จากศึกโจมตีการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนในซินเจียง จากประเทศฝั่งยุโรปและอเมริกาปะทุขึ้นมาต่อเนื่องถึงตอนนี้

โดยเหล่าแบรนด์ดังแฟชั่น-เสื้อผ้า-เครื่องกีฬาระดับโลก อาทิ เฮช แอนด์ เอ็ม (H&M), ไนกี้ และ อาดิดาส ออกโรงประกาศบอยคอตการใช้ฝ้ายของมณฑลซินเจียง เขตปกครองตัวเองมุสลิมอุยกูร์ของจีน ด้วยข้อกล่าวหามีการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ในอุตสาหกรรมดังกล่าว

ในขณะที่ จีน ออกมาตอบโต้อย่างหนักหน่วง ระบุเป็นการใส่ร้ายป้ายสีและขัดขวางเศรษฐกิจของจีนที่กำลังเติบโต พร้อมเปิดศึกโต้กลับ โดยการปลุกกระแสรักชาติระดมเหล่าซุปเปอร์สตาร์เลือดมังกรออกมาชูป้ายสนับสนุนฝ้ายซินเจียง 

ขณะเดียวกันซุปตาร์ระดับอินเตอร์กว่า 50 คนยกเลิกสัญญาความร่วมมือโปรโมทแบรนด์ดังกล่าว โดย หวัง อีป๋อ นักร้องซูเปอร์สตาร์หนุ่มตัดความร่วมมือทั้งหมดกับ ไนกี้ ขณะที่ หลิวอี้เฟย นางเอกสาวสวยจากผลงานล่าสุด "มู่หลาน" โบกมือกับ อาดิดาส เช่นกัน

และนั่นทำให้สถานการณ์ที่เป็นใจทำให้ "หลี่ หนิง" ผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬาอันดับหนึ่งของจีนยกระดับรุกตลาดขยี้ "ไนกี้" และ "อดิดาส" ในจีน โดยล่าสุดดึงซูเปอร์สตาร์หมายเลข 1 ของจีน "เซียว จ้าน" มาเซ็นสัญญาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ระดับอินเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในแผ่นดินใหญ่ไม่มีใครไม่รู้จัก "เซียว จ้าน" นักร้องดังสมาชิกวง "X NINE" หรือ เก้ามังกร ควบคู่ไปกับการแสดง โดยผลงานโด่งดังในจีนและไทยคือผลงานเรื่อง "Fights Break Sphere สัประยุทธ์ทะลุฟ้า" และซีรีส์ "ปรมาจารย์ลัทธิมาร The Untamed"

กรณี "ฝ้ายซินเจียง" ปลุกกระแสรักชาติทำให้ "เซียว จ้าน" มาจับมือกับ "หลี่ หนิง" อย่างไม่ลังเลทำให้เครื่องกีฬาประจำชาติถูก "ไนกี้-อาดิดาส" แย่งส่วนแบ่งตลาดในประเทศกลับมาเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง

และเมื่อกล่าวถึง "หลี่ หนิง" ก็ต้องพูดถึงที่มาของผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬาหมายเลข 1 ของจีน และผู้ถือกำเนิดแบรนด์ "หลี่ หนิง" นั่นคือนักกีฬายิมนาสติกเหรียญทองโอลิมปิก

จะว่าไปแล้วในแดนมังกร นักกีฬาเก่งกาจเกิดขึ้นมากมายตามจำนวนประชากรที่มหาศาล แต่การคว้าแชมป์ก็จบไปเหลือเพียงตำนานตามอายุขัยนักกีฬา

จะมีสักกี่คนที่ต่อยอดชื่อเสียงความสำเร็จสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬา และบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ "หลี่ หนิง" ชื่อบุคคลและแบรนด์กีฬาที่เรากำลังกล่าวถึง

"หลี่ หนิง" เกิดวันที่ 8 กันยายน ค.ศ.1963 หรือ พ.ศ. 2506 ในครอบครัวเชื้อสายจ้วง ในลุ้ยโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน ถือเป็นนักยิมนาสติกชาวจีนที่มีผลงานและประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง

หลี่ เป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบทำตัวเด่นดัง พ่อแม่เป็นครูสอนหนังสือ เขาคือผลิตผลของระบบการกีฬาอันมหึมาของจีน ที่รัฐเป็นผู้ออกเงินทั้งหมด

ชีวิตในวงการยิมนาสติคตลอด 19 ปี "หลี่ หนิง" คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันต่างๆ ได้มากถึง 106 เหรียญ และมีชื่อเสียงลือลั่นด้วยผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ในกีฬาโอลิมปิกในปี 1984 หรือปี พ.ศ. 2527 ณ นครลอสแองเจอลิส สหรัฐอเมริกา


 

เป็นการแจ้งเกิดของ "หลี่ หนิง" และทัพกีฬามังกรจีนหลังจากคว่ำบาตรการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์นาน 30 ปีเต็ม เนื่องเพราะไม่พอใจที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากลรับไต้หวันเข้าร่วมการแข่งขันด้วย ก่อนจะยอมอ่อนข้อกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ในดินแดนอเมริกา

ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในโอลิมปิก "หลี่ หนิง" ยังยอดเยี่ยมในทุกกระบวนท่าไม่ว่าจะเป็น ฟลอเอ็กเซอร์ไซต์ ห่วง หรือ บาร์ ยังสามารถคว้าแชมป์โลก ทำมาอีก 6 เหรียญทอง ผลงานและหน้าตาที่หล่อเหลากำยำจนได้รับฉายา "เจ้าชายแห่งวงการยิมนาสติก"

ชีวิตในการฝึกซ้อมและแข่งขันทำให้ "หลี่ หนิง" ที่ใช้ชีวิตอยู่ในการแข่งขันและฝึกซ้อมยิมนาสติกมาตั้งแต่เด็กมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนไม่สามารถกระโดดลงพื้น อันเป็นท่าสำคัญในการทรงตัวให้นิ่งสงบที่มีผลต่อการให้คะแนน

"หลี่ หนิง" ไม่สามารถทำให้นิ่งและทนเจ็บข้อเท้าได้จึงตัดสินใจอำลาวงการเมื่อปี 1988 ด้วยวัยเพียง 25 ปี

หลังจากอำลาสังเวียน ชื่อเสียงของ "หลี่ หนิง" ยังหอมหวานจึงรับงานเป็น "แบรนด์ แอมบาสเตอร์" ฟรีเซนเตอร์สินค้าหลายรายการ จึงมีโอกาสเรียนรู้การทำงานและธุรกิจแบบข้ามขั้นตอน

ก่อนจะตัดสินใจลุยเองด้วยการออกมาชิมลางด้วยการผลิตเสื้อและชุดกีฬาภายใต้แบรนด์ "Li-Ning" ตามชื่อของเขานั่นเอง แต่ในยุคนั้นการทำธุรกิจและก่อตั้งบริษัทในแผ่นดินใหญ่ยุคนั้นถือเป็นเรื่องต้องห้าม 

แต่ถึงกระนั้น ด้วยความเป็น "หลี่ หนิง" วีรบุรุษของชาติ ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ มาได้ จนสามารถผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยเริ่มจากชุดกีฬา ในช่วงแรกกระแสยังดีและเป็นที่รู้จัก ทำให้กิจการของ "หลี่ หนิง" ไปได้สวย

และอีก 5 ปีต่อมา ในพ.ศ. 2532 "หลี หนิง" ก็สามารถตั้งบริษัทจำหน่ายและผลิตเครื่องกีฬา "Li-Ning" โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

นับจากนั้นมา "หลี่ หนิง" ในนามของแบรนด์กีฬาเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับนักกีฬาทีมชาติจีน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องกีฬาอย่างไม้แบดมินตัน ที่ทัพมังกรจีนครองความยิ่งใหญ่มาโดยตลอด

ในทุกๆ ปี "Li-Ning" ทำกำไรและขยายสาขาไปทั่วจีนแผ่นดินใหญ่และทั่วโลก รวมถึงไทย ล่าสุดยังเข้ามาสนับสนุนนักแบดมินตันดาวรุ่ง "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ อีกด้วย

หากดูจากรายได้ในช่วงหลัง "Li-Ning" ทำกำไรทุกปี แม้จะมีคู่แข่งอย่าง ไนกี้ หรือ อาดิดาส

แต่ต้องยอมรับกระแสรักชาติ และพลเมืองจีนและชนเชื้อสายจีนทั่วโลกมีมหาศาลพอที่จะช่วยขับเคลื่อนเครื่องกีฬา "Li-Ning" ให้ก้าวไกล

โดยปี 2017 รายได้ 41,000 ล้านบาท กำไร 2,400 ล้านบาท, ปี 2018 รายได้ 48,000 ล้านบาท กำไร 3,300 ล้านบาท และ ปี 2019 รายได้ 64,000 ล้านบาท กำไร 6,900 ล้านบาท


 

น่าทึ่งที่รายได้ทั้งหมดนี้ กว่า 98 เปอร์เซ็นต์มาจากประเทศจีนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีกเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ นั้นมาจากต่างประเทศ แต่ก็ไม่สำคัญเท่าตัวเลขในการประกอบการ

ทุกวันนี้ "Li-Ning" คือแบรนด์กีฬาอันดับหนึ่งของจีน ที่มีมูลค่าสูงกว่า 420,000 ล้านบาท 

สำหรับในประเทศไทย "หลี่ หนิง" มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ส่วนในตลาดโลกเป็นรองแค่ ไนกี้ ของอเมริกา และ อาดิดาส ของเยอรมัน

แต่สำหรับใน จีน "หลี่ หนิง" คือเบอร์ 1 ที่ยากที่จะมียี่ห้อใดมาโค่นได้ในเวลานี้