การจับสลากแบ่งกลุ่มของการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2021 ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย และอย่างที่เราทราบกันว่า วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย อดีตแชมป์ 2 สมัย ในปี 2009, 2013 จะอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ เกาหลีใต้, อิหร่าน และ ออสเตรเลีย

ชิงแชมป์เอเชีย เวอร์ชันฟิลิปปินส์ จะมีทีมเข้าร่วมแข่งขันเพียงแค่ 8 ทีม ซึ่งอีก 4 ทีม ที่อยู่ในกลุ่ม เอ จะมี ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพ, คาซัคสถาน, ไต้หวัน และ อุซเบกิสถาน

นับว่าเป็นศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่มีทีมร่วมตบน้อยที่สุดก็ว่าได้ในช่วงยุคหลัง (หวังว่าจะไม่มีทีมถอนตัวอีกนะ อิอิ)

ประเด็นสำคัญของศึกชิงแชมป์เอเชีย หนนี้ คงจะอยู่ที่การแข่งขันภายใต้การระบาดของโควิด-19 รวมถึงเป็นครั้งแรกที่จะไม่ 2 มหาอำนาจแห่งวงการลูกยางเอเชีย อย่าง จีน และ ญี่ปุ่น

2 ทีมที่คว้าแชมป์รวมกัน 18 สมัย ปฏิเสธส่งทีมเข้าร่วมประลองฝีมือในศึกชิงถ้วยเอเชียหนนี้ เพราะเรื่องของโควิด ที่แต่ละชาติต่างก็มีความกังวล

ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของชิงแชมป์เอเชีย ที่ไม่มี 2 ทีมนี้เข้าร่วมแข่งขัน เพราะนับตั้งแต่ปี 1975 ที่รายการนี้แข่งขันกันเป็นครั้งแรก ทั้ง ญี่ปุ่น และ จีน ต่างก็ไม่เคยพลาดเข้ามาแข่งขันในรายการนี้เลย

อีกทั้งความสำคัญของชิงแชมป์เอเชีย 2021 ยังจะเป็นการคัดเลือกเอาทีมแชมป์ และรองแชมป์ เป็นตัวแทนของเอเชีย ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของศึกวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2022 ในปีหน้าอีกด้วย

ข้อสังเกตุที่ถูกตั้งขึ้นมา นับตั้งแต่ระเบียบนี้ (แชมป์-รองแชมป์ ไปชิงแชมป์โลก) ถูกทาง สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) กำหนดขึ้นมาในช่วงปลายปี 2020 ว่าแม้ผลการแข่งขันของชิงแชมป์เอเชีย จะมีโบนัสก้อนใหญ่ที่ทีมที่ทำได้ จะได้ใบ "บอร์ดดิง พาส" เพื่อเดินทางไปสู่ โปแลนด์ และ เนเธอร์แลนด์

กระนั้น ทีมที่ไม่ได้โควตาในส่วนชิงแชมป์ทวีป ยังจะมีลุ้นเป็น 1 ใน 11 ทีม ที่จะได้ไปชิงแชมป์โลก ด้วยโควตาของ FIVB เวิลด์ แรงกิง

ทำให้มีทฤษฎีที่ว่า ทั้ง ญี่ปุ่น และ จีน อาจจะไม่ได้ส่งทีมที่ดีที่สุด เข้ามาแข่งขันในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2021 แม้ว่าจะเป็นการคัดทีมไปชิงแชมป์โลก เพราะอันดับโลกของทั้งคู่ ติด 1 ใน 11 ทีม อยู่แล้วสบาย ๆ

แต่ที่หนักไปกว่านั้น เมื่อถึงเดตไลน์ของการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ทั้ง ญี่ปุ่น และ จีน กลับไม่ขอส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันเลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลของการระบาดของ "พี่โค" คงจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ ความปลอดภัย สุขภาพ ชีวิต ของคน นั้นย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด การไม่ส่งทีมมาร่วมแข่งขันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ว่าแล้ว ก็อดเสียดายไม่ได้อยู่ดี กลายเป็นว่า ชิงแชมป์เอเชีย รายการที่ใหญ่ที่สุดในทวีป กลับถูกแต่ละชาติตีราคาที่ไม่สูงมากลงมาเรื่อย ๆ

จำได้ว่า หนสุดท้ายที่ชิงแชมป์เอเชีย เป็นรายการที่แต่ละทีมส่งนักกีฬาชุดใหญ่ จัดเต็ม แบบเบิ้ม ๆ มาแข่งขันกันอย่างพร้อมเพรียง นั่นคือปี 2013 ที่ จ.นครราชสีมา

ทีมชาติไทย มีบรรดานักตบ 7 เซียน ที่ฟอร์มกำลังอยู่ในช่วงพีค อรอุมา, วิลาวัณย์, ปลื้มจิตร์, นุศรา, มลิกา, วรรณา, อำพร ได้ลงสนามพร้อมกัน

เกาหลีใต้ นำโดย คิม ยอน คยอง, ฮัน ซง อี, คิม ฮี จิน, คิม ซู จี

ญี่ปุ่น มีทั้ง คิมุระ ซาโอริ, นากาโอกะ มิยุ, ชินนาเบะ ริสะ, มิยาชิตะ ฮารุกะ, อิชิอิ ยูกิ

หรือแม้แต่ จีน ที่นำทีมมาโดย หลางผิง และมีนักกีฬาทั้ง เฉิน จิงสือ, หวัง อี้เหมย, ฮุ่ย รั่วฉี, เจิ้ง ชุนเล่ย, จางเล่ย รวมถึง จูถิง อีกคน

ทั้ง 4 ทีมฟาดกันกับคู่แข่งอย่างดุเดือด จนเข้ารอบรองชนะเลิศได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งยอมรับเลยว่าเป็นเกมรอบตัดเชือกที่โคตรมันที่สุดครั้งหนึ่งก็ว่าได้

เกมไทย กับ จีน ต้องลุ้นกันถึง 5 เซต เสียงเชียร์ของเจ้าภาพทีมไทยในสนาม กระหึ่มอย่างมาก หรือแม้แต่คู่ของ เกาหลีใต้ กับ ญี่ปุ่น ก็เป็นอีกเกมที่ทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างเมามัน

มันคือความสนุก ความมันที่สุดของการดูกีฬาวอลเลย์บอล และนี่คือเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย

ก่อนที่ในปี 2015 ศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่จีน เป็นเจ้าภาพ จะเป็นปีสุดท้ายที่ทาง FIVB คิดคะแนนสะสมอันดับโลกจากรายการชิงแชมป์ทวีป

และปีนั้น ญี่ปุ่น ที่เป็นรองแชมป์ของปี 2013 ส่งทีมชุดสองมาร่วมแข่งขัน จนทำให้พวกเธอจบในอันดับที่ 6 ส่วนทีมที่เข้ารอบตัดเชือกแทนเป็น ไต้หวัน

เช่นเดียวกันกับปี 2017 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ จีน จัดนักกีฬาดาวรุ่งยกทีมไปร่วมชิงชัย ส่วน 3 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ไทย, ญี่ป่น และ เกาหลีใต้ ล้วนแล้วแต่จัดเต็มเรื่องตัวผู้เล่นทั้งหมด

ขณะที่ปี 2019 ที่เกาหลี เป็นเจ้าภาพ พวกเธอก็ส่งชุดใหญ่มาชิงชัยในฐานะเจ้าบ้าน กับเป้าหมายคว้าแชมป์ เช่นเดียวกับทีมไทย ส่วน จีน ส่งนักกีฬาชุดสองมาแข่งอีกที และ ญี่ปุ่น ก็ส่งตัวหลักจาก U20 ที่พึ่งคว้าแชมป์โลกมาแข่ง

สิ่งที่น่าเสียดายคือมนต์เสน่ห์ และความสนุกของศึกชิงแชมป์เอเชีย อย่างในปี 2013 นั้นหายไปอย่างเห็นได้ชัด การให้ความสำคัญกับวอลเลย์บอลชิงแชมป์ทวีป ถูกลดลงมาโดยตลอดในช่วงหลังมานี้

ทำให้คำว่า "แชมป์เอเชีย" แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย

ซึ่งหากเราหันไปดูที่ทวีปอื่น ที่ระบบการจัดการแข่งขันของเขาก็พอ ๆ กับทวีปของเราอย่าง อเมริกาใต้ หรือ อเมริกาเหนือ บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ของโซนนั้นแทบจะไม่เคยส่งนักกีฬาชุดสำรอง หรือนักกีฬาดาวรุ่งล้วน ๆ ไปแข่งขันในรายการชิงแชมป์ทวีปเลย

บราซิล ที่คว้าแชมป์อเมริกาใต้ ได้ 13 สมัยติดต่อกัน ก็ยังคงจัดชุดใหญ่เข้าร่วมแข่งขันตลอด แม้จะมองว่าเป็นเกมที่ไม่สนุก เพราะในโซนนั้น "แซมบ้า" เป็นเต้ยที่หาทีมต่อกรได้ยาก แต่นั่นก็เป็นทั้งการให้เกียรติรายการของทวีป รวมถึงแสดงให้เห็นว่าพวกเธอยังให้คุณค่ากับแชมป์ทวีปอยู่เสมอ

สหรัฐอเมริกา หรือ โดมินิกัน ที่ต่างก็แย่งตำแหน่งราชินีแห่งแคริบเบียน (แชมป์โซนนอร์เซกา) ต่างก็จัดหนักจัดเต็มในการส่งนักกีฬาตัวหลักเข้ามาแข่งขันตลอด

นี่ยังไม่รวมโซนยุโรป ในศึก ยูโร วอลเลย์ ที่แม้ว่าแต่ละทีมจะเป็นทีมชั้นนำระดับโลกปานใด ไปคว้าแชมป์ใด ๆ ใน FIVB มาแล้ว พวกเธอก็ไม่เคยเว้นที่จะส่งทีมชุดที่ดีที่สุด ไปลงแข่งขันในศึกชิงแชมป์ทวีปด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี ทั้งหมดกล่าวมาคือความเสียดายส่วนตัว ที่คาดหวังว่าจะได้เห็น 4 เสือเอเชีย กลับมาแข่งกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ด้วยสรรพกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่แต่ละทีมมี เพราะมีโควตาไปชิงแชมป์โลก เป็นเดิมพัน

สุดท้ายจับมือใครดมไม่ได้ เราก็คงต้องโทษ "โควิด-19" อีกแล้วสินะ