วอลเลย์บอลเนชันส์ ลีก (VNL) กลับมาแข่งขันกันแล้ว ที่เมืองริมินี ประเทศอิตาลี และจบลงไปกับ 3 เกมในสัปดาห์แรกของประเภททีมหญิง

จากการได้รับชมเกมการแข่งขันของทีมสาวไทย ที่ลงเล่นในศึกชิงแชมป์เอเชีย : VNL เอดิชัน รวมถึงหลาย ๆ เกม กับอีกหลาย ๆ คู่ที่แข่งขันในสนามฟิเอรา ริมินี

ตลอด 2 ปี ของการแข่งขันรายการนี้ นับตั้งแต่ปี 2018, 2019 ยอมรับเลยว่า VNL เป็นรายการที่ทำให้เราแทบจะไม่ได้นอน เพราะมีเกมการแข่งขันให้ได้ลุ้น ได้เชียร์กันตลอด

ซึ่งที่ผ่านมา ยังสามารถรับชมได้ผ่านทางช่อง 3 และช่องอื่น ๆ ของช่อง 3 ที่ทำการถ่ายทอดสด เป็นช่วงเวลาที่สนุก และมัน ทั้งการได้ดูเกมแข่งขัน และความมันในการอดนอน

แต่คราวนี้ เกม VNL ที่ปรับมาเล่นกันเพียงแค่ 2 สนาม ๆ ละ 4 คู่ ก็แทบจะไม่ได้แตกต่างจากเดิม อีกทั้งช่วงเวลาในการดูก็ค่อนข้างดี เพราะคู่แรกเริ่ม 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ลากยาวไปจนถึงคู่สุดท้ายคือ 02.00 น. จบก็ประมาณ 03.30 น. หรือ 04.00 น. ก็มี

และนี่คือความรู้สึกได้รับชม และบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปของการแข่งขันครั้งนี้

- ไม่มีเปลี่ยนแดน

ยอมรับว่าตามตรงว่าไม่ค่อยชินเท่าไหร่กับการดูวอลเลย์บอล แล้วไม่มีการเปลี่ยนแดนหลัง เพราะอย่างที่เราทราบกันว่า การแข่งขันวอลเลย์บอล ทุกครั้งที่จบเซต จะต้องทำการเปลี่ยนแดนกันอยู่เสมอ

แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์โควิด ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ไม่มีการเปลี่ยนแดนหลังจากจบเซต รวมถึงไม่มีเปลี่ยนแดนในช่วงการแข่งขันเซตที่ 5

ซึ่งวิธีการนี้เราได้เห็นมาแล้วในการแข่งขันเทสต์ โอลิมปิกเกมส์ 2021 ที่ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ ในการแข่งขันที่พบกับ จีน เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาม 2564 ที่ผ่านมา

แต่จะว่าไปแล้วมันก็แปลกตาดีเหมือนกัน

- ไม่มีเจ้าหน้าที่เก็บบอลข้างสนาม - นักกีฬาหยิบลูกบอลจากตะกร้าเอง

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่เห็นในสนาม คือเจ้าหน้าที่สนามที่ทำหน้าเก็บบอล หรือ บอลบอย ที่จะส่งลูกวอลเลย์บอลไปยังมุมต่าง ๆ ของสนาม และคอยทำหน้าที่ส่งบอลให้กับนักกีฬาในการเสิร์ฟ

แต่ในครั้งนี้ บอลบอย มีประจำเพียงแค่ 2 ฝั่งท้ายคอร์ตของสนาม และจะคอยเก็บลูกบอลหลังจากแต้มตาย และทำหน้าที่เช็ดด้วยผ้า และแอลกอฮอลล์ ก่อนจะวางลูกบอลลงตะกร้าที่ประจำหลังสนามทั้ง 2 ฝั่ง

ซึ่งเมื่อนักกีฬาจะเสิร์ฟบอลในแค่ครั้ง ก็จะเป็นคนเดินเข้ามาหยิบลูกบอลจากตะกร้าเอง

- ไม่มีไลน์ จัดจ์

ในกีฬาวอลเลย์บอลผู้กำกับเส้น หรือ ไลน์ จัดจ์ จะยืนประจำมุมทั้ง 4 มุม บนเส้นสนาม เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบลูกลง ลูกออก หรือแจ้งบอลทัช การทำเกมรุกของนักกีฬาในสนาม และถือว่าเป็นผู้ช่วยของทั้งผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินที่ 2 ในสนาม

ซึ่งหน้าที่ ไลน์ จัดจ์ ในการแข่งขัน VNL หากใครจำกันได้ เมื่อปี 2019 ตำแหน่งผู้กำกับเส้นในสนาม ลดเหลือเพียงแค่ 2 คน ที่จะประจำอยู่ฝั่งด้านหลังของคอร์ตเท่านั้น

ทั้งนี้เนื่องด้วยเทคโนโลยีอย่าง วิดีโอ ชาเลนจ์ ของ FIVB มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง อีกทั้งยังเป็นการประหยัดคนในสนามแข่งขัน

จนในการแข่งขัน VNL ครั้งนี้ ไม่มีผู้กำกับเส้น หรือ ไลน์ จัดจ์ ในสนาม และใช้การขอดู วิดีโอ ชาเลนจ์ เข้ามาช่วยในการตัดสินแทน

- ไม่มีคนดูในสนาม

การแข่งขันวอลเลย์บอล ความสนุกคือการได้เห็นนักกีฬาลงเล่น พร้อมด้วยเสียงเชียร์จากผู้ชมในสนาม ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่สีสันของการเกมกีฬา

ทว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การแข่งขัน VNL ต้องปรับมาเป็นการเล่นแบบไม่มีคนดู รวมถึงยังต้องจัดในรูปแบบ Bubble ที่ค่อนข้างรัดกุม เพื่อไมให้มีเชื้อโควิด ในช่วงของการแข่งขัน

นี่จึงเป็นครั้งแรกของวอลเลย์บอลเวทีนานาชาติ ที่จัดแข่งขันโดยไร้ผู้ชมในสนาม

- การเปลี่ยนตัวในสนาม

ในช่วงหลัง การแข่งขันในระดับนานาชาติที่จัดโดย FIVB เขาเองพยายามให้การเปลี่ยนตัวผู้เล่นของทีมนั้นรวดเร็วที่สุด

หากเป็นการแข่งขันในประเทศไทย หรืออย่างในวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก นักกีฬาที่จะเปลี่ยนตัวลงสนาม ต้องชูป้ายเบอร์ของผู้เล่นที่จะเปลี่ยนออก แลวิ่งไปที่จุดเปลี่ยนตัว และเจ้าหน้าที่โต๊ะสกอร์ชีท หรือผู้บันทึกการแข่งขัน จะเป็นผู้กดออดให้สัญญาณการขอเปลี่ยนตัว

ซึ่งเราจะสังเกตุได้ว่าวการเปลี่ยนตัวของนักกีฬาในรายการของ FIVB รวมถึง VNL หนนี้ ไม่มีการชูป้ายเปลี่ยนตัว โดยจะเป็นการขอเปลี่ยนตัวผ่านทางแท็บเล็ต ที่ข้างสนาม

รวมถึงการขอเวลานอก ที่จะต้องใช้แท็บเล็ตในการกดขอเพื่อส่งไปยังโต๊ะสกอร์ชีทด้วยเช่นกัน

แต่เนื่องด้วยการเปลี่ยนตัวที่ค่อนข้างจะรวดเร็วแบบนี้ ทำให้บางทีในการที่เราดูถ่ายทอดสด จะทำให้เรางงว่าใครเข้า ใครออกบ้าง เพราะการดูเกม เราก็คงอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกม หรือแท็คติคของทีมเช่นกัน

อีกทั้งบางที การเปลี่ยนตัวที่ไวแบบนี้ แม้แต่คนพากย์ภาษาอังกฤษเองก็ยังตามไม่ทันเช่นกัน

- เพลง และเสียงในสนาม

อีกหนึ่งสิ่งของคนที่ได้ดูการแข่งขัน VNL คือการได้รับเสียงพากย์เวอร์ชันภาษาอังกฤษที่ยอมรับตามตรงว่าฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับ แต่มันก็สนุกดีไปอีกแบบ และยังได้เป็นการฝึกภาษาให้กับตัวเราไปด้วยเล็กน้อย

ส่วนเรื่องของเพลง และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในสนาม เหมือนช่วงแรก ๆ เสียงเพลงในสนาม และเสียงของพิธีกรจะค่อนข้างดัง แต่มาวันหลัง ๆ (ท้าย ๆ ของสัปดาห์แรกทีมหญิง) เหมือนเขาจะปรับให้ลดลงมาเพื่อให้ฟังเสียงคนพากย์แทน

แต่เสียงของนักกีฬาในสนามก็ชัดเจนดี รวมถึงช่วงการขอเวลานอก เสียงการแก้เกมของโค้งดังฟังชัดเจนนักแล หรือแม้แต่การพูดคุยของนักกีฬา เราก็ฟังได้ถนัด

เพลงในสนามก็เปิดค่อนข้างหลากหลาย ทั้งมัน ทั้งเร้าใจ และหลายหลากประเทศ เรียกได้เปิดแบบไม่เกรงใจลิขสิทธิ์กันเลยทีเดียว

- คุณภาพภาพ และการถ่ายทอดสด

งานระดับโลกของ FIVB ยอมรับว่านี่คือที่สุดของการได้รับชมโปรดักชันวอลเลย์บอลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง VNL ภาพคมชัด ระดับ HD และใสปี๊งกันเลยทีเดียว

การลำดับภาพของไปในทางที่สวย ไม่ค่อยมีหลุด แต่เนื่องด้วยการแข่งขันมันมี 2 สนาม ทำให้การสื่อสารอารมณ์ในการถ่ายทอดสดทั้งสนาม 1 และสนาม 2 อาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ทั้งการจับแคบที่นักกีฬา การปล่อยภาพซูเปอร์สโลว์ มันดูสวยงาม และดูไม่เลี่ยนจนเกินไป หรือการจับแอคชันนักกีฬา ก็เนียนตามาก ๆ เลย

- volleyballworld.tv กับการได้ดูวอลเลย์บอลวันละ 8 คู่

สำหรับใครที่อยากดูวอลเลย์บอลแบบเต็มอิ่ม ทั้งตอนดูสด หรือดูย้อนหลัง หรือรับชมเกมของทีมชาติไทย ผ่านหน้าจอช่อง 3 แล้วยังไม่หนำใจ ต้องนี่เลย volleyballworld.tv

ช่องทางสตรีมมิงออนไลน์ ของ FIVB ที่จะทำให้ท่านได้ดูเกมของศึก VNL ทั้งทีมชาย และทีมหญิง อย่างจุใจ รวม 248 คู่ ตลอดทั้งรายการ ในราคา 14.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 470 บาท