ในแวดวงสนุกเกอร์โลก หากจะหาใครสักคนที่จะมาเทียบเท่าความยิ่งใหญ่ของ "สตีเฟ่น เฮนดรี้" หรือจะเป็น "รอนนี่ โอซุลลิแวน" ก็มี "ฉลามหิน" มาร์ค เซลบี้ คนนี้แหละ

 ยอดนักสอยคิววัย 37 จากเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ครองแชมป์โลกสมัยที่ 4 หลังบดบี้ขยี้ "ฌอน เมอร์ฟี่" 18-15 เฟรม คาครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ขยับใกล้แชมป์ 7 สมัยอย่าง "เฮนดรี้" และ "รอนนี่" แชมป์ 6 สมัย มาติดๆ ด้วยฟอร์มและวัยยัง "มาร์ค เซลบี้" มีเวลาและโอกาสมากพอที่จะสร้างตำนานบทใหม่

 ชัยชนะเหนือ "ฌอน เมอร์ฟี่" ในเกมที่สุดระทึกที่เรียกว่า "มวยถูกคู่" เพราะ "เซลบี้" เน้นเชฟและโชว์เหนียว แทงโหดเมื่อสบโอกาสตามฉายา "ฉลามหิน" แต่ "เมอร์ฟี่" คือจอมแม่นและสู้ทุกจังหวะที่สบโอกาส สองคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่น รู้จักและสนิทสนามกันมาตั้งแต่ 9 ขวบ ซ้อมและแข่งขันกันมาร่วม 20 ปี เจอกันครั้งใดก็ไม่มีใครกลัวใคร แต่ชัยชนะส่วนใหญ่ตกเป็นของ "เซลบี้"

 "มาร์ค เซลบี้" คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4  ต่อจาก 2014, 2016 และ 2017 พร้อมเงินรางวัล 500,000 ปอนด์ หรือประมาณ 20 ล้านบาท และเก็บแต้มสะสม 500,000 คะแนน ขยับอันดับจากอันดับ 4 ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของโลก แซงหน้า นีล โรเบิร์ตสัน และ รอนนี่ โอซุลลิแวน ตามหลัง "จัดด์ ทรัมป์" เพียงคนเดียว

 อีกทั้งถือเป็นสถิติอันน่าทึ่งในการเล่นรอบชิงชนะเลิศ จาก 4 แชมป์โลกในการเข้าชิง 5 สมัย "มาร์ค เซลบี้" พลาดแค่ครั้งเดียวในการเข้าชิงครั้งแรกเมื่อปี 2007 โดยพ่ายแพ้ให้กับ "จอนห์ ฮิกกิ้นส์" 13-18 เฟรม เพียงหนเดียวเท่านั้น 

 แต่กว่าจะครองแชมป์โลก 4 สมัย "มาร์ค เซลบี้" เคยจอดเพราะ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" มาแล้ว !!

 "เจมส์ วัฒนา" หรือ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" เคยสกัดดาวรุ่ง "มาร์ค เซลบี้" จนร่วงในรายการสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก โดยยอดนักสอยคิวในตำนานของไทยมีอายุมากกว่า "ฉลามหิน" 14 ปี

 "ไทยทอร์นาโด" เทิร์นโปรเล่นอาชีพในปี 1989 และอีก 10 ปีต่อมา "มาร์ค เซลบี้" เทิร์นโปรสู่ศึกสนุกเกอร์อาชีพ หลังจากโลดเล่นในสังเวียนสอยคิวโลกนาน 4 ปี "ฉลามหิน" จึงมีโอกาสมาเจอ "ไทยทอร์นาโด" ในรายการสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลกปี 2003

 เป้าหมายของนักสนุกเกอร์โลกคือการเข้าแข่งขัน ณ ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์ ในรายการชิงแชมป์โลก "มาร์ค เซลบี้" พยายามมาหลายปีแต่ไม่เคยสำเร็จ และในปี 2003 โคจรมาพบ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" ในปีที่ 4 ของการเล่นอาชีพ ในรอบคัดเลือกชิงแชมป์โลก 48 คนสุดท้าย

 ดาวรุ่งอังกฤษเวลานั้น พบยอดนักสนุกเกอร์หมายเลข 1 ของเอเชีย ผู้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศรายการชิงแชมป์โลกมาแล้ว 2 สมัยในปี 1993 และ 1997 ย่อมสร้างความสะพรึงให้กับเด็กใหม่ โดยการแข่งขันใช้ระบบ 19 เฟรม ใครถึง 10 เฟรมก่อนเป็นผู้ชนะ

 ปรากฏว่า "ไทยทอร์นาโด" ไล่ต้อน ไอ้หนูจากเลสเตอร์นำห่างถึง 3-0 ก่อน "เซลบี้" มาปล้นในเฟรมที่ 4 เฉือนไป 59-67 แต้ม ไล่ตีตื้นมาเป็น 3-1 แต่นักสอยคิวไทยทำเบรกยาวชนะ 86-0 และ 119-1 แต้มหนีห่างถึง 5-1 และมีระทึกอยู่บ้างในเฟรมที่ 9 เมื่อแต้มจบลงด้วยผลเสมอที่ 53-53 ต้องตัดสินด้วยการชิงดำ และผลคือ "ต๋อง วัฒนา" ตบหายขึ้นหนีเป็น 6-3

 สุดท้ายเกมจบลงด้วยชนะชัยชนะ "เจมส์ วัฒนา" สอยขาด 10-5 เฟรม ดับฝัน "มาร์ค เซลบี้" ให้รอต่อไป

 ในขณะที่ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" ผ่านเข้าไปเล่นใน "ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์" แต่ในปีนั้นตกรอบ 32 คนสุดท้ายเมื่อไปพ่ายให้กับ "จิมมี่ ไวท์" 6-10 เฟรม ส่วนแชมป์เป็นของ "มาร์ค วิลเลี่ยส์" ที่เอาชนะคู่ชิง "เคน โดเฮอร์ตี้" 18-16 เฟรม

 ส่วน "มาร์ค เซลบี้" ต้องรอถึง 6 ฤดูกาล จนมาประสบความสำเร็จเข้าสู่ "ครูซิเบิ้ล" ได้เป็นครั้งแรกในปี 2005 รอบแรก 32 คนสุดท้ายพบกับ "พ่อมดวิสกี้" จอนห์ ฮิกกิ้นส์ แต่ก็พ่ายไป 5-10 เฟรม 

 แต่นับจากฤดูกาล 2005 เป็นต้นมา "มาร์ค เซลบี้" ไม่เคยพลาดในการเข้าสู่ "ครูซิเบิ้ล เธียร์เตอร์" จวบจนถึงปัจจุบัน

 หลังจากปีแรกพ่าย "จอนห์ ฮิกกิ้นส์" ในปี 2006 รอบแรก "มาร์ค เซลบี้" จับสลากมาพบ "พ่อมดวิสกี้" อีกครั้ง แต่คราวนี้ล้างแค้นสำเร็จ ปราบ "ฮิกกิ้นส์" 10-4 ทะลุ 16 คนสุดท้าย ไปพ่ายให้จรวดทางเรียบ "มาร์ค วิลเลี่ยม" 8-13 เฟรม

 มาถึงในปี 2007 หนุ่มจากเลสเตอร์วัย 24 ณ เวลานั้น มาไกลเกินคาดทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก แต่ต้องไปเจอคู่ปรับและกระดูกชิ้นโต "จอนห์ ฮิกกิ้นส์" สุดท้ายพ่ายไป 13-18 เป็นรองแชมป์ที่หลายคนต่างจับจ้องถึงอนาคตว่ามีโอกาสจะเป็นแชมป์โลกในอนาคตอันใกล้

 แต่ในปีรุ่งขึ้น 2008 ในฐานะรองแชมป์ "มาร์ค เซลบี้" กลับจอดแค่รอบแรก เมื่อพ่ายพลิกให้ "มาร์ค คิงส์" 8-10 เฟรม แม้ในปีต่อมา 2009 จะเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ 8 คนสุดท้ายแต่ก็ต้องไปเจอ "จอนห์ ฮิกกินส์" อีกครั้งก่อนพ่ายไปในเฟรมตัดสิน 12-13

 ในปี 2010 "มาร์ค เซลบี้" เดินหน้าถึงรอบตัดเชือกแต่ก็พ่ายแพ้ให้กับ "แกรม ด็อด" แชมป์โลกในปีนั้น 14-17 เฟรม ในปี 2011 "มาร์ค เซลบี้" โชว์ฟอร์มเอาชนะแชมป์ 7 สมัย "สตีเฟ่น เฮนดรี้" ในรอบ 16 คน แต่ไปพ่าย "ดิง จินฮุย" มือ 1 มังกรจีนในรอบต่อมา 10-13 เฟรม

 ฟอร์มขึ้นๆ ลงๆ ทำให้ "ฉลามหิน" ยังไปไม่ถึงไหน ปี 2012 ก็ตกรอบแรกพ่าย "แบร์รี่ ฮอบกิ้นส์" หมดสภาพ 3-10 เฟรม และปี 2013 ก็พ่ายให้กับ "ฮอบกิ้นส์" อีกครั้ง 10-13 เฟรม ในรอบ 16 คนสุดท้าย

 กระทั่งในปี 2014 หนุ่มจากเมืองเลสเตอร์ ก็ก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์โลกได้สำเร็จ พร้อมๆ กับการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดของ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมของคนไทย โดยในนัดชิงชนะเลิศ "เซลบี้" สามารถเอาชนะ "เดอะร็อกเกต" รอนนี่ โอซุลลิแวน 18-14 เฟรม ครองแชมป์โลกอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติหลังเพียรพยายามมา 15 ปีเต็ม 

 แต่ในปีรุ่งขึ้น ฤดูกาล 2015 ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ เมื่อไปพ่าย "เอนโทนี่ แมคกิลล์" 9-13 เฟรมในรอบ 16 คนสุดท้าย

  ก่อนมาแก้ตัว คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ด้วยการปราบ "ดิง จินฮุย" มือ 1 มังกรจีน 18-14 เฟรม เป็นการคว้าแชมป์คล้อยหลังสโมสรรักในบ้านเกิด "เลสเตอร์ ซิตี้" คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก "มาร์ค เซลบี้" ถือธง "จิ้งจอกสยาม" พร้อมกับถ้วยแชมป์โลกอย่างภาคภูมิใจ


 ถือเป็นช่วงขาขึ้นปีต่อมาฤดูกาล 2017 "มาร์ค เซลบี้" ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกสำเร็จ และเป็นการคว้าแชมป์โลกสมัยที่สามโดยการเอาเอาชนะ "จอนห์ ฮิกกินส์" คู่ปรับอีกครั้ง 18-15 เฟรม

 แต่หลังจากคว้าแชมป์โลกสมัยที่สาม "เซลบี้" ฟอร์มเริ่มแผ่ว ตกรอบแรกในปี 2018 ไม่สามารถรักษาแชมป์ได้เมื่อถูก "โจ เพอร์รี่" สอยตกรอบแรก 4-10 เฟรม ปี 2019 ตกรอบ 16 คน โดยพ่ายให้กับ "แกรี่ วิลสัน"

 ปีที่ผ่านมาฤดูกาล 2020 "มาร์ค เซลบี้" หันไปใช้บริการโค้ช "คริส เฮนรี่" และกลับมาทำผลงานดีอีกครั้ง ในรายการชิงแชมป์โลกเข้าถึงรอบตัดเชือกแต่ก็พ่ายให้กับ "รอนนี่ โอซุลลิแวน" แชมป์โลกในปีนั้น แบบระทึก 16-17 เฟรม

 กระทั่งในรายการปิดฤดูกาลล่าสุด "มาร์ค เซลบี้" คว้าแชมป์โลกครั้งที่ 4 สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ "ฌอน เมอร์ฟี่"

 แชมป์ 4 สมัย ยอมรับว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาเล่นได้ดีอีกครั้งคือโค้ช โดยเฉพาะคำแนะนำโดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของตัวเอง สนุกเกอร์เป็นกีฬาที่จิตใจต้องแข็งแกร่ง คุณจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลยหากคุณยังสงสัยในตัวเองอยู่

 แชมป์ล่าสุดของ "เซลบี้" ถือเป็นการคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์แรงค์กิ้งเป็นรายการที่ 20 ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 7 เป็นรองเพียง 6 คนเท่านั้น คือ รอนนี่ โอซุลลิแวน 37 รายการ, สตีเฟ่น เฮนดรี้ 36 รายการ, จอห์น ฮิกกินส์ 31 รายการ, สตีฟ เดวิส 28 รายการ, มาร์ค เจ วิลเลียมส์ 23 รายการ และ จัดด์ ทรัมป์ 22 รายการ

 อีกทั้งยังเป็นแชมป์รายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์ 3 รายการยักษ์คือ ชิงแชมป์โลก, ยูเคแชมเปี้ยนชิพ, มาสเตอร์ส นับเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ 9 ขึ้นมารั้งอันดับที่ 4  เป็นรองเพียง 3 คน คือ  รอนนี่ 20 แชมป์ทริปเปิลคราวน์, สตีเฟ่น เฮนดรี้ 18 แชมป์ทริปเปิลคราวน์ และ สตีฟ เดวิส 15 แชมป์ทริปเปิลคราวน์

 แม้จะยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จเพียงใด อย่างน้อยก็มีเรื่องให้แฟนสนุกเกอร์ชาวไทยได้คุยว่า "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" เคยสอย "มาร์ค เซลบี้" ตกรอบในศึกสนุกเกอร์โลกมาแล้ว