แน่นอนอีกทีม สำหรับการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของทีมในไทยลีก 2 นอกเหนือจาก "พญาไก่ชน" หนองบัว พิชญ เอฟซี ก็คือ "ช้างเผือก" เชียงใหม่ ยูไนเต็ด

 ด้วยคะแนนที่หนีห่างอันดับ 3 ทำให้สองทีมหัวตารางได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมอันดับ 3-6 ต้องมาแข่งขันเพลย์ออฟเพื่อแย่งชิงตั๋วใบสุดท้าย เป็นทีมที่ 3 ขึ้นสู่ลีกสูงสุด

 การก้าวขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก การแข่งขันฟุตบอลในระดับสูงสุดของประเทศของ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ถือเป็นความสำเร็จที่เรียกได้ว่ารวดเร็วเกินคาด สโมสรที่ก่อตั้งในปี พ.ศ.2558 ลงเล่นในระดับสมัครเล่น หรือ อเมเจอร์ลีก ในปี 2560 จนกลายเป็นทีมชั้นนำ รวมระยะเวลาการก่อตั้ง กระทั่งขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก โดยใช้เวลาราว 5 ปี

  ถือเป็นเรื่องที่สุดทึ่งและน่าชื่นชม !!

 ต้องยอมรับว่า แต่เดิมชาวเชียงใหม่ ต่างเทใจให้ "พยัคฆล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี ถือเป็นทีมเก่าแก่ก่อตั้งโดยสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2542 หรือกว่า 20 ปีก่อน ก่อนที่ "พ่อเลี้ยงอี๊ด" อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ อดีตนายกอบจ.เชียงใหม่ ผู้ล่วงลับเข้ามาปลุกปั้นจนกลายเป็นทีมหัวแถว ความสำเร็จที่เคยทำได้คือการขึ้นไปเล่นในระดับไทยลีกในฤดูกาล 2019 

 แต่อยู่ได้เพียงปีเดียวก็กลับมาอยู่ในไทยลีก 2 เช่นเดิม เมื่อจบผลงานอยู่ในอันดับที่ 16 จาก 18 ทีม

 และในฤดูกาล 2021 เป็นโอกาสที่น้องใหม่ "ช้างเผือก" เชียงใหม่ ยูไนเต็ด จะไปสัมผัสว่า การเล่นในระดับสูงจะสามารถทำได้ดีเพียงใด

 แต่นั่นก็เรื่องของอนาคตอันใกล้ แต่ในเวลานี้ถือว่า "ช้างเผือก" ได้บินสูงและบรรลุเป้าหมายแล้ว โดยความสำเร็จนี้ส่วนสำคัญต้องยกให้  "ส.ว.ก๊อง" ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้ก่อตั้งและประธานสโมสร ปัจจุบันคือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ คือผู้นำพาความสำเร็จ

 ก่อนมาถึงวันนี้หลายคนตั้งคำถามว่า "ส.ว.ก๊อง" ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร  คือใคร ทำธุรกิจอะไรจึงมีเงินมาสร้างทีมฟุตบอล  

 "ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร" เดิมคนเชียงใหม่รู้จักในชื่อ "ทนายก๊อง" ในบทบาททนายความและรับเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายทั่วไป แต่เมื่อการเลือกตั้ง ส.ว.ต้นปี 2551 "ทนายก๊อง" ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.เชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวคนรองของอดีตนายกฯ "ทักษิณ ชินวัตร" หลังจากนั้นคนเมืองก็เรียกขาน "ส.ว.ก๊อง" ขึ้นมาแทน

 8 ปีต่อมา "ส.ว.ก๊อง" หันมาจับธุรกิจเต็มตัว โดยเข้าซื้อกิจการร้านอาหารผาลาดตะวันรอน พร้อมพลิกโฉมเป็นอัครสถานบันเทิงครบวงจร

 มาถึงในเส้นทางลูกหนังในปี พ.ศ.2558 "สว.ก๊อง"ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้มีใจรักฟุตบอล เมื่อมีทุนและสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับนักธุรกิจ จึงก่อตั้งสโมสรในชื่อ สโมสรฟุตบอลช้างเผือก เชียงใหม่ พร้อมจดทะเบียนก่อตั้งเป็นนิติบุคคลในรูปแบบบริษัทขึ้นเมื่อเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ในชื่อ บริษัท ช้างเผือกเชียงใหม่ ยูไนเต็ด จำกัด

 จากนั้นเริ่มเฟ้นหานักฟุตบอลเข้าสู่ทีม โดยใช้วิธีคัดเลือกนักเตะท้องถิ่นที่มาทดสอบฝีเท้าเกือบพันคน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ไทยลีก อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ การคัดเลือกทีมเข้าสู่อาชีพในปีแรก หรือที่เรียกกันติดปากในเวลาต่อมาว่า "อเมเจอร์ลีก"

 หลังจากได้นักฟุตบอลที่ผ่านการคัดเลือก 25 คนจากผู้มาทดสอบฝีเท้าทั้งหมดแล้ว ปีรุ่งขึ้น พ.ศ.2559 จึงส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรายการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรกในฟุตบอลรายการ ไทยลีก อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์  เป็นการแข่งขันในระดับสมัครเล่น ภายใต้การคุมทีมของ "ฉลองชัย ลีฬหาชีวะ" อดีตผู้ฝึกสอนของ "ราชันโคขาว" ลำพูน วอริเออร์ และ มรภ.เชียงใหม่ ถือเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนแรกของสโมสร

 วันที่ 8 มกราคม  สโมสรลงแข่งขันเป็นนัดแรก  "ไทยลีก อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์"  โดยเป็นการแข่งขันในโซนภาคเหนือรอบแบ่งกลุ่ม พบกับ สมาคมกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สนามอินทนิล มหาวิทยาลัยแม่โจ้

 ผลปรากฏว่าสโมสรฟุตบอล ช้างเผือก เชียงใหม่ เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 4–1 โดยได้ประตูเบิกร่องจาก "มณฑล เชื้อศรีลา" และต่อมาได้รับการบันทึกว่าเป็นผู้เล่นของสโมสรที่ทำประตูได้เป็นคนแรก

 สโมสรช้างเผือก เชียงใหม่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน โดยสามารถเอาชนะได้ 3 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม เป็นที่หนึ่งของสายและเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย

 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย สโมสรต้องพบกับ นครแม่สอด ยูไนเต็ด และสามารถเอาชนะได้ในการดวลจุดโทษหลังเสมอกันในช่วงเวลาปกติ 1–1 เข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ ชัยนาท ยูไนเต็ด โดยในรอบรองชนะเลิศ สโมสรสามารถเอาชนะ ชัยนาท ยูไนเต็ด ไปได้อย่างขาดลอยถึง 4–0 เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่

 การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560 ที่สนามกีฬาอินทนิล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังจากเสมอกันในเวลาปกติ 1–1 สโมสรสามารถเอาชนะ การพลศึกษา วิทยาเขตเชียงใหม่ ไปได้ในการดวลจุดโทษ ทำให้ได้ตำแหน่งแชมป์ของโซนภาคเหนือ และได้เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 4 ซึ่งเป็นลีกอาชีพระดับแรก

 นอกจากนี้ กฤษฎา ถาพิงยศ กองหน้าของสโมสรยังเป็นผู้ทำประตูสูงสุดใน ไทยลีก อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ ฤดูกาล 2559  

 "ช้างเผือก เชียงใหม่" ครองแชมป์ ไทยลีก อเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ โซนภาคเหนือ ในฤดูกาลแรกของการแข่งขัน ส่วนในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ "เมืองเลย ยูไนเต็ด" ภาคตะวันออก "บ้านค่าย ยูไนเต็ด"  ภาคกลาง "โคปูน วอริเออร์" และภาคใต้ "สุราษฏร์ธานี ยูไนเต็ด"

 หลังคว้าแชมป์ในโซนภาคเหนือ เข้าสู่ลีกอาชีพครั้งแรกในระดับ ไทยลีก 4 ต้นปี 2560 จึงมีการปรับเปลี่ยนชื่อทีมจาก "ช้างเผือก เชียงใหม่" เป็นสโมสร "เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด" ตามชื่อผลิตภัณฑ์ "เจเล่" ขนมหวานเจลาตินผู้สนับสนุนหลัก 

 ประเดิมนัดแรกในศึกไทยลีก 4 ก้าวแรกในฐานะสโมสรอาชีพพ่ายให้กับ "พิษณุโลก เอฟซี" เนื่องเพราะส่งรายชื่อนักเตะตัวหลักของทีมไม่ทัน ก่อนตั้งลำลุยแหลกในทุกนัดที่เหลือ 
 
 เพียงแค่ฤดูกาลแรกก็สามารถคว้าแชมป์ไทยลีก 4 โซนภาคเหนือ มาครองและได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีก 3 นอกจากนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรจากไทยลีก 4 สโมสรแรกที่สามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในการแข่งขันไทยคม เอฟเอคัพ ก่อนจะแพ้ให้กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด

 

 ปี 2561 ในศึกไทยลีก 3 "เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด" สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมเมื่อแพ้เพียงแค่นัดเดียว คว้าแชมป์ไทยลีก 3 พร้อมขึ้นไทยลีก 2 ได้สำเร็จในปีเดียว

 ปีแรกของไทยลีก 2 ต้องเจอศึกหนักที่ไม่เคยพบมาก่อนจึงจบฤดูกาลในอันดับที่ 11 แต่ก็ได้ประสบการณ์สำคัญ ก่อนปรับเปลี่ยนโลโก้จากช้างเผือกที่หันข้างมาเป็นหน้าตรง และชื่อสโมสรมาเป็น "เชียงใหม่ ยูไนเต็ด" ปักหลักใช้สนามกีฬากลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ดอยสะเก็ด) เป็นรังเหย้า

 ในฤดูกาลนี้ "ช้างเผือก"เชียงใหม่ ยูไนเต็ด อาจเริ่มต้นได้ไม่สวยนัก กระทั่ง "เดนนิส อมาโต้" กุนซือชาวเยอรมัน ผู้เคยนำพา "ชัยนาท ฮอร์นบิล" ขึ้นสู้ลีกสูงสุดมาแล้ว ที่ตัดสินใจก้าวเข้ามารับเผือกร้อนต่อจาก คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เปไรร่า ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน

 ในช่วงของการจับต้นชนปลายหลังเข้ามารับงานใหม่ ใน 5 นัดแรก เรียกว่าเจียนอยู่เจียนไปในชัยชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ไปอีก 1 กระทั่งจบเลกแรก รวมถึงการเปิดหัวเลกที่สองโดน ชัยนาท ฮอร์นบิล สอยไปอีกด้วยสกอร์ 3-1 

 แต่นับจากนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข "ช้างเผือก" เชียงใหม่ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์โกยแต้มเป็นกอบเป็นกำ ก่อนขยับแซงทีมอื่น โดยเฉพาะ "จงอางผยอง" ขอนแก่ ยูไนเต็ด เป็นรองจ่าฝูง ตามหลัง "พญาไก่ชน" หนองบัว พิชญ เอฟซี แบบมีลุ้นแชมป์ และได้รับการเลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ

 สมใจ "ส.ว.ก๊อง" ประธานใหญ่ ที่กลายเป็น "นายกก๊อง" นายก อบจ.เชียงใหม่ ผู้มุ่งหวังเต็มที่ในการพาทีม "ช้างเผือก" ขึ้นสู่ไทยลีก 1 และสามารถทำได้สำเร็จในช่วงเวลาเพียง 5 ฤดูกาลที่เข้ามาแข่งขัน และนับเพียง 5 ปีในการก่อตั้งสโมสร หลังทำสำเร็จ ประธานใหญ่ บันทึกข้อความถึงกองเชียร์และผู้สันสนุน

 เรียนแฟนบอลชาวเชียงใหม่ และแฟนบอลเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่เคารพรักทุกท่านครับ

 ณ วันนี้พวกเราทำสำเร็จแล้ว นับแต่ที่ผมมาเริ่มทำทีมฟุตบอลครั้งแรก และได้เป็นแชมป์ TA ภาคเหนือ เข้าสู่ T4 ลงแข่งนัดแรกเราก็แพ้ต่อ พิษณุโลกเอฟซี เพราะลงทะเบียนรายชื่อไม่ทันแต่ก็ฟันฝ่าเร่งเครื่องจนคว้าแชมป์ T4 ภาคเหนือ และชนะในรอบแบ่งกลุ่มเลื่อนชั้นสู่ T3 สำเร็จภายในปีเดียว สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของลีกรากหญ้าด้วยการทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ
ปีถัดมาได้แชมป์ T3 ประเทศไทยเลื่อนชั้นเข้าสู่ T2 สำเร็จ ปี 2019 ประคองตัวจบอันดับ 11 และฤดูกาลนี้เป็นการแข่งขันที่ยาวนานเนื่องจากสถานการณ์โควิด - 19 ต้องเจอทั้งพักการแข่งขัน และโปรแกรมแข่งที่โหดสุดๆ แต่พวกเราก็สามารถทำได้ตามเป้าหมายคือเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกภายในปีนี้ และเป็นการเลื่อนชั้นก่อนการแข่งขันจบโดยมีแมตช์การแข่งขันอีก 3 แมตช์ ซึ่งเป้าหมายใหม่ของเราตอนนี้คือแชมป์ไทยลีก 2 ครับ

 วันนี้ผม แฟนบอลเชียงใหม่ และเชียงใหม่ ยูไนเต็ด มีความสุขมากที่เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก เรามาถึงวันนี้ได้ก็เพราะความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายทั้งนักฟุตบอล, โค้ช, เจ้าหน้าที่, ทีมงานฝ่ายบริหาร ตลอดจนสปอนเซอร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนบอลชาวเชียงใหม่ และเชียงใหม่ ยูไนเต็ดที่ให้กำลังใจเชียร์มาตลอดเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ผมขอขอบคุณทุกท่านที่กล่าวมานี้อย่างจริงใจ ภารกิจของฟุตบอลไทยลีกของเชียงใหม่ ยูไนเต็ด กำลังเริ่มต้นครับ เราต้องทำงานกันให้หนัก และเป็นมืออาชีพครับ

 แฟนบอลชาวเชียงใหม่ และเชียงใหม่ ยูไนเต็ด มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะแนะนำ ผมน้อมรับฟังทุกความเห็นเพื่อที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไขให้พัฒนาอย่างยั่งยืนครับ

พิชัย เลิศพงศ์อดิศร 
ประธานสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด

 เป็น 4 ปีแห่งความสำเร็จในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ 5 ปีของการก่อตั้งสโมสร นับว่า "ช้างเผือก" เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จ นับจากนี้ไปในฐานะทีมน้องใหม่ในพรีเมียร์ลีก ทีมจากดินแดนล้านนาจะไปได้ไกลเพียงใด ประสบความสำเร็จในระดับสูงแค่ไหน 

 ล้วนน่าติดตาม !!