แฟน"กระทิงดุ"สเปน พากันผิดหวังไปตามๆ กัน เมื่อทีมขวัญใจอดีตแชมป์โลกและแชมป์ยูโร 3 สมัย เปิดบ้านทำได้แค่เสมอ "สวีเดน" แบบไร้สกอร์ 0-0 เก็บแต้มแรกแบบทุกลักทุเล

 เกมนัดแรก "กระทิงดุ"สเปน ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 กลุ่มอี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ สนาม เอสตาดิโอ ลา การ์ตูฆ่า ในเมืองเซบีย่า เจ้าบ้านพบกับ "ไว้กิ้ง" สวีเดน

 ก่อนการแข่งขัน หลายคนคาดหมายว่า สเปน จะเก็บ 3 แต้มได้ ด้วยชื่อชั้นและผลงานที่ดีกว่า รวมถึงสถิติการพบกับ สวีเดน ในศึกยูโร 5 ครั้งล่าสุด สเปน ไม่เคยแพ้ แถมยิงประตูได้ทุกนัด

 แต่ทุกอย่างก็ต้องมีครั้งแรกเสมอ และเป็นครั้งแรกที่ สเปน ยิง สวีเดน ไม่ได้ จบลงด้วยผลเสมอแบบคาใจ

 ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า ปัญหาสำคัญอยู่ในแนวรุก โดยเฉพาะกองหน้าดีที่สุดที่สเปนมีคือ อัลบาโร่ โมราต้า แทบพึ่งพาไม่ได้ ในรอบคัดเลือก โมราต้า ทำผลงานยิงได้เพียงแค่ 4 ประตู เท่ากับกองหลังจอมเก๋า เซอร์จิโอ รามอส ที่หลุดโผช่วงสุดท้ายในการประกาศชื่อ

 ก่อนเกม โมราต้า ลงเล่นรับใช้ทีมชาติสเปนไปแล้ว 40 นัด เป็นศึกยูโรสมัยที่สอง ยิงไปรวม 19 ประตู มากกว่ากองหน้าคนอื่นในชุดนี้ ทั้ง เคราร์ด, เฟร์ราน ตอเรส, อดาม่า ตราโอเล่, มิเกล โอยาร์ซาบาล และ พาโบล ซาราเบีย ทำให้เขาถูกคาดหวังจะช่วยทะลวงตาข่ายช่วยทีมได้

 แต่กองหน้าที่ทำประตูได้เท่ากับกองหลังในรอบคัดเลือก ผลงานในเกมล่าสุด โมราต้า ล้วนทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ประตูของสวีเดน แทบไม่ต้องออกแรงเซฟ เมื่อจังหวะหลุดเดี่ยว หรือลูกที่ต้องได้ โมราต้า ยิงหลุดออกนอกกรอบไปเสียสิ้น

 อีกทั้งรูปเกมเรียกได้ว่าขัดใจ หากเทียบกับยุคทองของบอล สเปน ที่สร้างความสำเร็จในการคว้าแชมป์โลกและแชมป์ยูโรได้สำเร็จ โดยเฉพาะเกมแดนกลางที่ขับเคลื่อนโดย ชาบี อลอนโซ, อันเดรส อิเนียสตา และ ชาบี เฮอร์นันเดซ

 เกมบุกครองบอลได้สูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ทำสถิติจ่ายบอลสูงสุดเวลานี้ มีโอกาสยิง 17 ครั้ง และเข้ากรอบ 5 หน แต่ไม่มีประตู ทำเอากองเชียร์อ่อนใจ

 จึงไม่น่าแปลกใจที่ก่อนแข่ง สเปน ถูกวางเป็นทีมเต็งอันดับ 6 แม้เกียรติประวัติถือว่าไม่ธรรมดา การคว้าแชมป์มาแล้ว 3 สมัย ในปี 1964, 2008 และ 2012 โดยแชมป์สองครั้งล่าสุด สเปน ถือเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้ ส่วนผลงานปีล่าสุดคือการพ่าย อิตาลี 0-2 ตกรอบ 16 ทีม

 สำหรับ สเปน ในยุคยูโร 2020 ถือเป็นปัญหาที่ท้าท้ายของ "หลุยส์ เอ็นริเก้" กุนซือที่เคยพาทีมบาร์เซโลน่าคว้าชัยในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2015 แต่สำหรับทีมชาติ หลายคนมองว่ายังไม่น่าประทับใจ ยิ่งกองเชียร์จากฝั่งชุดขาว "เรอัล มาดริด" เรียกได้ว่าไม่ปลื้ม

 เนื่องเพราะภายหลังการประกาศรายชื่อ 24 ผู้เล่นชุดยูโร 2020 ล่าสุดปรากฏว่าไม่มีชื่อของ เซร์คิโอ รามอส กองหลังวัย 35 ปีของ เรอัล มาดริด ตัวเก๋ามากประสบการณ์ร่วมคว้าแชมป์โลกและแชมป์ยูโรมาแล้ว ด้วยเหตุผลสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์

 ขณะเดียวกันในรอบคัดเลือก เซอร์จิโอ รามอส คือหัวใจของทีมที่พาทีมเข้ารอบสำเร็จ แถมทำไป 4 ประตูมากเท่ากับกองหน้าตัวหลักของทีม การไม่เรียก "รามอส" ติดทีมไปทำให้ สเปน ในชุดศึกยูโร 2020 ครั้งนี้จะไม่มีนักเตะจากเรอัล มาดริด อยู่เลย ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ทำให้กองเชียร์ฝั่งชุดขาวที่มากมายมหาศาลถึงกับหันหลังให้กับทีม

 ส่วนขุมกำลังที่เหลือ ต้องยอมรับว่า "สเปน" ไม่มีจุดขาย แถมหลายคนอยู่ในช่วงที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตราฐาน ไม้เว้นแม้กระทั่ง "ดาบิด เด เคอา" ประตูจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเหนียวหนึบติดอันดับโลก

 แต่หากจะหาจอมเก๋า สเปน เหลือเพียง "จอร์ดี อัลบา" กัปตันทีม เป็นหนึ่งในสองนักเตะชุดแชมป์จากปี 2012 ร่วมกับ "เซร์คิโอ บุสเก็ตส์" ที่ติดมาในฐานะตัวสำรอง
 
 "จอร์ดี้ อัลบ้า" ในวัย 31 นักเตะเด็กปั้นจากบาร์เซโลน่า เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลเป็นครั้งแรกกับสโมสรเยาวชน บาร์เซโลนา ในปี 1998-2005 ยาวนานถึง 7 ปี ก่อนย้ายไปอยู่ร่วมกับสโมสรเยาวชน บาเลนเซีย และสามารถก้าวขึ้นค้าแข้งในฐานะนักเตะอาชีพ ร่วมกับชุดใหญ่ บาเลนเซีย ในปี 2007 ขณะวัยเพียง 18 ปี 

 อยู่ในชุดเสื้อ "ไอ้ค้างคาว" บาเลเซีย นาน 5 ปี จากนั้นในปี 2012 ย้ายกลับมาร่วมค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ทีมที่ปลุกปั้นอีกครั้ง

 สำหรับเส้นทางทีมชาติ  "จอร์ดี้ อัลบ้า"  ติดทีมครั้งแรกในปี 2006 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี , ปี 2009 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี , ปี 2008-2011 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี , ปี 2012 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี 

 กระทั่งในปี 2011 ได้รับเลือกให้เข้าร่วมเล่นฟุตบอลทีมชาติสเปนชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ขณะอายุ 22 ปี ก่อนเป็นหนึ่งในขุนพล "กระทิงดุ" สเปน คว้าแชมป์ยูโร 2012

 ในชุด 2020 จากดาวรุ่งในการคว้าแชมป์เมื่อ 8 ปีก่อน เป็นจอมเก๋าศึกยูโร สมัยที่ 3 ของ  "จอร์ดี้ อัลบ้า" ในฐานะกัปตันทีม ต้องยอมรับโอกาสชูถ้วยน้อยมาก เมื่อเทียบกับ 2 ครั้งที่ผ่านมา

 ต้องภาวนาแนวรุกที่เคยเกรียงไกรกับมาคมและดุดันเหมือนเดิม โดยเฉพาะ "โมราต้า" กองหน้าความหวัง หรือรอการแจ้งเกิดของ "อันซู ฟาติ" ดาวรุ่งในวัย 18 ปี 

 "อันซู ฟาติ" แม้ยังเยาว์แต่ดีกรีไม่ธรรมดา เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้สโมสรในลาลีกาในรอบ 78 ปีให้กับ "บาร์ซ่า" ขณะอายุ 16 ปี 304 วัน ก่อนไปสร้างตำนานเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้สโมสรในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยสถิติ 17 ปี 40 วัน 

  พร้อมกับถูกเรียกขึ้นทีมชาติชุดใหญ่ในวัย 18 ปี กลายเป็นนักเตะที่ทำลายสถิติ ผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในรอบ 95 ปีของสเปน ในเกมชนะ ยูเครน 4-0 ในศึกยูฟ่าเนชั่นส์ลีก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา 

 หาก "โมราต้า" เข้าฝัก พร้อมกับการแจ้งเกิด "อันซู ฟาติ" ยังมีโอกาสที่ "สเปน" จะไปได้ไกล แต่หากว่าไม่ ก็ต้องรอ "กระทิง" สายเลือดใหม่ที่รอโอกาสจะประสบความสำเร็จอีกครั้ง