แม้ว่าวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ทั้งประเภทในร่ม และชายหาด จะไม่สามารถคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้ายของมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ครั้งนี้ได้

ทว่าในฐานะของกีฬาวอลเลย์บอล ยังมีคนไทยหนึ่งคน ที่ได้เข้าร่วม "โตเกียวเกมส์" แม้ว่าจะไม่ได้ไปเป็นนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขัน แต่เขาก็เป็นคนที่อยู่ในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของเกมกีฬาหนนี้เช่นกัน

"เอ็ดดี้" พงศ์ภัคธนา ประจงกิจพาณิชย์ ช่างภาพกีฬาจาก แกรนด์สปอร์ต แบรนด์ผู้ผลิตเสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬาของเมืองไทย ซึ่งเจ้าตัวยังมีหน้าที่เป็นช่างภาพประจำของ สหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย (AVC) รวมถึง สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) อีกด้วย

ที่ผ่านมา "เอ็ดดี้" เป็นผู้ถ่ายทอดภาพของการแข่งขันวอลเลย์บอลผ่านสื่อออฟฟิเชียลทั้ง AVC และ FIVB ในการแข่งขันรายการต่าง ๆ ที่มาจัดในเมืองไทย และยังมีหลายโอกาสที่เจ้าตัวได้ไปทำหน้าที่เก็บภาพรายงานข่าวจากข้างสนามในวอลเลย์บอลหลาย ๆ รายการทั่วโลก

ด้วยฝีมือเฉียบขาดในการถ่ายภาพ และภาพกีฬาแอ็คชันของวอลเลย์บอลในปัจจุบันนี้หลาย ๆ ใบ โดยเฉพาะในเว็บไซต์ fivb.com ที่เป็นเกมการเล่นในบ้านของทีมสาวไทย ล้วนมาจากการลั่นชัตเตอร์เขาของแทบจะทั้งนั้น

ซึ่งในโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว หนนี้ "เอ็ดดี้" นับว่าเป็นคนไทยในวงการวอลเลย์บอล ที่จะได้เข้าร่วมในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ในฐานะช่างภาพประจำของการแข่งขันวอลเลย์บอลในร่ม

เราจะพาทุกท่านไปพูดคุย และทำความรู้จักกับ "เอ็ดดี้" ช่างภาพมากฝีมือคนนี้กัน

ความฝันในวัยเด็ก และประสบการณ์การเรียน

จริง ๆ สมัยเด็ก ๆ ฝันไว้ว่าอยากเป็นนักบินครับ แต่เราเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ คือในช่วงปี 2533 ช่วงนั้นคณะนิเทศฯ นี่ฮิตกันมาก และเป็นคณะที่เปิดใหม่ ของ มหาวิทยลัยพายัพ (จ.เชียงใหม่) เราก็อยากจะเรียน เลยเลือกด้านรายการโทรทัศน์

ทำให้เราได้เรียนหลายอย่าง ทั้งงาน PR (ประชาสัมพันธ์), ถ่ายรูป, จัดรายการวิทยุ, ทำรายการโทรทัศน์ ตั้งแต่ตอนปี 1 คือเรียนด้านนี้ทุกอย่าง และก็มีเรื่องการถ่ายภาพเข้ามาด้วยครับ

ชีวิตในวัยทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

ผมเรียนจบในปี 2537 ซึ่งช่วงก่อนจบปี 2536 มีโอกาสได้ไปฝึกงานที่ บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) และตอนฝึกงาน ได้ทำงานทั้งลงเสียงพากย์ในรายการเด็ดยอดกีฬามัน รายการบ้านเลขที่ 5 ซึ่งพอเราเรียนจบปี 4 ด้วยความที่คุ้นเคยกับที่ฝึกงาน ก็เลยได้ทำงานต่อที่ มีเดีย ออฟ มีเดียส์

ผันตัวสู่วงการกีฬาได้อย่างไร

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ได้เข้ามาทำงานกีฬา คือหลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ผมอยากหาความท้าทายในชีวิต อยากไปเที่ยว เลยลาออกจาก มีเดีย ออฟ มีเดียส์ และไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย กับเพื่อน

พอกลับมาเมืองไทยได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เราอยากอยู่วงการกีฬา เลยตัดสินใจไปสมัครงานที่ แกรนด์สปอร์ต ซึ่งช่วงนั้นเขาเปิดรับ PR และงานเราตอนนั้นคือต้องตัดข่าวจากหนังสือพิมพ์ เวลาที่บริษัทฯ ไปสนับสนุนกีฬาอะไรก็ตาม มาติดประชาสัมพันธ์ และก็มีโอกาส ไปถ่ายรูปตอนงานแถลงข่าว นั่นคือจุดเริ่ม ที่ทำให้เราได้ใช้กล้องมาตั้งแต่ตอนนั้น

รู้ตัวว่าชื่นชอบในการถ่ายภาพเลยไหม

หลังจากที่เราได้คลุกคลีกับวงการกีฬา ได้ออกงานภาคสนามบ่อยขึ้น รู้ว่ากล้องคอมแพคที่ใช้งานอยู่ มันไม่ซัพพอร์ตกับการถ่ายแอ็คชั่นกีฬามากนัก เราเลยขอกับทางบริษัทฯ ในการซื้ออุปกรณ์ในการถ่ายภาพ ทาง แกรนด์สปอร์ต ก็สนับสนุน เลยเริ่มฝึกจากตรงนั้น

และพอเปลี่ยนมาเป็นกล้อง DSLR และก็เริ่มพัฒนามาเรื่อย ๆ ซึ่งพอเราถ่ายกีฬา เรารู้เลยว่ามันมีเสน่ห์ เพราะภาพถ่ายมันหยุดความเคลื่อนไหวของกีฬาชนิดนั้น ๆ ได้ มันสวยงาม และน่าหลงไหลมากครับ

ใครคือแรงบันดาลใจในอาชีพช่างภาพ

จุดเปลี่ยนอีกอย่างตอนนั้นคือผมมีโอกาสได้ดูรายการ ทไวไลท์โชว์ ของคุณไตรภพ (ลิมปพัทธ์) ที่เทปนั้นสัมภาษณ์ พี่อ๋อ แอ็คชั่น (อนันต์ชัย จันทรัตน์) ช่างภาพกีฬาที่เขาถ่ายทั้งกอล์ฟ และมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งวันนั้นเขาสัมภาษณ์พี่อ๋อ ที่ถ่ายภาพของ ไทเกอร์ วูดส์ และเป็นภาพที่สวยมาก และพอเราได้ดูประวัติพี่อ๋อ มีพี่อ๋อ เป็นแรงบันดาลใจ เพราะการได้เป็นช่างภาพ

สิ่งที่คิดไว้คือได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ได้ถ่ายภาพซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบ และเราก็อยากจะเป็นแบบนี้ เลยฝึกไปเรื่อย ๆ และใช้เวทีของงานบริษัทฯ ที่ไปสนับสนุน รวมถึงเก็บประสบการณ์มาเรื่อย ๆ หรือเวลาไปที่เราไปสนามฟุตบอล ไปเจอช่างภาพรุ่นพี่ เราก็ถามถึงมุมมอง และวิธีการถ่าย รวมถึงศึกษาเองในบางเรื่อง เพื่อเป็นการฝึกฝีมือไปในตัวครับ

เริ่มถ่ายภาพวอลเลย์บอลตอนไหน

ที่จริง แกรนด์สปอร์ต ก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนวอลเลย์บอลอยู่แล้วครับ เวลามีงานวอลเลย์บอล เราก็มีโอกาสได้ไปถ่ายรูป ซึ่งต้องบอกว่าบ่อยกว่ากีฬาชนิดอื่นด้วยซ้ำ รวมถึงผมเองก็อยากจะโฟกัสกีฬาเฉพาะทางไปเลย พอดีในช่วงปลายปี 2557 ที่ทาง AVC ได้ย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่กรุงเทพ ผมมีโอกาสได้คุยกับ อาจารย์ชาญฤทธิ์ (เรืออากาศโท ชาญฤทธิ์ วงศ์ประเสริฐ เลขาธิการ AVC ในขณะนั้น) ว่าอยากถ่ายงานวอลเลย์บอลให้เยอะกว่าเดิม

ซึ่งทางอาจารย์ท่านก็ให้โอกาส เลยแต่งตั้งผมเป็นช่างภาพประจำของ AVC ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่มีช่างภาพประจำอย่างเป็นทางการ นั่นก็เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่ได้มีโอกาสถ่ายภาพวอลเลย์บอลมากขึ้น และได้ไปทำงานในระดับเอเชีย โดยงานแรกคือวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2015 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ครับ

การเข้ารับตำแหน่งช่างภาพของ FIVB เริ่มตอนไหน

หลังจากที่ได้เป็นช่างภาพของ AVC แล้ว ในปีแรกที่ AVC ย้ายสำนักงานมาเมืองไทย ช่วงนั้นเขาก็มีจัดงานสัมมนาให้ความรู้ และงานอบรมคอร์สต่าง ๆ เกี่ยวกับวอลเลย์บอล ซึ่งในตอนนั้นมีงานอบรมด้านมีเดีย หรือการทำงานข่าว และมีวิทยากรจาก FIVB เข้ามาเป็นผู้บรรยาย ซึ่งผมก็มีโอกาสได้ร่วมนำเสนอผลงานในการสัมมนาครั้งนั้น

เราก็นำผลงานเราไปเสนอในงานสัมมนา รวมถึงอีกอย่างต้องขอขอบคุณคุณเอก ประวิตร (อดีตผู้สื่อข่าว SMMSPORT) ที่ได้ไปถ่ายภาพเบื้องหลังการทำงานของผมที่สนามอินดอร์ (สเตเดียม หัวหมาก) ซึ่งน่าจะทำให้ทาง FIVB เขาชื่นชอบในผลงานของเรา และพอจบการอบรม ผมก็ได้รับอีเมล จาก FIVB แต่งตั้งผมเป็นช่างภาพของประจำอีกหนึ่งตำแหน่ง และทำให้มีโอกาสได้ไปทำงานทั้งวอลเลย์บอลในร่ม และวอลเลย์บอลชายหาด ในเกมนานาชาติมากขึ้นครับ

 

เล่าเรื่องมุมมองในการถ่ายภาพมุมสูงของสนามวอลเลย์บอล ที่ถือว่าเป็นลายเซ็นประจำตัวหน่อย

เวลาถูกแต่งตั้งให้ไปทำหน้าที่ช่างภาพ ไม่ว่าจะเป็นของ AVC หรือ FIVB ผมอยากที่จะสร้างสัญลักษณ์ของตัวเราเอง เราเป็นคนชอบถ่ายมุมภาพแปลก ๆ หวือหวา ซึ่งวอลเลย์บอลเราเห็นการถ่ายพื้นราบมาเยอะแล้ว หรือมุมเสย และถ้าเป็นมุมบน หากมีโอกาสก็อยากจะถ่าย

บังเอิญว่าปี 2015 เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพ ที่สนามอินดอร์ มันมีมุมสูงด้วย มันก็ถูกจริตเรา แต่ว่าการจะขึ้นไปถ่ายภาพต้องปรึกษากับฝ่ายสถานที่ ว่าขึ้นไปได้หรือไม่ หรือขึ้นไปยังไง ซึ่งตอนแรกที่ขึ้นไปถ่ายภาพที่ อินดอร์ เราก็กังวล เพราะเกรงว่าโครงสร้างเหล็กมันจะร่วงลงมาไหม เลยพยายามลองหาวิธีที่จะลงไปด้วยตัวเอง

ซึ่งพอขึ้นไปถ่ายได้ เราก็ได้ภาพที่สวย และพอหลังจากนั้นก็ไม่ยากแล้ว อันนี้คือที่มาของการขึ้นไปหามุมแปลก ๆ ซึ่งทำให้เราต้องขึ้นไปถ่ายทุกครั้ง

ประทับใจงานไหนมากที่สุด

อันนี้จะว่าประทับใจก็ไม่ใช่ แต่เป็นความทรงจำที่ไม่รู้ลืมมากกว่า รายการแรกที่ผมพึ่งจะได้แต่งตั้งจาก AVC ไปวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2015 ที่เทียนจิน ประเทศจีน มันเกิดขึ้นกับเราเอง คือวันนั้นจำได้ว่าทีมไทย ชนะทีมอะไรสักอย่าง และในวันพรุ่งนี้ต้องเข้าไปเจอกับเจ้าภาพจีน ช่างภาพ และนักข่าวของทั้งไทย และจีน เข้ามากันเยอะมาก

เราก็อยากจะได้ภาพมุมสูงตอนนักกีฬาไทย และโค้ชให้สัมภาษณ์หลังเกม ก็เลยเดินขึ้นไปอัฒจันทร์ด้านบนของสนาม และพอดีมีการ์ดคนหนึ่งเขาก็ถามว่าขึ้นมาทำไม แต่เรามีเสื้อกั๊กของ AVC และมี ไอดี การ์ด รวมถึงแจ้งกับเลซอง (ล่าม) เขาก็พูดภาษาจีนเหมือนกับจะบอกว่าห้ามเดินผ่าน ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว แต่ว่าเป็นกับการ์ดคนอื่น

คราวนี้ การ์ดคนนี้เขาไม่ยอม ก็เลยเรียกเลซองมาคุย และด้วยความอัดอั้นที่โดนห้ามมาหลายวัน ทั้งเราเป็นช่างภาพของ AVC และสามารถเดินไปถ่ายภาพได้ทุกที่ในสนาม เราเลยแอบถ่ายรูปเขาไว้ และพอเขารู้ตัวก็เลยวิ่งมาจากอัฒจันทร์ด้านบนลงต่อย

เราก็หวงกล้องมากกว่าตัวเรา แต่พอเราล้มลงไป ทุกคนทั้งนักกีฬา และโค้ชที่สัมภาษณ์กันอยู่ก็รีบวิ่งเข้ามาดู จนสุดท้ายการ์ดคนนั้นก็ถูกไล่ออกจากสนาม แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร แต่ก็เป็นความทรงจำที่ไม่รู้ลืมจริง ๆ ครับ

ที่มาที่ไปกับการเป็นคนไทย ในโอลิมปิกเกมส์ 2020

คือเมื่อเราทำงานมาพอสมควร กับทั้ง FIVB และ AVC มีโอกาสได้ถ่ายงานทั้งวอลเลย์บอลในร่ม และชายหาด แต่ส่วนใหญ่เราจะเน้นที่ในร่ม และถ้าเป็นงานของ FIVB เราไม่มีสิทธิเลือกงาน ซึ่งเขาก็ให้โอกาสเราไปถ่ายวอลเลย์บอลชายหาด ในรายการเวิลด์ทัวร์มาแล้วหลายที่ ทั้งที่ อิหร่าน และ จีน

พอเรามีประสบการณ์มากขึ้น เขาเห็นคุณภาพการทำงานของเรา เขาเชื่อใจในฝีมือ และถือว่าโชคดีด้วย ที่โอลิมปิกครั้งนี้จัดที่ทวีปเอเชีย ถ้าหากเป็นที่ยุโรป หรือ อเมริกา โอกาสที่เราจะได้ไปมันก็น่าจะยาก

บวกกับในปี 2019 ผมได้รับแต่งตั้งไปเป็นช่างภาพประจำในการแข่งขันเวิลด์ คัพ ที่ประเทศญี่ปุ่น รวม 34 วัน ซึ่งเขาก็เห็นฝีมือ จากตรงนั้น ทำให้ FIVB ได้ส่งอีเมลมาแต่งตั้งเราให้ไปทำหน้าที่ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้ด้วยครับ

 

ความแตกต่างระหว่างถ่ายภาพวอลเลย์บอลชายหาด กับ ในร่ม

ถ้าพูดเรื่องคุณภาพของภาพ วอลเลย์บอลชายหาดจะสีสวย และสว่างกว่า ซึ่งบางทีการแข่งขันในร่มบางสนามที่ไฟไม่พอ หรือสนามที่ไม่ได้เป็นระดับเวิลด์คลาส ทำให้ภาพออกมาไม่สวย ถ้าเป็นเรื่องสีสันของภาพ ชายหาดสีสว่าง แจ่มชัด และสวยงามกว่า

แต่ถ้าหากเป็นเรื่องของการทำงาน คือทำงานของชายหาดยากกว่ามาก เพราะเขาจะมีสนามแข่งขันอย่างน้อย 4 สนามที่แข่งพร้อม และเราต้องถ่ายภาพทั้งหมด ซึ่งความยากในการทำงานของชายหาดมันจะยากมากในร่ม ยิ่งการทำงานของ FIVB ต้องทั้งแต่งภาพ และใส่ข้อความ มันยิ่งทำให้ยากไปกว่าเดิม

ช่างภาพที่ที่ได้ไปโอลิมปิกเกมส์มีทั้งหมดกี่คน

อันนี้เป็นข้อมูลจาก ริโอเกมส์ (2016) นะครับ ช่างภาพประจำการแข่งขันวอลเลย์บอลจะมีทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย วอลเลย์บอลในร่ม 2 คน วอลเลย์บอลชายหาด 2 คน และจะมีอีก 1 คน ที่จะอยู่ประจำกับประธาน FIVB และคณะทำงาน

แต่ว่าในปี 2020 นี้ ยังไม่แน่ใจว่าทีมงานช่างภาพจะมี 5 คนหรือเปล่า เพราะด้วยสถานการณ์โควิด-19 แต่ว่าวอลเลย์บอลชายหาดรอบนี้มี 2 คนแน่ ๆ คือผม และช่างภาพผู้หญิงจาก เยอรมนี ที่เธอจะเป็นขาประจำของการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดระดับโลก รวมถึงใน VNL ที่อิตาลี ที่ผ่านมา เธอก็ได้เป็น 1 ใน 3 ช่างภาพของการแข่งขันด้วยครับ

ความรู้สึกในการได้ไปโอลิมปิกเกมส์

เราเกิดมาครั้งหนึ่ง การจะได้ไปถ่ายรูปในงานโอลิมปิกเกมส์ ผมมองว่าเป็นอีเวนต์สูงสุดในชีวิต ช่างภาพบางคนอาจจะอยากไปเทนนิสวิมเบิลดัน หรือฟุตบอลโลก แต่สำหรับผมแล้ว โอลิมปิกเกมส์คือที่สุดของตัวเอง และหลาย ๆ คน การที่ได้มาถึงจุดนี้เป็นความภูมิใจ ที่จะได้ไปทำหน้าที่ ภูมิใจ และดีใจมาก ๆ ครับ

ภาพมุมไหน หรือรูปแบบไหนอยากจะถ่ายเป็นพิเศษในโอลิมปิกเกมส์หนนี้

ตอนนี้คือไม่รู้ว่าสนามวอลเลย์บอลมันจะออกมาเป็นแบบไหน เพราะถ้าเราย้อนกลับไปดูภาพเมื่อปี 2016 (ริโอเกมส์ บราซิล) ที่มีมุมสวย ๆ และคนดูเต็มสนาม มันคงจะเทียบไม่ได้ เพราะช่วงในอยู่ในช่วงโควิด ถ้าจะหามุมแปลก ๆ ตอนนี้ยังไม่คิดขนานนั้นครับ คงต้องไปศึกษาที่หน้างานอีกทีหนึ่งก่อน แต่ก็มีมุมภาพที่คิดไว้ในใจว่าจะต้องมีภาพมุมกว้าง แต่จะได้มากน้อยแค่ไหน ต้องดูที่หน้างานอีกทีครับ

วิธีการหามุมมองภาพใหม่ ๆ ของตัวเอง

อย่างแรกเราต้องดูจากช่างภาพมืออาชีพจากต่างประเทศ เราต้องดูก่อนว่ามุมมองของเขาเป็นยังไง แล้วค่อยเราก็นำมาปรับใช้ บางภาพต้องยอมรับภาพของช่างภาพต่างประเทศสวย ถ้าหากเราอยู่มุมแบบเดียวกันกับเขา เราอาจจะลองถ่ายให้เหมือนกันเขา และถ้าทำได้แล้ว เราก็ลงมาฝึกกับตัวเอง สร้าง และ จินตนาการ กับตัวเอง ยิ่งถ้าเราได้ไปถ่ายวอลเลย์บอล ต้องคิดมาก่อนแล้วว่าเราอยากจะเห็นมุมไหนแปลก ๆ ต้องคิดไปเรื่อย ๆ ฝึกไปเรื่อย ๆ ครับ

แนวทางการถ่ายภาพที่อยากแนะนำให้กับคนที่สนใจ

จุดแรกเลย คือเราต้องชอบกับมันก่อน ว่าเราทำแล้วมีความสุขกับมันหรือไม่ บางคนอาจจะชอบงานถ่ายภาพ แต่ว่าพอทำไปแล้วดันไม่มีความสุข เพราะฉะนั้น ถ้าเราชอบ และเมื่อทำไปแล้วมีความสุข

ต่อมาคือต้องขยัน และฝึกฝนบ่อย ๆ ถ่ายเรื่อย ๆ ดูจากคนที่เขาเก่ง ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือต่างประเทศ ดูเยอะ ๆ และนำมาฝึก และนำมาปรับให้เป็นตัวตนของเราเอง พอเรามีความรู้ มีความชำนาญ เราก็พยายามรักษาไว้ และพยายามเรียนรู้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะปีหน้าปี หรือต่อไป อาจจะมีมุมแปลก ๆ มาให้เราถ่ายอยู่เสมอ ดังนั้นจะต้องฝึกเรียนรู้บ่อย ๆ ครับ

และนี่คือเรื่องราวของ "เอ็ดดี้" ช่างภาพคนไทย ที่จะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเชื่อว่าเขาจะฝากฝีมือ และผลงานที่สวยงามให้เราได้ติดตามอย่างแน่นอน

วอลเลย์บอลชายหาดโอลิมปิกเกมส์ 2020 จะแข่งขันที่สวนสาธารณะชิโอซาเสะ โดยรอบแรก แข่งขันระหว่างวันที่ 24-31 กรกฎาคม 2564 และรอบน็อค-เอาท์ แข่งขันระหว่างวันที่ 1-7 สิงหาคม 2564