ศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 รอบแบ่งกลุ่ม ถือเป็นปีที่มีสโมสรตัวแทนจากศึกไทยลีก เข้าร่วมการแข่งขันมากสุดเป็นประวัติศาสตร์ถึง 4 ทีม แถม 3 จาก 4 ทีม คือสโมสรหน้าใหม่ที่ไม่เคยได้ผ่านเข้ามาเล่นในรอบนี้มาก่อน

 โดยหลังผ่านการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 นัด ซึ่งถือเป็นครึ่งทางของการแข่งขันรอบนี้ เราไปเช็คผลงานและโอกาสเข้ารอบของ 4 สโมสรตัวแทนจากศึกไทยลีกกันว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

 - บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (กลุ่มเอฟ)
ผลงาน 3 นัดที่ผ่านมา
ชนะ คายา เอฟซี
(ฟิลิปปินส์) 4-1
แพ้ อุลซาน ฮุนได
(เกาหลีใต้) 0-2
ชนะ เวียตเทล เอฟซี
(เวียดนาม) 2-0

 "เดอะ แรบบิท" เข้าร่วมแข่งขันศึกถ้วยใหญ่เอเชียเป็นครั้งแรกตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร และถือว่าทำผลงานใน 3 นัดที่ผ่านมาได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เพราะเก็บ 6 คะแนน จาก 2 สโมสรคู่แข่งในอาเซียนได้ตามเป้าหมาย ทำให้รั้งอยู่ในอันดับ 2 ของกลุ่ม 

 แม้จะเป็นน้องใหม่ในรายการนี้ แต่แชมป์ไทยลีก 2020 ยังคงแข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตู , กองหลังอย่าง วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ และ อันเดรส ตูเญซ , กองกลางมีทั้ง สารัช อยู่เย็น , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ สุมัญญา ปุริสาย ที่มีดีกรีทีมชาติไทย , สุดท้ายคู่หัวหอกสุดอันตรายอย่าง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต กับ ธีรศิลป์ แดงดา ขณะที่ขุมกำลังสำรองก็มีทั้ง ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ , เชาวว์วัฒน์ วีระชาติ , สิโรจน์ ฉัตรทอง , สุรชาติ สารีพิมพ์ รวมไปถึง เจนรบ สำเภาดี ที่นั่งรอโอกาสอยู่ข้างสนาม

 โดย 3 เกมต่อไปของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด จะพบกับ เวียตเทล เอฟซี 5 ก.ค.64 , คายา เอฟซี 8 ก.ค.64 และปิดท้ายกับ อุลซาน ฮุนได 11 ก.ค.64 ซึ่งเกมสำคัญของพวกเขาก็คือ การรีแมตช์กับ เวียตเทล เอฟซี ในนัดต่อไป เพราะหากย้ำแค้นได้สำเร็จ บวกกับเกมนัดที่ 5 ซึ่งจะพบกับ คายา เอฟซี ไม่พลาดการเก็บอีก 3 แต้ม

 จะทำให้ "เดอะ แรบบิท" จะมีแน่ๆ 12 แต้ม ก่อนเจอ อุลซาน ฮุนได ในเกมสุดท้าย และมีโอกาสสูงทีเดียวที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้ อย่างน้อยๆ ก็ในฐานะทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ทีม

- การท่าเรือ เอฟซี (กลุ่มเจ)
ผลงาน 3 นัดที่ผ่านมา
แพ้ คิตฉี เอสซี
(ฮ่องกง) 0-2
ชนะ กว่างโจว เอฟซี
(จีน) 3-0
เสมอ เซเรโซ่ โอซาก้า
(ญี่ปุ่น) 1-1

 เรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันเวลา สำหรับขุนพล "สิงห์เจ้าท่า" หลังประเดิมสนามด้วยการพลิกล็อคแพ้ คิตฉี 0-2 ชนิดที่บุกพับสนามอยู่เกือบตลอด 90 นาที ซึ่งผลงานการชนะ กว่างโจว และการเสมอกับทีมแกร่งจากเจลีกอย่าง เซเรโซ่ โอซาก้า น่าจะทำให้นักเตะการท่าเรือมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นก่อนลงเตะ 3 เกมที่เหลือ

 ขุมกำลังนักเตะ "สิงห์เจ้าท่า" ชุดนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียว การเข้ามาเสริมทัพของ จอห์น บาจโจ้ กับ ฟิลิป โรลเลอร์ เพิ่มประสิทธิภาพเกมรุกริมเส้นให้ทีมอย่างเห็นได้ชัด ส่วน โก ซุล-กิ , เซอร์คิโอ ซัวเรส และ ศิวกร จักขุประสาท ก็ยังเป็นตัวหลักที่ทีมจะขาดไปไม่ได้ แถมการกลับคืนร่างเทพของ "เจ้าบาส" ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ก็ช่วยเพิ่มความอันตรายให้กับเกมรุกของทีมได้อีกทาง

 3 นัดสุดท้ายของ การท่าเรือ เอฟซี ประกอบด้วย เซเรโซ่ โอซาก้า 3 ก.ค.64 , คิตฉี เอสซี 6 ก.ค.64 และ กว่างโจว เอฟซี 9 ก.ค.64 ซึ่งแน่นอนว่างานยากสุดก็คือ การดวลกับ เซเรโซ่ โอซาก้า แต่หากพวกเขาทำได้ดีเหมือนกับเกมแรกที่ยันเสมอมาได้ อีก 2 นัดที่เหลือการเก็บ 6 แต้มเต็มก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และหากทำผลงานได้สำเร็จตามที่เกริ่นมา

 เท่ากับว่า "สิงห์เจ้าท่า" จะจบด้วยการมี 11 คะแนน และมีโอกาสไม่น้อยที่จะได้ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เช่นเดียวกัน

- เชียงราย ยูไนเต็ด (กลุ่มเอช)
ผลงาน 3 นัดที่ผ่านมา
แพ้ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส
(เกาหลีใต้) 1-2
ชนะ แทมปิเนส โรเวอร์ส
(สิงคโปร์) 1-0
เสมอ กัมบะ โอซาก้า
(ญี่ปุ่น) 1-1

 "กว่างโซ้งมหาภัย" คือทีมเดียวจากไทยลีก ที่ต้องเดินทางไปเล่นต่างแดนในรอบนี้ที่ประเทศอุซเบกิสถาน อย่างไรก็ตามพวกเขาคือทีมที่มีประสบการณ์ในการแข่งขันรายการนี้มาแล้วในปีก่อน ผลงาน 3 นัดของ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำได้น่าประทับใจทีเดียว เพราะเกมแรกจะแพ้ ชุนบุค ฮุนได 1-2 แต่พวกเขาก็ต่อกรกับทีมแชมป์เคลีก 2020 ได้ชนิดไม่เป็นรอง ก่อนจะมาแผลงฤทธิ์โชว์หัวใจนักสู้ในการไล่ตีเสมอ กัมบะ โอซาก้า ในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน

 จุดเด่นของ เชียงราย ยูไนเต็ด คือความเข้าใจกันของนักเตะในทีม เพราะแกนหลักชุดนี้เล่นร่วมกันมานาน ไม่ว่าจะเป็น พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล , ธนะศักดิ์ ศรีใส , บรินเนอร์ เอ็นริเก้ , ศิวกรณ์ เตียตระกูล , เอกนิษฐ์ ปัญญา และ บิลล์ โรซิมาร์ 

 โดย 3 เกมต่อไปของ เชียงราย ยูไนเต็ด ไล่จาก 4 ก.ค.64 พบ กัมบะ โอซาก้า , 7 ก.ค.64 พบ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ส , 10 ก.ค.64 พบ แทมปิเนส โรเวอร์ส แน่นอนว่าจากโปรแกรมงานหนักของทัพ "กว่างโซ้ง" คือ 2 เกมต่อไป ที่ต้องรีแมตช์กับทีมจากศึกเจลีก และ เคลีก ซึ่งหากเก็บชัยชนะได้สัก 1 เกม ก็ยังพอมีลุ้นเข้ารอบต่อในเกมสุดท้ายกับ แทมปิเนส โรเวอร์ส

 แต่หากทำไม่ได้ก็จะเป็นอีก 1 ปี ที่พวกเขาหยุดเส้นทางไว้เพียงแค่รอบแบ่งกลุ่ม

- ราชบุรี เอฟซี (กลุ่มจี)
แพ้ โปฮัง สตีลเลอร์ (เกาหลีใต้) 0-2
แพ้ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม
(มาเลเซีย) 0-1
แพ้ นาโกย่า แกรมปัส
(ญี่ปุ่น) 0-4
แพ้ นาโกย่า แกรมปัส
(ญี่ปุ่น) 0-3

 "ราชันมังกร" ได้เข้ามาแข่งขันรายการ ACL เป็นครั้งแรกของสโมสร แถมอยู่ในกลุ่มที่โหดเอาเรื่อง เพราะนอกจากจะมี 2 ทีมแกร่งจากศึกเคลีก และ เจลีก ร่วมกลุ่มแล้ว ยังมียักษ์ใหญ่ดีกรีแชมป์ลีกจากมาเลเซียอยู่ร่วมกลุ่มด้วยอีกทีม

 จากรายชื่อทีมร่วมกลุ่มจึงไม่แปลกที่ ราชบุรี เอฟซี จะยังไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย หลังลงสนามมาแล้ว 4 นัด เพราะนอกจากจะเป็นน้องใหม่ของรายการแล้ว ประสบการณ์นักเตะของ "ราชันมังกร" ก็ดูเป็นรองทุกทีม จะมีก็แค่ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ , จักรพันธ์ พรใส , สรรวัชญ์ เดชมิตร , ประวีณวัช บุญยงค์ , กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ที่พอจะมีประสบการณ์ในระดับทีมชาติติดตัวมาบ้าง 

 โปรแกรมของ "ราชันมังกร" เหลืออีก 2 นัดให้ลงแข่งขันคือ 4 ก.ค.64 พบ โปฮัง สตีลเลอร์ และ 7 ก.ค.64 พบ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม แน่นอนว่าโอกาสเข้ารอบต่อไปไม่มีเหลือแล้ว แต่เชื่อเถอะว่านักเตะราชบุรี เอฟซี ยังสู้เต็มที่ทุกคน เพราะแม้จะไม่มีลุ้นเข้ารอบแล้ว แต่พวกเขาก็ยังหวังจารึกประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น การยิงประตูแรกในรายการนี้ , การเก็บแต้มแรก หรือคิดไกลไปถึงการเก็บชัยชนะเกมแรก เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟนบอลของพวกเขา

 ทั้งหมดเป็นผลงานของทั้ง 4 สโมสรตัวแทนไทยลีก กับการลงแข่งขันฟุตบอลถ้วยใหญ่สุดของเอเชีย โดยแม้ ราชบุรี เอฟซี จะตกรอบไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีก 3 ทีมที่ได้ลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์

 ดังนั้นเรามาร่วมกันส่งกำลังใจให้กับทั้ง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด , การท่าเรือ เอฟซี , เชียงราย ยูไนเต็ด ในการเดินหน้าสร้างชื่อเสียงให้กับฟุตบอลไทยกันครับ