะ 3-2 เซต

"เราเล่นกันได้เฉื่อยชามาก ฉันไม่ได้คาดหวังสูงมาก เพราะเรามีการเตรียมตัวฝึกซ้อมที่ยากลำบาก แต่ฉันตกใจกับผลการแข่งขันในเกมนี้" หลางผิง กล่าวหลังจบเกม

ซึ่งแม้ว่าผลงานใน VNL ที่ผ่านมา ทีมชาติจีน จะมีจุดอ่อนให้เราเห็น ในการเล่นเกมรุก รวมถึงบอลรับ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ทีมไม่ได้มีตัวผู้เล่นชุดเต็มเหมือนเกมนี้

เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อบรรดาผู้เล่นระดับพรีเมียม เดินทางไปสมทบ จีน แทบจะกลายร่างเป็นทีมไร้เทียมทานขึ้นมาทันที

ทว่าเราอาจจะเทียบเคียงได้ว่า ผลงานของ จีน ในการแข่งขันเมื่อ 5 ปีก่อน ก็ยังไม่ค่อยจะดีมากนักกับเกมในรอบแรก ไปเมื่อพวกเธอก็เปิดสนามด้วยความพ่ายแพ้เช่นกัน รวม 5 เกม ชนะไปเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น และยังจบอันดับที่ 4 ของกลุ่ม ก่อนจะไปคว้าเหรียญทองได้ในบั้นปลาย

หากจะมองอีกมุมหนึ่ง มันเป็นเรื่องยากที่ฟ้าจะผ่าลงที่เดียวกันถึง 2 ครั้ง

ฉะนั้นอีก 4 เกมที่เหลือในรอบแรก น่าจะเป็นบททดสอบที่ดีสำหรับ จีน ว่าพวกเธอพร้อมที่จะกลับมาคว้าเหรียญทองได้หรือไม่ เพราะคู่แข่งในสายที่เหลือยังมีทั้ง อิตาลี, สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ รัสเซีย

โดยเฉพาะนัดต่อไปที่จะต้องเจอกับคู่ปรับสำคัญอย่าง อเมริกา หากพวกเธอแพ้ขึ้นมาอีกเกมละก้อ น่าจะเป็นงานหนักทีเดียว ในการลุ้นเข้ารอบในเกมที่เหลือ