ปกติแล้ว ในปีที่มีการแข่งขันซีเกมส์ และ ชิงแชมป์เอเชีย จะเป็นปีที่เลข ค.ศ. ลงท้ายด้วยเลขคี่ และหากเราย้อนเวลากลับไปในสัก 10 ปีที่ผ่านมา เราจะรู้เลยว่าปี 2021 มันพิเศษกว่าทุก ๆ ปี

วอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย กับโปรแกรมแข่งขันในปีของเลขคี่ จะมีอยู่เพียงแค่ 2 รายการ นั่นคือ ซีเกมส์ และ ชิงแชมป์เอเชีย ดังที่กล่าวไปแล้ว

ซึ่งเราก็คงชินกับคำว่า เป้าหมายของเราคือเหรียญทองซีเกมส์ ...

ช่างมันครับ

ที่จะบอกก็คือว่า ปี 2021 นับว่าเป็นความเหมาะเจาะ และช่วงเวลาที่น่าลำพองใจของแฟนวอลเลย์บอลไทย โดยเฉพาะในฝั่งของทีมชาย เพราะปีนี้เราจะได้ไปแข่งขันในเวทีนานาชาติทั้งในระดับเอเชีย และระดับโลก (ซีเกมส์ เลื่อนไปแข่งปีหน้า)

คนที่พึ่งจะติดตามวอลเลย์บอลชายมาในช่วง 10 ปีหลัง หรือต่อให้เป็นช่วง 15-20 ปีหลัง เราก็แทบจะไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าระดับโลกเลยด้วยซ้ำ

ครั้งสุดท้ายที่วอลเลย์บอลชายได้ไปแข่งขันในเวทีโลก หากไม่นับกีฬามหาวิทยาลัยโลก นั่นคือ วอลเลย์บอลยุวชนชาย U19 ชิงแชมป์โลก ในปี 2003 ที่เราเป็นเจ้าภาพ หรือหากเป็นทีมชุดใหญ่ก็เมื่อปี 1998 ในศึกชิงแชมป์โลก ที่ญี่ปุ่น

และด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างของปีนี้ มันทำให้เราได้ไปเล่นในศึกชิงแชมป์โลก พร้อมกันทั้งในรุ่น U19 และ U21 รวมถึงยังมีโปรแกรมในศึกใหญ่อย่าง ชิงแชมป์เอเชีย อีกด้วย

วอลเลย์บอลยุวชนชาย อายุต่ำกว่า 19 ปี ชิงแชมป์โลก 2021
กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
วันที่ 24 สิงหาคม - 2 กันยายน 2564

วอลเลย์บอลชาย ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 21 ปี 2021
เมืองจิบะ ประเทศญี่ปุ่น
วันที่ 12-19 กันยายน 2564

วอลเลย์บอลเยาวชนชาย อายุต่ำกว่า 21 ปี ชิงแชมป์โลก 2021
ประเทศอิตาลี และประเทศบัลแกเรีย
วันที่ 23 กันยายน - 3 ตุลาคม 2564

นี่คือโปรแกรมของ 3 รายการที่ทีมชาติไทย จะได้ลงแข่งขันในปีนี้

ส่วนงานของสมาคมฯ และทีมงานของนักกีฬา ต่อจากนี้คงจะต้องทำการเตรียมทีมในการฝึกซ้อม เพื่อที่จะลงทำการแข่งขันทั้ง 3 รายการ ที่เหลือเวลาอีกประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น

อีกทั้งการแข่งขันทั้ง 3 รายการ อยู่ในช่วงเวลาที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นนักกีฬา และผู้ฝึกสอน จำเป็นที่จะต้องแยกออกมาเป็น 3 ทีม เพื่อดูแล และแข่งขันรายการใด รายการหนึ่งไปเลย

เพราะการเดินทางไปแข่งขันที่ต่างประเทศ และเมื่อกลับมายังจะต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการของรัฐ ดังนั้นทีมงานผู้ฝึกสอน หรือแม้แต่นักกีฬา ก็คงจะได้ลงเล่นเพียงแค่รายการใด รายการหนึ่งเท่านั้น

ปัญหาของสถานการณ์ในช่วงนี้ของประเทศไทย ก็คือเรื่องของโควิด-19 ที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของพื้นที่ ผู้ติดเชื้อมีสูงขึ้นทุกวัน ๆ ทำให้การหาสนามฝึกซ้อมเป็นไปได้ยากมาก

วอลเลย์บอลหญิงชุดใหญ่ ที่จะแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ กว่าจะหาสนามได้อย่างลงตัวที่ จ.อ่างทอง ก็ต้องเดินเรื่อง และติดต่อเอกสารกันอย่างวุ่นวาย และใช้เวลานาน

ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา วอลเลย์บอลชายของไทย ก็ได้แต่ซ้อมออนไลน์กันไปก่อน โดยเฉพาะในทีมของยุวชน-เยาวชน ที่จะไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ก็ต้องดำเนินการเรื่องนี้ไปพลาง ๆ

ส่วนทีมชุดใหญ่ ก็พึ่งจะมีการเรียกซ้อมออนไลน์กันไปบางส่วน

และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วอลเลย์บอลชายชุด U19 ก็ได้เริ่มเข้าฝึกซ้อมกันอย่างเต็มตัว ที่ จ.สุพรรณบุรี และเป็นก้าวแรกของทีมชายที่ได้ฤกษ์ลงสนามฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการ เนื่องด้วยศึกชิงแชมป์โลก จะเริ่มในช่วงปลายเดือนสิงหาคม

ส่วนทีมชาติชุดใหญ่ และทีม U21 ที่จะลงเล่นในช่วงเดือนกันยายน กำลังเจรจาเร่งหาสนามฝึกซ้อมอยู่เช่นกัน ซึ่งก็น่าจะได้คำตอบในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และหากไม่มีข้อผิดพลาด ทีมชายจะได้สนาม และเริ่มซ้อมในช่วงต้นเดือนสิงหาคม

ทีม U19 ที่เป็นนักกีฬาหน้าใหม่ อาจจะต้องเร่งมือในการปรับตัว และการฝึกซ้อมพอสมควร เพราะนักกีฬาล้วนแล้วแต่ไม่เคยติดทีมชาติเลย และเป็นเวทีระดับโลกที่น่าจะสร้างความกดดัน และตื่นเต้นให้กับนักกีฬาไม่น้อย

ส่วนทีม U21 แม้งานจะหนักกว่า แต่นักกีฬาของเราล้วนแล้วแต่กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของหลาย ๆ สโมสรในไทยแลนด์ลีก และเป็นผู้เล่นตัวความหวังใหม่ของวอลเลย์บอลไทย

ลองคิดภาพดูว่า ธนัสถ์ บำรุงภักดี เล่นคู่กับ ศุภกร เจนไธสง และบีหลังเป็น สุทธิพงษ์ ดรหลักคำ 3 ประสานของวอลเลย์บอลยุคใหม่ แค่นี้ก็น่าดูอย่างมากแล้ว

ขณะที่ทีมชาติชุดใหญ่ ก็จะเป็นเวทีแรกที่จะได้ลงเล่นในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่ความผิดหวังจากซีเกมส์ และจะเป็นบทพิสูจน์ที่ดีของนักกีฬาในการก้าวไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติของยุคใหม่

ความตื่นเต้นของการดูวอลเลย์บอลชาย คงจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า