ประวัติศาสตร์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะซ้ำรอยหรือไม่ เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด เมื่อฤดูกาล 2004-05 เหมือนกันอย่างน่าขนลุกกับในฤดูกาล 2020-21 นี้

             ลิเวอร์พูลชอบเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก จริงหรือ? ตอนนี้ แม้ฟอร์มในพรีเมียร์ ลีก จะย่ำแย่มากๆ ชนะที่ว่าแพ้หกเกมรวดที่แอนฟิลด์ แต่หลายคนรู้สึกราวกับว่าฟุตบอลยุโรปเปรียบเสมือนที่หลบภัยสำหรับพวกเขา อย่างไรก็ตามหงส์แดงยังไม่ได้เป็นทีมเต็งแต่อย่างใดเมื่อพวกเขาจับสลากเจอแอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเพราะยอดทีมจากเยอรมันเคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเมื่อปีที่แล้ว แต่พวกเขาก็เท่าเทียมกันเฉพาะในหน้ากระดาษเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วหงส์แดงสามารถเอาชนะ 2-0 ทั้งขาไปและขากลับได้แบบสบายๆ 

             เมื่อเป็นอย่างนี้เดอะค็อปอาจต้องการให้ทีมรักของพวกเขาเล่นเกมเหย้าทั้งหมดในกรุงบูดาเปสต์เสียเลยเมื่อตัดสินจากความน่าประทับใจของพวกเขาในชัยชนะในเลกที่สองที่โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และซาดิโอ มาเน่ ทำประตูได้ ด้วยเหตุนี้แม้ว่าลิเวอร์พูลจะต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อให้ติดท็อปโฟร์ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถฝันถึงการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่สองภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เช่นกัน

            แล้วลิเวอร์พูลจะสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้หรือไม่? ฟังดูเหมือนอาจจะหวังสูงจนเกินไป แต่ขอให้เชื่อเถิดว่า ลิเวอร์พูลยังคงมีผู้เล่นที่ดีที่สุดของโลกอยู่ในทีมและมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากเมื่อพวกเขารู้สึกมั่นใจ อย่างไรก็ตามแม้ลิเวอร์พูลจะไม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและเครื่องร้อนเต็มที่ แต่ก็ดูเหมือนว่าปัจจัยต่างๆ ในปัจจุบันจะเป็นใจให้กับพวกเขาในการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก!!! ทำไมน่ะหรือ? มีการเปรียบเทียบที่น่าขนลุกบางอย่างที่แฟนๆ เริ่มสังเกตเห็นระหว่างฤดูกาลปัจจุบันกับฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ในปี 2004/05

            หรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยในยุโรป??? แม้ว่าสิ่งนั้นอาจฟังดูไร้สาระบนหน้ากระดาษ แต่เชื่อเถอะว่ามีความคล้ายกันที่แปลกๆ มากมายที่ถูกเปรียบเทียบเมื่อพูดถึงลิเวอร์พูลและฟุตบอลยุโรปในสองฤดูกาลนั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รับแรงบันดาลใจจากโพสต์ที่ลบไปแล้วจากผู้ใช้ Reddit ที่ชื่อ u/eBICgamer2010 มาชี้ให้เห็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจอย่างน้อย 15 ข้อระหว่างฤดูกาล 2004/05 และ 2020/21 ลองดูด้านล่างแล้วจะเข้าใจว่า ทำไมลิเวอร์พูลจึงควรรู้สึกตื่นเต้น

 

ความคล้ายคลึงกันระหว่างฤดูกาล 04-05 และ 20-21 ในการแข่งขันฟุตบอลเวทียุโรป

1. แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงฯ จัดขึ้นที่กรุงอิสตันบูล

            ศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศฤดูกาล 2004–05 เป็นการพบกันระหว่างลิเวอร์พูล ของอังกฤษ และ เอซี มิลาน ของอิตาลี จัดขึ้นที่สนามกีฬาโอลิมปิกอตาเติร์ก ในกรุง อิสตันบูล, ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2005 ส่วนรอบชิงชนะเลิศฤดูกาล 2020–21 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2021 ที่เดิมคือสนามกีฬาโอลิ
มปิกอตาเติร์ก ในกรุง อิสตันบูล ประเทศตุรกี

 

2. ผู้ชนะเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (FIFA Club World Cup)

            ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2005 หรือ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2005 จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-18 ธ.ค. 2005 ซึ่งแชมป์ในปีนั้นตกเป็นของสโมสรจากบราซิลอย่าง เซา เปาโล ส่วนฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2021 (2021 FIFA Club World Cup) จะจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมนี้ 

 

3. ฤดูกาล 2004–05 และ 2020-21 ลิเวอร์พูลต้องประสบกับความยากลำบากในพรีเมียร์ ลีก เพราะมีปัญหานักเตะบาดเจ็บมากมายเหมือนกัน

 

4. ลิเวอร์พูลเอาชนะทีมที่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ของลีกในซีซั่นก่อนหน้านั้นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

            รอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2004–05 ลิเวอร์พูลเอาชนะเลเวอร์คูเซ่น ที่จบ 2003-04 ในบุนเดสลีก้าด้วยอันดับ 3 ส่วนในฤดูกาล  2020-21 นี้ ลิเวอร์พูลเอาชนะไลป์ซิก ที่จบฤดูกาล 2019-20 ด้วยอันดับ 3 บนตารางบุนเดสลีก้า

 

5. ทั้งลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่สามารถผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยกันทั้งคู่

            ฤดูกาล 2004–05 บาร์เซโลน่าของเมสซี่แพ้ให้กับเชลซีในรอบ 16 ทีม ส่วนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของโรนัลโด้ พ่ายแพ้ให้กับเอซี มิลาน ในรอบ 16 ทีม ส่วนในฤดูกาล 2020–21 ยูเวนตุส ของโรนัลโด้ พ่ายแพ้ให้กับปอร์โต้ ในรอบ 16 ทีม และบาร์เซโลน่าของเมสซี่แพ้ให้กับเปแอสเช ในรอบ 16 ทีมเช่นกัน

 

6. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเป็นแชมป์กลุ่มได้เพราะสโมสรจากฝรั่งเศส

           ฤดูกาล 2004-05 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นที่ 2 ในกลุ่ม D ส่วนแชมป์กลุ่มคือ ลียง ส่วนฤดูกาล 2020-21 แมนฯ ยูไนเต็ด จบรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการเป็นที่ 3 ของ H กลุ่มไม่ผ่านเข้ารอบน็อคเอ้านท์ โดยมีเปแอสเชเป็นแชมป์กลุ่ม

 

7. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้อย่างน่าอับอายต่อทีมจากอิสตันบูล

            ฤดูกาล 2004-05 แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ให้กับเฟเนร์บาห์เช่ สโมสรที่ตั้งอยู่ในเมืองอิสตันบูล ถึง 6-2 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2004 ส่วนฤดูกาล 2020-21 พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับสโมสรอิสตันบูล บาซัคเซฮีร์ 2-1 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020

 

8. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเสีย 3 ประตู

            ฤดูกาล 2004-05 แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ให้กับเฟเนร์บาห์เช่ 3-0 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2004 ส่วนในฤดูกาล 2020-21 พวกเขาแพ้ให้กับไลป์ซิก 3-2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2020 

 

9. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับสลากเจอ เอซี มิลาน ในฟุตบอลยุโรปรอบ 16 ทีมสุดท้าย

            ฤดูกาล 2004-05 แมนฯ ยูไนเต็ด เจอ เอซี มิลาน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนในฤดูกาล 2020-21 แมนฯ ยูไนเต็ด เจอ เอซี มิลาน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโรป้า ลีก

 

10. บาร์เซโลน่าไม่สามารถคว้าแชมป์กลุ่มเพราะสโมสรจากอิตาลี

           ฤดูกาล 2004-05 บาร์เซโลน่าอยู่กลุ่ม F และเอซี มิลาน เป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนฤดูกาล 2020-21 บาร์ซ่าอยู่กลุ่ม G โดยมียูเวนตุสเป็นแชมป์กลุ่ม


11. บาร์เซโลน่าเสีย 5 ประตูจนกระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

            ฤดูกาล 2004-05 บาร์เซโลน่าแพ้เชลซี ด้วยผลรวม 5-4 นัดแรกชนะ 2-1 นัดที่ 2 แพ้ 4-2  ส่วนฤดูกาล  2020-21 บาร์ซ่าแพ้เปแอสเช ด้วยผลรวม 5-2 นัดแรกแพ้ 4-1 นัด 2 เสมอ 1-1

 

12. เรอัล มาดริด อยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมจากเยอรมัน, ยูเครน และ อิตาลี

           ฤดูกาล 2004-05 เรอัล มาดริด อยู่ในกลุ่ม B ร่วมกับ เลเวอร์คูเซ่น, ดีนาโม เคียฟ และโรม่า ส่วนฤดูกาล 2020 อยู่ในกลุ่ม B ร่วมกับ กลัดบัค, ชัคตาร์ โดเนตส์ค และอินเตอร์ มิลาน

 

13. เรอัล มาดริด เอาชนะทีมจากอิตาลี 1-0 ในนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย

            ฤดูกาล 2004-05 เรอัล มาดริด เปิดบ้านชนะยูเวนตุส 1-0 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2005 ส่วนฤดูกาล 2020-21 เรอัล มาดริด บุกไปเอาชนะอตาลันต้า ชนะ 1-0 ในนัดแรกเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2021

 

14. เดวิด มอยส์ คุมทีมที่ (จบ/ลุ้น) ท็อปโฟร์พรีเมียร์ ลีก

            ฤดูกาล 2004-05 เดวิด มอยส์ คุมทีมเอฟเวอร์ตัน ที่จบอันดับ 4 ในฤดูกาลนั้น ส่วนในฤดูกาล 2020-21 มอยส์คุมทีมเวสต์แฮมที่ตอนนี้อยู่ที่ 5 มีลุ้นติดท็อปโฟร์

 

15. เชลซีเป็นแชมป์กลุ่ม โดยที่สโมสรจากฝรั่งเศสและรัสเซียที่อยู่กลุ่มเดียวกันไม่ผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์

            ฤดูกาล 2004-05 เชลซีอยู่กลุ่ม H เป็นจ่าฝูง โดยทีมเปแอสเช (ที่ 4) และ ซีเอเคเอ มอสโก (ที่ 3) ตกรอบ ส่วนฤดูกาล 2020-21 เชลซีอยู่กลุ่ม E เป็นจ่าฝูง ส่วนแรนส์ (ที่ 4) และ คราสโนดาร์ (ที่ 3) ตกรอบ