เสาร์-อาทิตย์ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สนามลีโอ สเตเดี้ยม เต็มไปด้วยบรรยายแห่งการเฉลิมฉลอง โดยในวันเสาร์ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เจ้าของสนามตัวจริงได้ฉลองถ้วยแชมป์ไทยลีกสมัยแรกของสโมสร

 ก่อนที่วันถัดมา “ตราชฎา” ราชประชา เอฟซี ทีมพันธมิตรในศึกไทยลีก 3 จะได้ฉลองเลื่อนชั้นขึ้นสู่ศึกไทยลีก 2 หลังเอาชนะคู่แข่งได้ในรอบเพลย์ออฟ

 ชื่อเสียงของทีม ราชประชา เอฟซี ในช่วงหลังอาจจะไม่โด่งดังมากเท่าไหร่นัก แต่นี่คือสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดทีมหนึ่งของวงการฟุตบอลไทยในยุคปัจจุบัน ผ่านการคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆ ของเมืองไทยมานับไม่ถ้วนทั้ง เอฟเอคัพ , ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก., ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ข. และ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ 

 นอกจากนี้นักเตะชื่อดังทั้งในอดีตและปัจจุบัน อาทิ วิทยา เลาหกุล, ประพันธ์ เปรมศรี, วรวรรณ ชิตะวณิช, สุทิน-สุรัก ไชยกิตติ, “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ชูเกียรติ หนูสลุง, พิพัฒน์ ต้นกันยา, อภิเชษฐ์ พุฒตาล, ดัสกร ทองเหลา, ธีรศิลป์ แดงดา, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน, รณชัย รังสิโย ฯลฯ ต่างก็เคยผ่านการลงเล่นให้กับสโมสรนี้มาแล้วทั้งนั้น

 ทัพ “ตราชฎา” ตกชั้นไปเล่นในฟุตบอลระดับดิวิชั่น 2 ตั้งแต่ฤดูกาล 2012 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ลงเล่นอยู่ในลีกระดับล่าง ต้องยอมรับว่าพวกเขาทุลักทุเลพอสมควร แต่ก็ต้องชื่นชมในความใจสู้และรักในกีฬาฟุตบอลของ “หม่อมเป๊ป”  พล.ท.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ประธานสโมสร ที่ไม่เคยยกธงขาวยอมแพ้ และหวังว่าสักวันจะเห็นตำนานทีมนี้จะกลับมาโลดแล่นในลีกสูงสุดได้อีกครั้ง

 ฤดูกาล 2020 สโมสรราชประชา เอฟซี ได้จับมือเป็นพันธมิตรลูกหนังกับทีม “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือและยกระดับทีมในด้านต่างๆ อาทิ การให้ใช้สนามลีโอ สเตเดี้ยม เป็นรังเหย้าร่วมกัน หรือการส่งนักเตะชื่อดังอย่าง "แซม" รณชัย รังสิโย, สุวรรณภัทร์ กิ่งแก้ว, ศุภเสกข์ ไก่แก้ว, ปิยะชนก ดาฤทธิ์, สมยศ พงษ์สุวรรณ์, เฉลิมศักดิ์ อักขี, ภิญโญ อินพินิจ, แองเจโล่ มาชูก้า, ธนินท์ เกียรติเลิศธรรม มาให้ใช้สู้ศึกฟุตบอลไทยลีก 3 โซนตะวันตก 

 ทัพ “ตราชฎา” จบการแข่งขันฤดูกาลปกติ ด้วยการคว้าอันดับที่ 2 ซึ่งก็เพียงพอให้พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีก โซนล่าง โดยอยู่ร่วมกลุ่มกับ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด, กระบี่ เอฟซี, สงขลา เอฟซี, ม.นอร์ทกรุงเทพ และ บางกอก เอฟซี

 ตลอดการแข่งขันใน 4 นัดแรก พวกเขาทำผลงานยึดตำแหน่งจ่าฝูง และขอเพียงแค่ชนะในเกมนัดสุดท้าย ก็จะได้ฉลองการเลื่อนชั้นทันที แต่ฝันของพวกเขาก็ต้องสลายลง เมื่อพลาดท่าบุกไปแพ้ กระบี่ เอฟซี 1-0 ทำให้ถูกคู่ปรับอย่าง เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ที่เก็บชัยชนะได้ในนัดสุดท้าย ปาดหน้าแซงคว้าแชมป์ของกลุ่ม และคว้าตั๋วเลื่อนชั้นไปครองแบบน่าเจ็บใจ พร้อมส่งให้ทัพ “ตราชฎา” ต้องไปเหนื่อยต่อในรอบเพลย์ออฟกับ อุดร ยูไนเต็ด เพื่อลุ้นตั๋วเลื่อนชั้นโควต้าสุดท้าย

 เกมเพลย์ออฟที่ไม่มีทีมไหนอยากพลาด เต็มไปด้วยความกดดัน โดยเฉพาะกับทัพ “ตราชฎา” ที่บุกไปพลาดท่าแพ้มาก่อน 1-0 ในเกมแรก นั่นทำให้เกมนัดที่ 2 พวกเขาต้องชนะให้ได้อย่างน้อย 1 ประตู หรือมากกว่านั้น เพื่อเช็คบิลไปเลยในเกม 90 นาที ซึ่งสุดท้ายแล้วขุนพล “ตราชฎา” ก็จัดการยิงเอาคืนคู่แข่งชนิดทบต้นทบดอก ชนะไปได้ 2-0 รวมสกอร์ 2 นัดชนะ 2-1 คว้าตั๋วเลื่อนชั้นกลับคืนสู่ไทยลีก 2 ได้สำเร็จ หลังตกชั้นมานานถึง 9 ปีเต็ม

 “หัวใจราชประชาที่ไม่ยอมลดละความมุ่งมั่น เลือดราชประชาที่เข้มข้น ความทุ่มเทที่ไม่มีวันยอมแพ้  ขอบคุณทุกแรงใจและเสียงเชียร์ครับ ทำสำเร็จแล้ว เราไป T-2 ทุกลมหายใจของผมคือราชประชา”

 นี่เป็นข้อความของ “หม่อมเป๊ป” ประธานสโมสร ที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทีมมากว่า 50 ปี ระบายออกมาหลังจากที่พาทีมกลับขึ้นสู่ลีกพระรองได้สำเร็จ

 การได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีก 2 ในครั้งนี้ อาจจะเปรียบเสมือนกับเป็นการปลุกยักษ์ที่หลับไหลให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

 และเชื่อเหลือเกินว่าเป้าหมายของ “หม่อมเป๊ป” รวมไปถึงทีมงานและนักเตะ “ตราชฎา” ทุกคนคงไม่หยุดความฝันไว้เพียงแค่นี้ ซึ่งด้วยการบริหารทีมที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น บวกกับแนวทางการทำทีมที่ดูจะเดินมาถูกทางแล้ว

 อีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นอดีตมหาอำนาจบอลไทยที่ชื่อ “ตราชฎา” ราชประชา เอฟซี กลับมาโลดแล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งก็เป็นได้