ลิเวอร์พูลตามหลังคู่ปรับตลอดกลางอยู่ 3 แต้มบนตารางพรีเมียร์ ลีก หลังจากทำแต้มหลุดมือบ่อยครั้ง แต่พวกเขาก็มีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้เมื่อจะเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

            เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับเครดิตในการเป็นแชมป์ของตัวพวกเขาเอง แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ประโยชน์จากผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ของหงส์แดงแซงไปอยู่บนหัวตารางด้วยชัยชนะแบบหืดจับต่อเบิร์นลีย์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในที่สุดจ่าฝูงก็เปลี่ยนมือแม้ว่าอาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ภาระอันหนักอึ้งตกไปเป็นของลิเวอร์พูลที่จะออกมาต่อสู้หลังต้องสูญเสียตำแหน่งผู้นำไปท่ามกลางฟอร์มการเล่นที่ตอนนี้ดูเนือยๆ ลงไป

            แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในโมเมนตั้มที่ดีและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นดูเหมือนว่าตอนนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จะรู้แล้วว่า 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดของเขาคือใคร ซึ่งทุกคนฟิตและพร้อมใช้งาน ในขณะที่วิกฤตอาการบาดเจ็บของลิเวอร์พูลยังคงสร้างความหายนะให้ทีมอย่างต่อเนื่อง และไม่มีใครรู้สึกถึงเรื่องนั้นได้มากกว่าเจ้านายใหญ่อย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ และนี่คือคำถาม 5 ข้อที่คล็อปป์ต้องเผชิญก่อนการปะทะกันระหว่าง 2 ทีมในวันอาทิตย์นี้

 

1. ใครควรเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค?

            โจเอล มาติป ดูเหมือนจะยังไม่กลับมาฝึกซ้อม ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะพร้อมเผชิญหน้ากับยูไนเต็ด นั่นทำให้คล็อปป์รู้สึกไม่มั่นใจว่าใครจะจับคู่กับฟาบินโญ่ในแนวรับของเขา ความมั่นใจของเขาในตัวแนท ฟิลลิปส์ และ รีส วิลเลียมส์ ดูเหมือนจะลดลงหลังจากผลการแข่งขันในช่วงคริสต์มาส ฟอร์มการเล่นของวิลเลียมส์กับท็อตแนมเมื่อเดือนที่แล้วทำให้เขามั่นใจ แต่เจ้าตัวกลับสร้างความผิดพลาดในเกมกับเวสต์บรอมและแน่นอนว่าจะต้องเจอกับช่วงบ่ายที่ยากลำบากกับแรชฟอร์ดและเพื่อนๆ กัปตันทีมจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำได้ไม่ดีนักในบทบาทนี้ และแรงผลักดันและพลังงานของเขาขาดหายไปจากแดนกลางของลิเวอร์พูล จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม สามารถเล่นตำแหน่งนั้นได้เช่นเดียวกับแอนดี้ โรเบิร์ตสัน แม้ว่าจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่คล็อปป์อาจคิดไม่ตก

 

2. ติอาโก้ ควรได้ออกสตาร์ทหรือไม่?

            เขากลับมาจากอาการบาดเจ็บ เขามีโอกาสได้ลงสนามบ้างแล้ว เขาเป็นนักเตะระดับโลก คำถามนี้น่าจะตอบได้ง่ายๆ แต่คล็อปป์ อาจจะไม่ต้องการเสี่ยงกับดาวเตะชาวสเปนหากเขาไม่พร้อมโดยสมบูรณ์ ติอาโก้ไม่ได้มีเกมที่ดีที่สุดในนัดเจอเซาธ์แฮมป์ตันและมีใบเหลืองติดตัวซึ่งจะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการโดนใบที่ 2 ติอาโก้ กลับมาสู่จุดที่ดีที่สุดในการเล่นกับเด็กๆ ของวิลล่าในบอลถ้วย แต่ปอล ป็อกบา และเพื่อนร่วมทีมจะเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันขึ้นอยู่กับคล็อปป์ที่จะรู้สึกว่าติอาโก้จะสามารถสร้างผลกระทบได้มากขึ้นในการลงมาแทนแข้งที่เหนื่อยล้าในครึ่งหลังหรือต้องการให้เขาได้ออกสตาร์ทตั้งแต่ต้นเกมและต้องการพึ่งพาเขา ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับว่าเฮนเดอร์สันถูกปรับใช้งานที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คหรือไม่ ขณะที่เจมส์ มิลเนอร์ หรือ เคอร์ติส โจนส์ ก็สามารถเล่นแทนได้เช่นกัน แต่ถ้าเป็นติอาโก้ อาจสร้างความแตกต่างได้

 

3. จะใช้ดาวรุ่งหรือแข้งมากประสบการณ์?

            ไม่ว่าคล็อปป์จะจัดทีมอย่างเรา เขาจะเลือกวิลเลียมส์ หรือ ฟิลลิปส์ เป็นแบ็คโฟร์หรือไม่ แต่กุนซือชาวเยอรมันก็ยังจะต้องมีเรื่องให้ตัดสินใจอีกในตำแหน่งกองกลาง ในกรณีที่เฮนเดอร์สันอาจจะจะถูกโยกลงไปเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค โดยติอาโก้อยู่หน้าเขาและลงเล่นต่ำลงมา ก็จะเหลืออีกช่องว่างที่จะมายืนข้างไวจ์นัลดุมจากตำแหน่งมิดฟิลด์ 3 คน จนส์ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ และเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูลในเกมที่เจอกับสเปอร์สที่เป็นทีมท็อปซิกซ์ เขาไม่เคยได้ออกสตาร์ทในเกมที่สำคัญขนาดนี้ แต่แม้ว่าจะไม่เคยเจอเกมที่ต้องมีสมาธิและแรงกดดันมากขนาดนี้มาก่อน แต่เชื่อว่าเจ้าตัวมีความสามารถในการรับมือได้ แต่คล็อปป์อาจยึดติดกับประสบการณ์และอาจจะใช้มิลเนอร์ที่เคยทำได้ดีในนัดแบบนี้มาก่อนแทนและเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับมือกับนักเตะอย่างบรูโน่ แฟร์นันเดส อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด - แชมเบอร์เลน ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน แม้ว่าเมื่อดูจากฟอร์มการเล่นของเขาในนัดกับเซาธ์แฮมป์ตันแล้วหลายคนอาจจะคิดว่า คงจะน่าประหลาดใจมากหากเขาได้ออกสตาร์ทในศึกแดงเดือดวันอาทิตย์นี้

 

4. จะดาหน้าบุกดีมั้ย?

            เข้าใจได้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวของลิเวอร์พูลที่จะกลับมาได้เปรียบเหนือยูไนเต็ดไปจนถึงเดือนพฤษภาคม เจ้านายใหญ่หงส์แดงตระหนักดีว่า การสูญเสียความได้เปรียบในการไล่ล่าแชมป์มีความหมายอย่างไรในระยะยาวหลังจากได้เห็นทีมของเขาแพ้ไปแค่คะแนนเดียวเมื่อปี 2019 แม้ว่าจะไม่แพ้ใครเลยหลังจากแพ้ที่แมนฯ ซิตี้ในเดือนมกราคมและคว้าชัยชนะได้ตลอด 9 เกมหลัง ซึ่งฤดูกาลนี้แตกต่างกันอย่างมาก แต่ปัญหาคือยูไนเต็ดกำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม แต่ลิเวอร์พูลไม่ใช่ ทีมของคล็อปป์ดูเนือยๆ และผืดๆ ในการขึ้นเกมเพื่อทำประตู และการขาดหายไปของมาติปทำให้การทำงานในแดนหลังของพวกเขาไม่ง่าย แม้แต่อลิสซอนก็ยังดูไว้ใจไม่ค่อยได้ในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน ดังนั้นคล็อปป์จึงยอมรับว่าทีมของเขาไม่ได้อยู่ในระดับของฤดูกาลที่แล้ว คล็อปป์อาจต้องยอมรับว่าการเสมอจะไม่ใช่ผลการแข่งขันที่เลวร้ายที่สุด ในขณะที่ความพ่ายแพ้นั้นเป็นเรื่องที่น่าช็อคสำหรับพวกเขา?? หรือเขาจะบอกให้ลูกทีมของเขาสู้ยิบตาด้วยการดาหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง, มีเท่าไหร่ใส่เต็มและกระตุ้นให้พวกเขาเล่นเกมบุกที่ไหลลื่นโดยหวังว่าจะนำความมีชีวิตกลับมาสู่ทีมและอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งกว่าอีกครั้ง??? เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก

 

5. แผนสำรองมีมั้ย?

            เรารู้ดีว่าคล็อปป์ไม่ค่อยไม่ได้ใช้แผนสำรองเท่าไหร่ แต่เขามีทางเลือกที่จะเปลี่ยนอะไรต่างๆ จากม้านั่งสำรองหากจำเป็น ดิโอโก้ โชต้า ยังคงต้องพักอยู่ นั่นหมายความว่าคล็อปป์จะต้องให้ความไว้วางใจในตัวนักเตะที่เขาชื่นชอบน้อยกว่ารายอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยชอบทำ โดยในบรรดาแข้งเหล่านั้นก็อาจจะเป็นเซอร์ดาน ชากิรี่ ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเขากับลิเวอร์พูลก็คือ 2 ประตูที่ยิงแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อกว่า 2 ปีก่อน, ทาคุมิ มินามิโนะ ทำประตูได้ในเกมถล่มพาเลซ 7-0 และเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวา หรือ ดิว็อค โอริกี้ นักเตะประเภทที่มีแนวโน้มว่าจะทำประตูได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือในยามที่ต้องการ หรือ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็อาจสร้างผลกระทบให้ทีมได้หากลงมาช่วงท้ายเกม แต่จะเป็นแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อคล็อปป์พร้อมที่จะปล่อยให้พวกเขาได้โชว์ศักยภาพบ้าง