เรื่องเงินๆ ทองๆ มันไม่เข้าใครออกใคร ?

 จากความเปลี่ยนแปลง “ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลไทยลีก” เนื่องจาก “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย” และ “บริษัท ไทยลีก จำกัด" มีการปรับเปลี่ยน “ปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก” มาเตะแบบข้ามปี ด้วยเหตุผลจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 จนทำให้การแข่งขันต้องหยุดชะงัก จนมีมติจากที่ประชุมสโมสรสมาชิกนั่นเอง

 จนทำให้ “ทรูวิชั่นส์” ซึ่งเป็น “ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดเดิม” ยืนยันว่า จะขอถ่ายทอดสดจนถึงแค่วันสิ้นสุดสัญญา คือวันที่ 25 ตุลาคม 2563 และจะจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ตามแมตช์ที่ถ่ายทอดสกเท่านั้น ส่งผลทำให้ “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย” ในฐานะ “เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก” ต้องมาควบคุมดูแลการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกในฤดูกาล 2020 ด้วยตนเอง

 พร้อมกับได้มีประกาศว่า หลังจากวันที่ 25 ตุลาคม บริษัท ไทยลีก ได้ขอความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี จึงสามารถถ่ายทอดสดไทยลีก 1 ผ่านช่องโทรทัศน์ผสมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งนี้ อาจมีการปรับเวลาการแข่งขันในบางคู่ เพื่อให้เหมาะสมกับเวลาออกอากาศของแต่ละช่อง

 โดยได้รับความร่วมมือจาก “เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์” ซึ่งเป็น “บริษัท” ที่ชนะการประมูลคว้าลิขถ่ายทอดสดไทยลีก ในฤดูกาล เป็นระยะเวลา 8 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2021 - 2028 (พ.ศ. 2554 - 2571) ที่เข้ามาช่วยดำเนินการในการถ่ายทอด โดยทว่าไม่มีการยืนยันเกียวกับเรื่องเงินค่าลิขสิทธิ์ในฤดูกาล 2020 จากทาง “สมาคมลูกหนังไทย” และ “เซ้นส์” แต่อย่างใด

 ทว่าที่ผ่านมาเกิดกระแสการทวงถามเกี่ยวกับเรื่องเงินค่า “ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด” จากเหล่าสโมสรสมาชิกไทยลีกมาเป็นระยะนับตั้งแต่วันสิ้นสุดสัญญาของ “ทรูวิชั่นส์” ว่า....

 สโมสรจะได้เงินเท่าไหร่ ? แล้วจะได้เมื่อไหร่ ? วนซ้ำ ๆ ให้ได้ยินมาอย่างต่อเนื่อง ๆ

 เนื่องด้วย “สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ” เองไม่เคยมีความชัดเจนในเรื่องจำนวนเงินสนับสนุนที่จะได้รับจากค่า “ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด” หลังจากสัญญากับ “ทรูวิชั่นส์” หมดไป

 ทว่าที่ผ่านมา“พาทิศ ศุภพงษ์” เลขาฯส.บอลไทย เคยออกมาบอกผ่านสื่อว่า “ด้วยสถานการณ์ที่แตกต่างๆจาก ทรูวิชั่ส์ ที่ได้ซื้อเหมาไปถ่ายทอดสดแบบทุกคู่ ซึ่งมีค่าลิขสิทธิ์ที่แน่นอน ซึ่งจะแตกต่างเหมือนเรานำเอาคอนเทนต์ไปวางที่ฟรีทีวี และหาค่าโฆษณาเข้ามา

 “ดังนั้นเราจึงทำให้ต้องมาการคำนวนที่ได้จากผู้สปอนเซอร์ เป็นเรื่องลำบากที่จะสรุปจำนวนเงิน ทำให้ต้องขอเวลาสรุปยอดเงินที่ได้จากสปอร์เซอร์เสียก่อนจึงจะสามารถบอกได้ว่า สโมสรฯจะได้รับเงินในจำนวนเท่าไหร่"

 พร้อมกับยืนยันมาตลอดว่า...จะมีการคำนวนเงินที่ได้รับจากสปอร์นเซอร์มาคำนวน เพื่อนำเงินค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมาจ่ายให้กับสโมสรสมาชิกให้เร็วที่สุดในช่วงหลังฟุตบอล “ช้าง เอฟเอ คัพ 2020” สิ้นสุดลง

 ทว่าหลังจากการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก 1, เอฟเอ คัพ จนร่วมไปถึงศึกไทยลีก 2 รอบเพลย์ออฟ สิ้นสุดลงแล้ว ก็ยังไม่มีสัญญาณเกี่ยวกับการจ่ายเงินสนับสนุน “ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก” จากสมาคมฯ ให้กับ “สโมสรสมาชิก” ได้ทราบถึงกำหนดการ จนรวมไปถึงยอดเงินที่จะได้รับ....จากทางสมาคมฯ ในฤดูกาลนี้แต่อย่างใด

 เท่านั้นยังไม่พอล่าสุด “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมลูกหนังไทย ก็เปิดเผยผ่านสื่อดังอย่าง “กีฬาเดลินิวส์” ว่า “ในเวลานี้ยังไม่สามารถบอกได้เพราะทาง บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด เองยังไม่ได้แจ้งว่าได้รับเงินจากสปอนเซอร์มาเท่าไหร่

 “ก่อนหน้านี้ที่แฟนบอลได้รับชมผ่านทางโทรทัศน์เพราะว่า กกท. ให้เงินเพื่อจัดการแข่งขัน และดำเนินการถ่ายทอดสดมาแล้วให้ช่องต่างๆ ดึงสัญญาณไป ก็ขึ้นอยู่กับช่องไปหาสปอนเซอร์ ซึ่งเมื่อได้จำนวนเลขตรงนี้มาจึงจะคำนวณได้ว่าจะแบ่งอย่างไร”

 “ผมไม่สามารถยืนยันว่าสโมสรจะได้รับเงินหรือไม่ เพราะไม่อยากพูดออกไปก่อนทั้งที่ยังไม่แน่ใจ ด้วยภาวการณ์ตอนนี้ไม่มีใครคำนวณหรือคาดหวังอะไรได้ บางทีวันนี้สปอนเซอร์บอกจะจ่ายเงินให้ แต่ผ่านไปสักเดือนหนึ่งอาจยกเลิกได้ ดังนั้นช่วงนี้ถือว่าเป็นภาวะสุดวิสัย ที่บอกไม่ได้จริงๆ” ประมุขลูกหนังไทย กล่าวทิ้งท้าย

 จากถ้อยคำที่ “ประมุขลูกหนังไทย” เผยผ่านสื่อต้องบอกว่ามีจุดที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะด้วยถ้อยคำดังกล่าวล้วนไม่มีความชัดเจนอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องเงินค่า “ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก” ที่จะนำไปจ่ายเป็นเงินค่าสนับสนุนให้กับ สโมสรเลยแม้แต่น้อย

 แถมถ้อยคำที่หลุดออกมาว่า.."ผมไม่สามารถยืนยันว่าสโมสรจะได้รับเงินหรือไม่” ซึ่งคำๆ นี้น่าจะเป็นคำพูดที่ “บาดใจคนทำทีม” มากที่สุดคำหนึ่งเลยก็ว่าได้

 เพราะคำพูดดังกล่าวมันบ่งบอกได้ว่า “พวกเขาอาจไม่ได้รับเงิน” จากการทำทีมฟาดแข้งจากฤดูกาลที่ยาวนานที่สุด และต้องเสียเงินในการทุ่มเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อพยุงทีม และยื้อชีวิตลีกฟุตบอลอาชีพ ที่ถูกกำกับดูแลโดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เดินหน้าแข่งขันจนจบตามที่ต้องการ

 เท่านั้นพอ คำพูดดังกล่าวของ “ผู้นำสูงสุด” ของ “วงการฟุตบอล” ยังบ่งบอกได้อีกว่า นี่มันแสดงถึงความไม่ชัดในการทำงานที่เปรียบเสมือน “ไม้หลักปักขี้เลน” ของ “สมาคมลูกหนังแดนสยาม”

 เพราะด้วยความเป็น “ผู้นำ” ก็ควรสร้างความมั่นใจกับเหล่าสโมสรสมาชิกมากกว่า ที่จะบอกปัดด้วยคำว่า ไม่รู้จะได้ไหม ? มันทำให้ “สโมสรสมาชิก” ไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหารงานของสมาคมฯ ด้วยเช่นกัน

 นั้นจึงเป็นเหตุทำให้เราต้องขอพูดเพื่อเป็น “กระบอกเสียง” แทนสโมสรต่างๆ เพราะที่ผ่านมาคนที่น่าสงสารที่สุดคือ “สโมสร” เพราะ “พวกเขา” คือคนที่แบกรับภาระ มากที่สุดในช่วงฤดูาลที่ผ่านมา

 และแน่นอน “พวกเขา” ก็มีความหวังที่จะได้เงินทอนจาก “ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด” ถึงแม้มันจะไม่เทียบเท่ากับเงินที่ลงทุนเพื่อทำทีมก็ตาม

 และมันก็เป็นเงินสนับสนุน ที่พวกเขาควรจะได้รับ.... และ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯก็ต้องควรแสดงความชัดเจน....