แข่งไป 22 นัด ชนะ 11 เสมอ 7 และแพ้ไปแล้วถึง 4 นัด มีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัดอยู่ 7 แต้ม ทำให้แทบหมดโอกาสสำหรับแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูลที่จะป้องกันแชมป์พรีเมียร์ ลีก เอาไว้ได้

           ความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดของลิเวอร์พูลต่อไบรท์ตันแทบจะคอนเฟิร์มในสิ่งที่เราสงสัยได้แล้ว นั่นก็คือ การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ ลีก ของพวกเขาจบลงแล้ว หงส์แดงดูเหมือนเป็นทีมที่ตกอยู่ภายใต้เงาของตัวเองเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา เราได้รวบรวม 5 เหตุผลสำคัญสำหรับสาเหตุของการล่มสลายลงอย่างรวดเร็วของพวกเขา และหากพูดกันอย่างเป็นธรรมแล้วถือว่าพวกเขาค่อนข้างโชคร้าย 

-การบาดเจ็บของแนวรับ

          สิ่งแรกที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือลิเวอร์พูลมีฝันร้ายกับการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องของแนวรับ มันมากซะจนกระทั่งถึงขนาดที่ว่า การปล่อยเดยัน ลอฟเรน ออกไปจากทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์กลายเป็นตัวเลือกที่ถูกตั้งคำถาม ปัญหาของหงส์แดงเริ่มจากการสูญเสียนักเตะที่เรียกว่าแทบจะสำคัญที่สุดของทีมอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ไปเกือบทั้งซีซั่น นั่นหมายถึงแม้อาการบาดเจ็บของแข้งรายอื่นๆ จะไม่เกิดขึ้น แต่เรื่องนี้ก็ยังจะถือเป็นปัญหาอันใหญ่หลวงสำหรับทีมชั้นนำที่จะก้าวผ่านไปได้ เพราะฟาน ไดจ์ค มีอิทธิพลกับทีมเป็นอย่างมากนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมถิ่นแอนฟิลด์ เขาอาจจะเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดโลกและผู้นำตัวจริงของทีม

           และเหนืออื่นใด ตั้งแต่นั้นมาลิเวอร์พูลก็ต้องเจอกับการเจ็บยาวของอีก 2 เซ็นเตอร์แบ็คอย่างโจเอล มาติป และ โจ โกเมซ แม้พวกเขาจะดีไม่เท่าฟาน ไดจ์ค แต่ทั้งสองก็เป็นปราการหลังระดับคุณภาพ การขาดหายไปของพวกเขาทำให้เราได้เห็นฟาบินโญ่ลงมาเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็คแบบเต็มตัว ส่วนจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็เป็นอีกคนที่ต้องลงมารับหน้าที่ในใจกลางแผงหลัง ซึ่งเห็นได้ชัดว่านี่เป็นข่าวร้ายของลิเวอร์พูลที่ต้องแข่งโดยที่ไม่มี 2 มิดฟิลด์ตัวกลางที่ดีที่สุด และทำให้ทีมๆ นี้กลายเป็นทีมที่มีระบบต่างจากทีมเดิมที่เคยครองความยิ่งใหญ่อย่างสิ้นเชิง

 

-เจ็บแล้วเจ็บอีก

          นอกจากในแนวรับจะวิกฤติหนักแล้ว ลิเวอร์พูลกลับต้องเจอปัญหาการบาดเจ็บในตำแหน่งอื่นๆ ตามมาอีก เมื่อผู้รักษาประตูอย่างอลิสซอน พลาดการลงสนามไปแล้วหลายเกม ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็มามีปัญาเรื่องความฟิตและทำให้เจ้าตัวไม่ได้เริ่มต้นอย่างจริงจังในถิ่นแอนฟิลด์เสียที นอกจากนี้เจ้าตัวยังติดโควิด-19 ไปช่วงนึง เช่นเดียวกับซาดิโอ มาเน่ ที่ขาดหายไป 2-3 เกม ดิโอโก้ โชต้า ออกสตาร์ทในแอนฟิลด์ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องเจอกับการบาดเจ็บยาวเช่นกัน นั่นคือ 2 การเซ็นสัญญาสำคัญเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่สามารถสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงได้ แต่กลับต้องมาใช้เวลาส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้อยู่ข้างสนาม ถือเป็นโชคร้ายสำหรับหงส์แดงเป็นอย่างยิ่ง


-ดราม่าสัญญาไวจ์นัลดุม

          หลังจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของลิเวอร์พูลและความรู้สึกของความกลมเกลียวกันของผู้เล่นทุกคน เราก็ไม่สามารถมองข้ามสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นคนสำคัญออกอาการไขว้เขวจนอาจส่งผลเสียต่อทีมได้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้ลิเวอร์พูล แต่ตอนนี้กำลังจะหมดสัญญา โดยที่ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ราชาข่าวซื้อขายนักเตะเพิ่งจะออกมาแจ้งถึงสถานการณ์ของเขา ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังไม่มีอะไรแน่นอน และดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์อาจจะอยู่กับสโมสรต่อ แต่แน่นอนว่า มันจะส่งผลกระทบต่อฟอร์มของผู้เล่นรายนี้รวมไปถึงต่อคล็อปป์และทุกคนที่สโมสร


-ฟีร์มิโน่ฟอร์มหล่น

          โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ มีสถิติเลวร้ายอย่างน่าประหลาดใจสำหรับประตูที่ยิงในบ้านเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่เขาแก้ตัวได้จากฟอร์มการเล่นสารพัดประโยชน์ของเขาและยังสามารถทำประตูได้อีกแม้จะไม่มากก็ตาม การโฟกัสไปที่สถิติการยิงประตูที่ค่อนข้างแย่ของเขาเป็นสิ่งที่แฟนๆ ลิเวอร์พูลและหลายๆ คน ไม่เห็นด้วยเพราะประโยชน์ในส่วนอื่นๆ ของเขา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาก็หัวเราะไม่ออกเพราะเห็นได้ชัดว่า ฟีร์มิโน่ ยังคงมีปัญหาเรื่องการทำประตูและตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะขาดความมั่นใจในด้านอื่นๆ ตามไปด้วย ดาวเตะทีมชาติบราซิลไม่ได้สูญเสียความสามารถตรงนั้นไปแบบชั่วข้ามคืน แต่บางทีลิเวอร์พูลน่าจะมองหาผู้ทำประตูเพิ่มเติมในพื้นที่ตรงนั้นของสนาม ซึ่งจะว่าไปแล้ว โชต้าก็อาจจะเป็นผู้เล่นคนนั้น แต่อย่างที่บอกไปแล้ว เขาได้รับบาดเจ็บ


-ไม่มีกองเชียร์

           อาจจะฟังดูจำเจกับคำกล่าวที่ว่า กองเชียร์ในบ้านของลิเวอร์พูลนั้นดีที่สุดในโลก แต่คุณสามารถเห็นความแตกต่างที่แอนฟิลด์เวลาไม่มีพวกเขา การมีแค่กองเชียร์อย่างเดียวไม่ได้ทำให้พวกเขาเอาชนะได้ก็จริง แต่เห็นได้ชัดว่า หลายครั้งที่พลังงานภายในสนามของลิเวอร์พูลอันเลื่องชื่อสามารถทำให้ผู้เล่นมีพลังที่พิเศษขึ้นมา ในยุคหลังๆ นี้ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือตอนที่สามารถเอาชนะบาร์เซโลน่าได้ถึง 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกที่ 2 สถานที่แห่งนั้นจะศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อทีมและกองเชียร์ทำงานเพื่อกันและกัน และบาร์ซ่าก็ได้พิสูจน์ด้วยตาของพวกเขามาแล้ว

          แน่นอนว่า การระบาดครั้งใหญ่ของโคโรน่าไวรัสได้เปลี่ยนความรู้สึกของการแข่งขันฟุตบอลเพราะเราต้องรับมือกับสนามที่ว่างเปล่า คงไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่ามันส่งผลกระทับกับลิเวอร์พูลมากที่สุด และคล็อปป์ก็ชอบบรรยากาศแบบนั้นเพราะเขาคุ้นเคยมาแล้วจากตอนที่อยู่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สภาพแวดล้อมที่เงียบเชียบไม่เหมาะกับสไตล์ของเขาเลย และไม่สงสัยเลยหากเขาจะมีความสุขน้อยลงในฤดูกาลนี้ และมันก็ส่งผลต่อทีมของเขา