แฟนฟุตบอลไทยคงจะได้ทราบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า หลังจากที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศให้ แบรนด์กีฬาสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง มอลเทน (molten) เป็นผู้ชนะการประมูลสิทธิ์ผลิตลูกบอลให้กับวงการลูกหนังไทยในทุกระดับ

ถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการฟุตบอลไทยเลยก็ว่าได้ เพราะการประมูลคราวนี้มีสัญญายาวถึง 8 ปีด้วยกัน เทียบระยะเวลาแล้วเท่ากับสิทธ์การประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่เกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้กันเลยทีเดียว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วงการฟุตบอลไทย มีการหมุนเวียนแบรนด์กีฬาที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้อยู่ไม่กี่เจ้า...ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนบอลก็มักจะคุ้นเคยกับแบรนด์แกรนด์สปอร์ต เพราะถือเป็นแบรนด์ที่รับสัมปทานในเรื่องนี้เป็นเจ้าล่าสุด ก่อนจะถึงคิวของ มอลเทน (molten)

                                                                molten 2020

แต่ถ้าเอาจริงๆหากย้อนรอยไปดูในช่วงเข้าสู่ยุครุ่งเรื่องของฟุตบอลลีกในบ้านเรา ซึ่งก็จะเป็นช่วงที่นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา เพราะในช่วงเวลานั้น ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของวงการฟุตบอลลีกในบ้านเรา

เราจะพาแฟนฟุตบอลไทย นั่งไทม์แมชชีน ย้อนไปดูวิวัฒนาการของลูกฟุตบอลที่ใช้หวดกันในศึกฟุตบอลไทยลีก ตั้งแต่ปีดังกล่าว จนถึงปัจจุบัน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเกิดขึ้นบ้าง...

- ปี 2009 แบรนด์ไนกี้ (NIKE) รุ่น Total 90 Omni

ถือเป็นแบรนด์ระดับโลกที่เข้ามาสร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังทยในช่วงเวลานั้น ซึ่งอันที่จริงเราก็ได้รับผลพลอยได้มาจากการที่ แบรนด์ไนกี้ (NIKE) เข้ามาเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์จัดการเรื่องอุปกรณ์กีฬาให้กับวงการลูกหนังไทย ซึ่งก็ถือเป็นการเหมารวมรวบตึง ทั้งเรื่องชุดแข่งขันในระดับทีมชาติ รวมถึงอุปกรณ์ซัพพอร์ตต่างๆ และแน่นอนว่าลูกฟุตบอล ก็รวมอยู่ในแพคเกจนั้นด้วย จากนั้นก็นับไปอีก 4 ฤดูกาล ที่แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกา รายนี้เข้ามาซัพพอร์ตวงการฟุตบอลไทย

                 

                                                                  NIKE 2009

- ปี 2010 แบรนด์ไนกี้ (NIKE) รุ่น Total 90 Ascente

- ปี 2011 แบรนด์ไนกี้ (NIKE) รุ่น Total 90 Tracer

- ปี 2012 แบรนด์ไนกี้ (NIKE) รุ่น Seitiro

ผ่านช่วงเวลาของแบรนด์ไนกี้ ตลอดช่วง 4 ฤดูกาล ที่ถือว่าฟุตบอลไทยลีก บ้านเราแอบให้ความความรู้สึกว่าดูอินเตอร์มากๆ เพราะลูกฟุตบอลจากแบรนด์ไนกี้ (NIKE) เป็นรุ่นเดียวกับที่ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใช้เตะกัน (ไม่รู้ว่าแฟนฟุตบอลไทยจะแอบคิดเหมือนกันไหม) แต่ถ้าถามอารมณ์นักเตะ เชื่อเหลือเกินว่าพวกเขาคงจะรู้สึกอินกับแบรนด์นี้ไม่น้อย เพราะถือเป็นแบรนด์ที่คอกีฬาบ้านเรารู้จักเป็นอย่างดี

- ปี 2013 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Grand

เมื่อไนกี้ หมดสัญญากับวงการฟุตบอลไทยไปแล้ว แบรนด์ที่เข้ามารับช่วงต่อก็คือ แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) แบรนด์กีฬาสัญชาติไทยแท้ๆ ซึ่งก็เป็นการเข้ามาสนับสนุนแบบยกเซ็ต คล้ายๆกับตอนที่ ไนกี้ เข้ามาซัพพอร์ตในเรื่องอุปกรณ์กีฬา รวมถึงชุดแข่งขันของทีมชาติไทย

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (ปี 2021) แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) ก็ทำหน้าที่ผลิตลูกบอลให้กับวงการลูกหนังไทยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะมีการประมูลสิทธิ์ครั้งใหม่ และก็เปลี่ยนมือมาเป็น มอลเทน (Molten)
     

                                               Grand Sport 2013
- ปี 2014 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Mundo

- ปี 2015 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Mundo 2

- ปี 2016 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Mundo 3

- ปี 2017 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Mundo 4

- ปี 2018 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Mundo 5

- ปี 2019 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Mundo #5PU

- ปี 2020 แบรนด์แกรนด์สปอร์ต (Grand Sport) รุ่น Primero Mundo Sonix Hybrid #5PU

- ปี 2021 แบรนด์มอลเทน (molten)

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจมากๆในฤดูกาลหน้า แม้ว่าจะยังมาไม่ถึง แต่เชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นสิ่งที่แฟนฟุตบอลไทย รวมถึงบรรดานักเตะไทยต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้ยลโฉม ลูกบอลจากแบรนด์ใหม่แบรนด์นี้

จะว่าไปแล้ว แบรนด์มอลเทน (molten) ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ได้รับสิทธิ์ผลิตลูกฟุตบอลในเวทีระดับโลกมามากมาย อย่างเช่นในศึกยูโรป้าลีก บอลถ้วยเล็กของเวทียุโรป เป็นต้น

แม้คนไทยส่วนใหญ่มักจะคุ้นชินแบรนด์นี้กับการผลิตลูกวอลเลย์บอล หรือ บาสเกตบอล แต่นั่นก็เป็นแค่การติดภาพในอดีต ถึงตอนนี้ มอลเทน (molten) ได้เติบโตขึ้นมาแบบก้าวประโดด และเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลากหลายชนิดกีฬา ฉะนั้นไม่ต้องห่วงในเรื่องของคุณภาพ รอดูแค่แบบ และลวดลายว่าจะทำออกมาได้สวยงามขนาดไหน...

ในการเข้ามามีบทบาทครั้งแรกในวงการลูกหนังไทย

"Biggy"