ศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก อยู่กับแฟนบอลไทยมาตลอด 2 ทศวรรษ หรือ 20 ปีเต็ม เพราะใน 5 ครั้งที่จัดการแข่งขันล่าสุด ทีมฟุตซอล ทีมชาติไทย ไม่เคยพลาดการเข้าร่วมทัวร์นาเม้นต์แม้แต่ครั้งเดียว

 ไล่ตั้งแต่ปี 2000 ที่ประเทศกัวเตมาลา, 2004 ที่ไต้หวัน, 2008 ที่บราซิล, 2012 ที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพ และ 2016 ที่โคลอมเบีย

 และในวันที่ 20 กับ 25 พ.ค.2564 ทัพโต๊ะเล็กทีมชาติไทย ซึ่งเป็นทีมอันดับ 18 ของโลก และอันดับ 3 ของเอเชีย ก็จะมีภารกิจสำคัญในการลุ้นไปลุยฟุตซอลโลก สมัยที่ 6 กับการลงเล่นรอบเพลย์ออฟ เพื่อหาตัวแทนของทวีปเอเชียอีก 2 ชาติ ไปแข่งขันศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2021 ที่ประเทศลิทัวเนีย ในระหว่างวันที่ 12 ก.ย.-3 ต.ค.2564

 ทวีปเอเชียได้โควตาไปชิงแชมป์โลกทั้งหมด 5 ชาติ ซึ่งเดิมทีจะคัดเลือกจากการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2020 แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เอเอฟซียกเลิกจัดการแข่งขันรายการดังกล่าวไป และใช้วิธีวัดจากผลงานในฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 3 ครั้งล่าสุดคือ ปี 2014, 2016 และ 2018 รวมกัน และให้ดูเฉพาะผลงานการชิงแชมป์เอเชีย 2018 อีกทางหนึ่ง ก่อนจะให้โควตาแบบอัตโนมัติกับ 3 ชาติคือ อิหร่าน, ญี่ปุ่น และ อุซเบกิสถาน

 ขณะที่อีก 2 โควตาที่เหลือ เอเอฟซี ใช้วิธีการให้ 4 ชาติคือ ไทย, เวียดนาม, อิรัก และ เลบานอน ซึ่งผลงานใกล้เคียงกันมาประกบคู่เตะเพลย์ออฟแบบเหย้า-เยือน และผู้ชนะจะได้เป็นตัวแทนทวีปอีก 2 ชาติไปแข่งขันฟุตซอลโลก 2021

 ผลการจับสลากประกบคู่ ปรากฏว่า ฟุตซอลไทย ต้องเจอกับ ทีมชาติอิรัก อันดับที่ 56 ของโลก และเป็นอันดับ 11 ของเอเชีย โดยเกมแรกจะไปเล่นที่บ้านของอิรัก ในวันที่ 20 พ.ค.2564 ก่อนจะกลับเล่นที่ประเทศไทย ในวันที่ 25 พ.ค.2564

 ย้อนดู “เฮดทูเฮด” ระหว่าง ไทย และ อิรัก เคยพบกันทั้งหมด 6 นัด ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งผลงานทีมโต๊ะเล็กไทยข่มมิด เพราะชนะรวดทั้ง 6 นัด ไล่ตั้งแต่

ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2001 รอบแบ่งกลุ่ม ที่ประเทศอิหร่าน : ไทย ชนะ อิรัก 8-2
ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2002 รอบแบ่งกลุ่ม ที่ประเทศอินโดนีเซีย : ไทย ชนะ อิรัก 3-1
ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2002 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ประเทศอินโดนีเซีย : ไทย ชนะ อิรัก 5-2
ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2003 รอบแบ่งกลุ่ม ที่ประเทศอิหร่าน : ไทย ชนะ อิรัก 3-1
ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2007 รอบแบ่งกลุ่ม ที่ประเทศญี่ปุ่น : ไทย ชนะ อิรัก 7-4
ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2008 รอบแบ่งกลุ่ม ที่ประเทศไทย : ไทย ชนะ อิรัก 1-0

 โดย อิรัก เคยชนะไทยเราได้ 1 ครั้ง แต่เป็นในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2017 รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ซึ่งครั้งนั้น อิรัก เอาชนะ ทีมชาติไทย ไป 7-3 ซึ่งนักเตะในชุดนั้นของทัพโต๊ะเล็กไทยมีดาวดังอย่าง มูฮัมหมัด อุสมานมูซา และ รณชัย จูงวงษ์สุข ร่วมทีมอยู่ด้วย

 ในส่วนของการเตรียมทีม ล่าสุด ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ “ปูลปิส” ได้ประกาศรายชื่อ 19 นักเตะที่จะใช้งานออกมาเรียบร้อย ซึ่งดาวดังติดทีมมาเกือบครบ นำโดย “กัปตันช้าง” กฤษดา วงษ์แก้ว, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง, คฑาวุธ หาญคำภา, คณิศร ภู่พันธ์ และ “จ่าต๊อบ” เจษฎา ชูเดช

 ผสมผสานกับบรรดาดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ดีในศึกฟุตซอลลีก อาทิ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา, รณชัย จูงวงษ์สุข, พีรพัฒน์ แก้ววิลัย, จิรสิน กิ้มเส้ง, ณรงค์ศักดิ์ วิงวอน, วรศักดิ์ ศรีหรั่งไพโรจน์, วรุฒ หวังสะมาแอล, นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์, สุทธิพร กลัดเจริญ

       

 เมื่อไล่เรียงจากรายชื่อแล้วถือว่าไม่ขี้เหร่เลยสักนิด เพราะแม้จะขาด “เจ้าอาร์ม” ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ดาวยิงคนเก่งที่ติดรับใช้ต้นสังกัด นาโงย่า โอเชียนส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีทั้ง เจษฎา ชูเดช และ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ที่พร้อมทดแทนในการลงไล่ล่าสกอร์

 ขณะที่ทีมชาติอิรัก ซึ่งมี ไอทาม อับบาส รับหน้าที่กุนซือ ประกาศรายชื่อนักเตะออกมา 23 ราย เป็นแกนหลักจากชุดชิงแชมป์เอเชีย 2018 และรอบคัดเลือก ชิงแชมป์เอเชีย 2020 นำทัพมาโดย 9 ผู้เล่นหน้าเก่าอย่าง ยาห์ยา อับดุลนูร์ ราฮีม, ซาเฮอร์ มาห์ดี้ ฮาดี้, มุสตาฟา บาคลี่, วาลีด คาลิด, ฮัสซัน อาลี จาบาร์, ซาริม ไฟซาล, ราฟิต ฮามิด อิสซา, ทาเรค เซเยส, เกธ รียาด ซึ่งทั้งหมดมาจากชุดคว้าอันดับ 4 ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018

 นอกจากนี้ยังมีที่ขึ้นจากชุดยู 20 มา 2 รายคือ อาลี มาวาฟัค ฮาซิม และ ไฮดาร์ ราอัด ฮัสซัน ส่วนที่เหลืออีก 12 คนคือ พวกหน้าใหม่ที่เพิ่งถูกเรียกเข้ามาติดทีมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเทียบจากประสบการณ์แล้ว ดูจะเป็นรองทัพโต๊ะเล็กไทยอยู่พอสมควร

                          

 โดยผลงานล่าสุดของ อิรัก ในการลงเล่นรอบคัดเลือก เพื่อเข้ามาแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2020 ก็ไม่สวยหรูเท่าไหร่ เพราะพวกเขาตกรอบคัดเลือก ด้วยการจบอันดับที่ 4 ของกลุ่มเอ จากผลงานชนะ ปาเลสไตน์ 6-3, แพ้ คูเวต 1-4, แพ้ ยูเออี 2-3 และ ชนะ บาห์เรน 2-1 ซึ่งจากการตกรอบรายการนี้ ทำให้จริงๆ อิรัก ต้องหมดลุ้นในการไปลุยฟุตซอลโลก 2021 ไปแล้ว แต่ด้วยอานิสงส์ในการคว้าอันดับ 4 ในการชิงแชมป์เอเชีย 2018 ทำให้พวกเขาได้กลับมาลุ้นในรอบเพลย์ออฟอีกครั้ง

 แม้การเพลย์ออฟจะเล่นแค่ 2 นัดรู้ผล แต่เป็นการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของทีมงานทัพโต๊ะเล็กไทย ซึ่งเฝ้ารอทัวร์นาเม้นต์ที่ยิ่งใหญ่นี้มานานถึง 4 ปี ที่สำคัญนี่คือความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่อยากจะเห็นทีมชาติไทยไปแข่งขันในเวทีระดับโลกอีกครั้ง แม้จะเป็นฟุตบอลโลกในฉบับโต๊ะเล็กก็ตามที

             
บทสรุปสุดท้าย ทัพโต๊ะเล็ก ทีมชาติไทย จะคว้าตั๋วไปลุยฟุตซอลชิงแชมป์โลก สมัยที่ 6 ติดต่อกัน หรือจะเป็น อิรัก ที่สร้างประวัติศาสตร์ทะลุไปเล่นฟุตซอลโลกหนแรก

คงต้องมาติดตามลุ้นกัน !!