ในช่วงพักของ "ไทยลีก" หลังปิดฤดูกาลด้วยแชมป์ของ "บีจี ปทุม ยูไนเต็ด" ทำให้ความสนใจของแฟนลูกหนังชาวไทยไปเทอยู่ที่เวียดนาม

 เนื่องเพราะเกิดปรากฏการณ์ "ฟีเวอร์" ด้วยผลงานและฝีมือของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หลังพาทีมยักษ์หลับ "ฮองอันห์ ยาลาย" ที่เคยคว้าแชมป์ วีลีก ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2004 หรือเกือบ 20 ปีก่อน กลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง

 ล่าสุดในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคือการเชือดทีมยักษ์ใหญ่แห่งแดนดาวทอง "ฮานอย เอฟซี" ที่อุดมไปด้วยทีมชาติ 1-0 เป็นชัยชนะเกมที่ 8 จาก 10 นัด และเป็นชัยชนะ 6 นัดหลังสุดยึดตำแหน่งจ่าฝูงเหนียวแน่น

 นาทีนี้ "ซิโก้" คือเทพแห่งจังหวัด "ยาลาย" ในเขตแดนกลางของเวียดนาม มีขนาดพื้นที่มากเป็นอันดับที่ 2 ของเวียดนาม ประชากรเกินล้านคนที่รักและพร้อมสนับสนุน

 สำหรับ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ถือว่าไม่ใช่เป็นคนแปลกหน้าในถิ่นเวียดนาม โดยเฉพาะเมือง "ยาลาย" เพราะเคยค้าแข้งนานถึง 5 ฤดูกาล  ในช่วงปี พ.ศ.2545-2549 โดยลงสนามไป 75 นัด ยิงไปถึง 102 ประตู

 พร้อมพาทีมคว้าแชมป์สูงสุด และดับเบิ้ลแชมป์ 2 ฤดูกาลติดในช่วงปี 2546 และ 2547 หรือในฤดูกาล 2003-2004 คือ แชมป์วีลีก และแชมป์เวียดนามซูเปอร์คัพ

 ปลุกกระแสฟุตบอลอาชีพให้คึกคัก รวมถึงแฟนฟุตบอลชาวไทยได้รู้จักและติดตามเมื่อเกือบยี่สบปีก่อน หลังจากหมดสัญญาและคิดถึงบ้าน รวมถึงการห่างจากครอบครัว ทำให้ "ซิโก้" จำโบกมือลา นับจากนั้นมา "ฮองอันห์ ยาลาย" ไม่เคยประสบความสำเร็จอีกเลย

 สำหรับ "ซิโก้" นอกเหนือจากการทำงานที่ประสบความสำเร็จในฐานะนักเตะอาชีพที่เวียดนามแล้ว ผลงานในนามทีมชาติไทยก็โดดเด่นทั้งการเป็นผู้เล่น และโค้ช 

 โดยเฉพาะในฐานะโค้ช เคยเกิดกระแส "บอลไทยฟีเวอร์" หลัง "ซิโก้" พาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์, อันดับ 4 เอเชี่ยนเกมส์, แชมป์ซูซูกิคัพ และพาทีมเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซนเอเชียในปี 2018 

 อย่างไรก็ตามในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อต้องไปปะทะกับยอดทีมระดับยักษ์ใหญ่ของทวีปเอเชียโดยเก็บได้เพียง 1 แต้มจาก 7 นัดที่ลงสนาม ทำให้ "ซิโก้" ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทย หลังพาทีมไปพ่ายให้กับทีมชาติญี่ปุ่น 0-4 ในเดือนมีนาคม 2560 

 หลังวางมือทีมชาติ ในเดือนมิถุนายน "ซิโก้" กลับมารับงานกุนซืออีกครั้งกับทีม "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี แต่อยู่ได้เพียง 10 นัดก็ต้องลาออก เมื่อทำทีมชนะแค่ 1 นัดเสมอ 3 นัดและแพ้ไปถึง 6 นัด
 จากนั้น "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ไม่ได้รับงานคุมทีมอีกเลย

 จนกระทั่งช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 หลังจากพักงานโค้ชนาน 3 ปี "ซิโก้" หวนเข้าเข้ารับตำแหน่งเป็นเฮดโค้ชให้กับ "ฮองอันห์ ยาลาย" ทีมเก่าในการค้าแข้งอาชีพที่ประเทศเวียดนาม 

 การกลับมาอีกครั้งของ "ซิโก้" เนื่องเพราะความสนิทสนมกับประธาน "ด่วน เหงียน ดึ๊ก" ตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นที่ชื่นชอบและยกย่อง "ซิโก้" ถึงขั้นประกาศยกเลิกเสื้อ หมายเลข 13 เพื่อเป็นเกียรติให้กับ "ซิโก้" มาแล้ว

 ประธานใหญ่ผู้เป็นทุกอย่างของ "ฮองอันห์ ยาลาย" เคยกล่าวกับสื่อเวียดนามถึงการดึง "ซิโก้" กลับคืนสู่สโมสรอีกครั้งว่า ไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้ซิโก้พาทีมเป็นแชมป์ และแทบไม่ได้ตั้งเป้าหมายใดๆ เลย สำหรับทีมในปีนี้ จุดประสงค์ในการเชิญซิโก้มาเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของสต๊าฟ นักเตะ รวมถึงแฟนบอล และเพื่อกระตุ้นบรรยากาศที่ดีภายในสโมสรให้กลับคืนมาอีกครั้ง

 อย่างไรก็ตามผลงานของ "ฮองอันห์ ยาลาย" ออกสตาร์ทใน 2 นัดแรกถือว่าไม่ดี เมื่อชนะ 1 และแพ้ 1 อยู่ในอันดับ 9 จากจำนวน 14 ทีม ก่อนที่จะพักไปยาวเนื่องจากสถานการณ์ "โควิด" และกลับมาต่อสู้กันต่อในนัดที่ 3 ในการเปิดบ้านพบ "บินห์ดินห์ เอฟซี" ทีมอันดับ 6 ก่อนลูกทีม "ซิโก้" ออกตัวดีนำ 2-0 ใน 15 นาทีแรกก่อนจบเกมชนะ 2-1 พาทีมขยับขึ้นเป็นอันดับ 6 โดยจ่าฝูงคือ "ดานัง เอฟซี"

 "ซิโก้" ทำงานด้วยค่าจ้างราว 8 แสนบาทต่อเดือน พาทีม "ฮองอันห์ ยาลาย" ขยับอันดับขึ้นอย่างเงียบๆ นับตั้งแต่พ่าย "ไซง่อน" 0-1 ในนัดแรกก็ไม่เคยพลาดท่าให้กับทีมใด กระทั่งเกมมาถึงนัดที่ 5 "ซิโก้" นำฮองอันห์ บุกถล่ม "เวียตเทล เอฟซี" ทีมแชมป์เก่าพังคาบ้าน 0-3 พร้อมพา "ฮองอันห์ ยาลาย" ขึ้นนำจ่าฝูงวีลีค 2021 เป็นครั้งแรก ด้วยผลงาน แข่ง 5 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 มี 10 คะแนน

 และจากนั้นมา "ซิโก้" พาทีมรวมชนะ 6 นัดติด และเสียเพียงแค่ 3 ประตูในนัดเดียวที่พบกับ "นัมห์ ดิมห์" ในเกมชนะสุดมันส์ 4-3 หลังจากนำไปก่อนถึง 3-0 และมาได้จุดโทษเป็นประตูชัยจาก "เหงียน คอง เฟือง" ถึงตอนนี้ "ฮองอันห์ ยาลาย" ยึดจ่าฝูงเหนียวแน่น หลังผ่านพ้น 10 นัด

 จากนี้จะเหลือเพียง 3 นัดก็จะจบเลกแรก ก่อนช่วงโค้งสุดท้ายคือการเอาทีม 6 อันดับแรกใน "วีลีก" จากจำนวน 14 ทีม มาสู้กันต่อ โดยแต่ละทีมจะแข่งอีก 5 นัดเพื่อตัดสินแชมป์

 สำหรับเกมอีก 3 นัดที่เหลือในเลกแรก วันที่ 28 เม.ย. ออกไปเยือน "ทันห์ฮว๋า" ทีมอันดับ 7 วันที่ 2 พ.ค.เล่นใบบ้านนัดสุดท้ายรับ "บีคาเม็กซ์ บินเดือง" ทีมอันดับ 5 ที่ยังมีลุ้น และปิดท้าย 9 พ.ค. โดยการไปเยือน "ทันห์ คว่าง นินห์" ทีมอันดับ 3 

 นาทีนี้ทีมพยัคฆ์ภูเขา "ฮองอันห์ ยาลาย" ภายใต้การนำของ "ซิโก้" ถือว่ามีโอกาสที่จะทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง นักเตะในทีมกำลังมั่นใจไม่ว่าจะเป็นตัวต่างชาติ "คิม ดอง ซู" ปราการหลังแดนโสม "วอชิงตัน บรันเดา" จากบราซิล รวมถึงนักเตะทีมชาติเวียดนามในทีมอย่าง "เลือง ซวง เชือง" จอมทัพกัปตันทีม และ "เหงียน คองเฟือง" ดาวยิงมหาเทพขวัญใจทัพดาวทอง

 ในขณะที่ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้เข้ามากอบกู้และสร้างความมั่นใจให้กับทีม ได้รับยกย่องให้เป็นโค้ชยอดเยี่ยม วีลีค 2021 ในเดือนมีนาคม ล้วนเป็นตัวเสริมให้ทีมกลับมามีชีวิตชีวาและเชื่อมั่นในความสำเร็จตามความตั้งใจของประธาน  "ด่วน เหงียน ดึ๊ก"  

  ปรัชญาในการทำทีมของ "ซิโก้" เขาประกาศไว้ว่า การกลับมาครั้งนี้ จะสร้างเกมบอลสั้นที่สวยงามให้กับทีม เราเป็นคนเอเชียเล่นบอลยาวมันจะเหนื่อยมาก หากเราสามารถคุมเกมส์และครองบอลได้ เราจะส่งบอลให้เร็วและแม่นยำที่สุด เพื่อสร้างโอกาสในการคว้าชัย 

 การกลับมาลุ้นแชมป์ในรอบนับสิบปีของทีมทีมพยัคฆ์ภูเขาปลุกความคลั่งไคล้ให้ชาวจังหวัด "ยาลาย" กลับมาคึกคักอีกครั้ง เห็นได้ชัดจากเกมนัดล่าสุด แฟนฟุตบอลมาเฝ้ารอหน้าสนาม "เปล่ยกู สเตเดี้ยม" บ้านของฮองอันห์ ยาลาย ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อต่อคิวรอซื้อตั๋วเข้าชมเกมส์การแข่งขันระหว่างฮองอันห์ ยาลาย กับ ฮานอย เอฟซี ที่มีจำนวนจำกัดอยู่แค่ 10,000 ใบ ในความจุสนามที่ระบุไว้ 12,000 ที่นั่ง

 ในที่สุดตั๋วก็หมดลงอย่างรวดเร็ว และจากราคา 40,000 ดอง หรือราว 60 บาท ก็พุ่งเพิ่มเป็น 4 แสน หรือสิบเท่าของราคาจริง และทีมของ "ซิโก้" ก็ไม่ทำให้กองเชียรืผิดหวัง "ฮองอันห์ ยาลาย" ชนะคู่ปรับ "ฮานอย เอฟซี" ที่ไม่เคยเอาชนะได้ใน 3 ฤดูกาลหลัง ด้วยสกอร์ 1-0

 นับจากนี้อีก 3 นัดในเลกแรก และอีก 5 นัดในรอบเก็บคะแนนล่าแชมป์โค้งสุดท้าย เชื่อแน่ว่าหากแข่งขันที่สนม "เปล่ยกู สเตเดี้ยม" จำนวน 1 หมื่นที่นั่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟน "ฮองอันห์ ยาลาย" อย่างแน่นอน

และหากปิดฤดูกาลด้วยแชมป์แรกในรอบ 17 ปี ของ "ฮองอันห์ ยาลาย" ชื่อของ "ซิโก้" จะกลายเป็นประวัติศาสตร์อย่างไม่ต้องสงสัย

 ในความสำเร็จพาทีมเป็นแชมป์ได้ทั้งในฐานะผู้เล่นและโค้ช !!