ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2021 ยังไม่ทันเริ่มเปิดฤดูกาล "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี ภายใต้การบริหารทีมของ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ หญิงแกร่งแห่งวงการฟุตบอล ก็จัดการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่

ด้วยการดึงตัว "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือทีมแชมป์ไทยลีก 2020 เข้ามาทำหน้าที่แทน “โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ที่ถูกดันขึ้นไปเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิค หลังคุมทีมตกรอบแบ่งกลุ่ม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

นี่คือกุนซือคนที่ 10 ของทีมการท่าเรือ เอฟซี ในยุคที่มี "มาดามแป้ง" นั่งเก้าอี้ประธานสโมสร โดยไล่เรียงรายชื่อ 9 โค้ชก่อนหน้านี้ ประกอบไปด้วย "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม, อ.ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์, แกรี่ สตีเว่นส์, สมชาย ทรัพย์เพิ่ม, มาซาฮิโร่ วาดะ, จเด็จ มีลาภ, "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง , "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ และ “โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์

ไล่ดูจากรายชื่อโค้ชแต่ละคนที่เคยผ่านการคุมบังเหียน "สิงห์เจ้าท่า" ถือว่ามีดีกรีและโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนายหญิงแห่งแพท สเตเดียม ที่ต้องการเห็นถ้วยแชมป์โตโยต้า ไทยลีก มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้สำเร็จ

และแน่นอนการเข้ามาของกุนซือคนที่ 10 เป้าหมายเดียวก็คือ การคว้าแชมป์ไทยลีกมาครองให้ได้

เมื่อมานั่งไล่ดูไทม์ไลน์เส้นทางการคุมทีมของ "โค้ชโอ่ง" จึงไม่แปลกที่แฟนบอลถิ่นคลองเตยจะมีกระแสตอบรับที่ดีกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพราะกุนซือวัย 51 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวในการเป็นเฮดโค้ชมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ

โดยเริ่มต้นจากการเป็น ผช.โค้ชของ ฮอง อันห์ ยาลาย ทีมดังในลีกเวียดนามในปี 2006 ก่อนจะถูกดันให้ขึ้นมาคุมทีมเต็มตัวในปี 2008-2011 จากนั้นได้หวนกลับมาทำงานในไทยกับหลายทีม ไล่ตั้งแต่ ศรีราชา เอฟซี, พีทีที ระยอง, สิงห์ท่าเรือ(รองแชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2013), พีที ประจวบ เอฟซี, ศรีสะเกษ เอฟซี, ตราด เอฟซี(รองแชมป์ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2018), บีจี ปทุม ยูไนเต็ด(แชมป์ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2019, แชมป์ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020/2021) และล่าสุดถูกส่งไปคุมทีม ราชประชา เอฟซี แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุมทีมเลยแม้แต่เกมเดียว ก็ถูก "สิงห์เจ้าท่า" ดึงตัวมาร่วมงานเสียก่อน

ขณะที่องค์ประกอบของทีมการท่าเรือ เอฟซี ต้องบอกมีพร้อมทุกอย่างในการก้าวขึ้นมาเป็นทีมอันดับ 1 ของประเทศ ไม่ว่าจะเรื่องของงบประมาณ หรือแม้แต่ทรัพยากรนักเตะที่มีให้พร้อมเลือกใช้งานมากมาย อาทิ วรวุฒิ ศรีสุภา, เซร์คิโอ ซัวเรซ, เอเลียส ดอเลาะ, ชาริล ชัปปุยส์, บดินทร์ ผาลา, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, โก ชุล กี, ดาบิด โรเชล่า, วัชระ บัวทอง, นูรูล ศรียานเก็ม, ศิวกร จักขุประสาท, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, จตุรภัทร สัทธรรม, สราวุธ กัลยาณบัณฑิต, นิติพงษ์ เสลานนท์,  ฟิลิป โรเลอร์ และ จอห์น บาจโจ้ ฯลฯ ซึ่งรายชื่อแต่ละคนที่เอ่ยมา ล้วนแต่เป็นแข้งระดับหัวกะทิของเมืองไทยทั้งสิ้น

เมื่องบประมาณพร้อม นักเตะพร้อม จากนี้คงต้องมาดูฝีมือของ "โค้ชโอ่ง" กันว่า เขาจะมีวิธีการปรับแต่งทีมอย่างไรให้ลงตัวเร็วที่สุด รวมถึงจะจัดการกับทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ล้นทีมอย่างไร เพราะ 1 ในปัจจัยที่เขาได้รับคำชมอย่างยิ่งกับการพา บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ไทยลีก 2020 คือเรื่องของการจัดสรรตัวผู้เล่นลงสนามในแต่ละเกม โดยไม่สนใจว่าใครคือซุปเปอร์สตาร์ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ในการลงสนามเท่ากันหมด

โดยหากนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2021 กำหนดเปิดฤดูกาลคือ 13 ส.ค.2564 (หากไม่เลื่อน) เท่ากับว่าเหลือเวลาไม่ถึง 1 เดือนให้กับ "โค้ชโอ่ง" ในการปรับจูนนักเตะให้เล่นกับเข้ากับระบบและแผนการ รวมถึงพูดคุยและหล่อหลอมซุปเปอร์สตาร์ที่มีอยู่ล้นทีมให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ทุกคนพร้อมลงสู้เพื่อทีมไม่ใช่เพื่อตัวเอง

สุดท้ายแล้วชายที่ชื่อ ดุสิต เฉลิมแสน จะเป็นคำตอบที่ใช่ของ "มาดามแป้ง" และแฟนคลับ "สิงห์เจ้าท่า" หรือไม่ เวลาเท่านั้นจะเป็นผู้ให้คำตอบ?